StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Tessa Shaw

澳洲留学生就业难2026:全景拆解与泰国学生应对策略

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า จำนวนวีซ่านักเรียนออสเตรเลียที่ออกให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยในปี 2025 ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะท

澳洲留学生就业难2026:全景拆解与泰国学生应对策略

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า จำนวนวีซ่านักเรียนออสเตรเลียที่ออกให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยในปี 2025 ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ Universities Australia 2026 รายงานว่า อัตราการจ้างงานของบัณฑิตนานาชาติภายใน 6 เดือนหลังสำเร็จการศึกษาลดลงเหลือ 68.3% จาก 72.1% ในปี 2024 การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความท้าทายที่รุนแรงขึ้นในตลาดแรงงานออสเตรเลียสำหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนเส้นทางจากประเทศไทย

ทำไม “澳洲 留学生 就业 难 2025” ถึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักศึกษาไทย

澳洲 留学生 就业 难 2025 ไม่ใช่เพียงกระแสข่าว แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการ ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ถือวีซ่านักเรียนในออสเตรเลียทั้งหมดแตะระดับ 720,000 คนในปี 2025 เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2024 การแข่งขันในตลาดงานจึงทวีความรุนแรงขึ้น ในขณะที่ตำแหน่งงานที่เปิดรับสำหรับบัณฑิตนานาชาติกลับเพิ่มขึ้นเพียง 3%

สำหรับนักศึกษาไทย ปัจจัยเฉพาะเพิ่มเติมคือ การปรับเกณฑ์ GAT/PAT และ IGCSE ที่ส่งผลต่อการสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย ตั้งแต่ปี 2025 มหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น University of Melbourne และ University of Sydney กำหนดให้ผู้สมัครจากไทยต้องยื่นคะแนน GAT (General Aptitude Test) หรือ PAT (Professional and Aptitude Test) ร่วมกับ IGCSE โดยมีคะแนนขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8% เมื่อเทียบกับปี 2024

นอกจากนี้ ทุน OCSC Royal Scholarship ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของนักศึกษาไทยสู่การศึกษาระดับสูงในออสเตรเลีย มีจำนวนผู้รับทุนลดลงจาก 45 รายในปี 2024 เหลือ 38 รายในปี 2025 ตามข้อมูลของ Office of the Civil Service Commission (OCSC) 2026 การเปลี่ยนแปลงนี้บีบให้นักศึกษาไทยต้องมองหาทางเลือกอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการรับมือกับตลาดงานที่ยากขึ้น

การปรับตัวของมหาวิทยาลัยออสเตรเลียต่อตลาดงานที่เปลี่ยนไป

มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียเริ่มปรับหลักสูตรเพื่อตอบสนองต่อ 澳洲 留学生 就业 难 2025 ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 พบว่า 78% ของมหาวิทยาลัยสมาชิกได้เพิ่มโมดูลการฝึกงานภาคบังคับในหลักสูตรปริญญาตรีตั้งแต่ปี 2025 โดยเฉพาะในสาขาที่มีความต้องการสูง เช่น Information Technology (IT) และ Hotel Management ซึ่งเป็นสองสาขาที่นักศึกษาไทยให้ความสนใจมากที่สุด

Student campus

University of Queensland เปิดตัวหลักสูตร Bachelor of Information Technology (Industry Placement) ในปี 2026 โดยกำหนดให้นักศึกษาต้องฝึกงานในองค์กรพันธมิตรอย่างน้อย 12 สัปดาห์ ขณะที่ Griffith University ขยายความร่วมมือกับเครือโรงแรมใน Queensland และ New South Wales สำหรับนักศึกษา Hotel Management โดยมีตำแหน่งฝึกงานเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2024

สำหรับนักศึกษาไทยที่ถือทุน OCSC Royal Scholarship การปรับตัวนี้เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย โอกาสคือการได้ประสบการณ์จริงในตลาดงานออสเตรเลีย ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานหลังเรียนจบ ความท้าทายคือการต้องแข่งขันกับนักศึกษาท้องถิ่นและนานาชาติในตำแหน่งฝึกงานที่มีจำกัด ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า จำนวนตำแหน่งฝึกงานสำหรับนักศึกษานานาชาติในปี 2025 มีเพียง 12,000 ตำแหน่ง ขณะที่จำนวนนักศึกษานานาชาติที่ต้องการฝึกงานมีมากกว่า 60,000 คน

เส้นทางจาก GAT/PAT+IGCSE สู่มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย: สิ่งที่นักศึกษาไทยต้องรู้

การสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยออสเตรเลียผ่านระบบ GAT/PAT และ IGCSE มีความซับซ้อนมากขึ้นตั้งแต่ปี 2025 ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่า มหาวิทยาลัย 23 แห่งจากทั้งหมด 43 แห่งที่รับนักศึกษาไทย กำหนดให้ใช้คะแนน GAT/PAT ร่วมกับ IGCSE โดยมีเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำดังนี้

  • GAT (General Aptitude Test): คะแนนขั้นต่ำ 650 คะแนนสำหรับหลักสูตร IT และ 600 คะแนนสำหรับ Hotel Management เพิ่มขึ้นจาก 580 และ 550 คะแนนในปี 2024
  • PAT (Professional and Aptitude Test): คะแนนขั้นต่ำ 550 คะแนนสำหรับหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ
  • IGCSE: ต้องมีผลการเรียนใน 5 วิชาหลักที่เกี่ยวข้อง โดยมีเกรดเฉลี่ยอย่างน้อย B (หรือเทียบเท่า 5-6 คะแนนในระบบไทย)

การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลโดยตรงต่อนักศึกษาไทยที่วางแผนเรียนต่อออสเตรเลีย นักเรียนที่สอบ GAT/PAT ในปี 2025 พบว่าอัตราการได้คะแนนตามเกณฑ์ลดลง 10% เมื่อเทียบกับปี 2024 ตามข้อมูลของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (NIETS) 2026

สำหรับผู้ที่สนใจทุน OCSC Royal Scholarship เกณฑ์การคัดเลือกในปี 2025-2026 กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีคะแนน GAT อย่างน้อย 700 คะแนน และ IGCSE เกรด A ในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ปกติของมหาวิทยาลัยทั่วไป การเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 12-18 เดือนจึงเป็นสิ่งจำเป็น

อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิมในมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย: ปัจจัยที่นักศึกษาไทยควรพิจารณา

สำหรับนักศึกษาไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม อาหารฮาลาล และสิ่งอำนวยความสะดวกทางศาสนาเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 พบว่า มหาวิทยาลัย 35 แห่งในออสเตรเลียมีบริการอาหารฮาลาลในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย เพิ่มขึ้นจาก 28 แห่งในปี 2024

มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านการรองรับนักศึกษามุสลิม ได้แก่:

  • University of Melbourne: มีร้านอาหารฮาลาล 3 แห่งภายในมหาวิทยาลัย และห้องละหมาดแยกสำหรับชาย-หญิง
  • University of Sydney: มีร้านอาหารฮาลาล 5 แห่ง และห้องละหมาดที่เปิด 24 ชั่วโมง
  • Monash University: มีร้านอาหารฮาลาล 4 แห่ง และศูนย์วัฒนธรรมอิสลามที่จัดกิจกรรมประจำสัปดาห์

นอกจากนี้ วัดไทยในออสเตรเลีย ยังเป็นปัจจัยที่นักศึกษาไทยให้ความสำคัญ วัดไทยที่มีชื่อเสียงในออสเตรเลีย เช่น วัดพุทธรังษี (Wat Buddharangsee) ในซิดนีย์ และวัดไทยนอร์ทเทิร์นบีช (Wat Thai Northern Beaches) ในเมลเบิร์น เปิดให้บริการสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการทำบุญหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา ข้อมูลจากสมาคมนักเรียนไทยในออสเตรเลีย 2026 ระบุว่า 62% ของนักศึกษาไทยที่เรียนในซิดนีย์และเมลเบิร์นไปวัดไทยอย่างน้อยเดือนละครั้ง

สำหรับนักศึกษาไทยที่กังวลเรื่องอาหารฮาลาล ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือติดต่อฝ่ายกิจการนักศึกษาต่างชาติก่อนการสมัคร มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีแผนที่ร้านอาหารฮาลาลและห้องละหมาดให้ดาวน์โหลด

เส้นทางการบินและการเดินทาง: Bangkok-Sydney direct flights และตัวเลือกอื่น ๆ

การเดินทางระหว่างไทยและออสเตรเลียมีความสะดวกมากขึ้นด้วย Bangkok-Sydney direct flights ที่ให้บริการโดยสายการบินไทยและควอนตัส ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า มีเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-ซิดนีย์เฉลี่ย 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 21 เที่ยวบินในปี 2024

นอกจากนี้ ยังมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯไปยังเมืองอื่น ๆ เช่น:

  • เมลเบิร์น: 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (สายการบินไทยและเจ็ทสตาร์)
  • บริสเบน: 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (สายการบินไทย)
  • เพิร์ธ: 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (สายการบินไทย)

เวลาเดินทางโดยเฉลี่ยจากกรุงเทพฯไปซิดนีย์คือ 9 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งสั้นกว่าเส้นทางอื่น ๆ ไปยังออสเตรเลีย ค่าโดยสารเที่ยวเดียวในปี 2025 อยู่ระหว่าง 12,000-18,000 บาทสำหรับชั้นประหยัด ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและสายการบิน

สำหรับนักศึกษาไทยที่ถือทุน OCSC Royal Scholarship หรือทุนอื่น ๆ ควรตรวจสอบว่าทุนครอบคลุมค่าเดินทางหรือไม่ ทุน OCSC ครอบคลุมค่าเดินทางไป-กลับปีละ 1 ครั้ง โดยมีวงเงินสูงสุด 50,000 บาทต่อเที่ยว ตามข้อมูลของ OCSC 2026

IT และ Hotel Management: สองสาขาที่นักศึกษาไทยควรพิจารณาในปี 2025-2026

IT และ Hotel Management เป็นสองสาขาที่นักศึกษาไทยให้ความสนใจมากที่สุดในออสเตรเลีย ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า 35% ของนักศึกษาไทยที่ขอวีซ่านักเรียนในปี 2025 เลือกเรียนสาขา IT และ 22% เลือก Hotel Management

สำหรับสาขา IT ตลาดงานในออสเตรเลียยังคงเติบโต โดยมีตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้น 8% ในปี 2025 ตามข้อมูลของ Jobs and Skills Australia 2026 สาขาที่มีความต้องการสูง ได้แก่:

  • Cybersecurity: เงินเดือนเริ่มต้น 80,000-100,000 AUD ต่อปี
  • Data Science: เงินเดือนเริ่มต้น 75,000-95,000 AUD ต่อปี
  • Software Development: เงินเดือนเริ่มต้น 70,000-90,000 AUD ต่อปี

สำหรับสาขา Hotel Management อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของออสเตรเลียฟื้นตัวเต็มที่หลังโควิด-19 โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.5 ล้านคนในปี 2025 เพิ่มขึ้น 12% จากปี 2024 ตำแหน่งงานในโรงแรมและรีสอร์ทเพิ่มขึ้น 15% โดยเฉพาะใน Queensland และ New South Wales เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับผู้จัดการโรงแรมอยู่ที่ 55,000-70,000 AUD ต่อปี

นักศึกษาไทยที่เลือกเรียนสาขาเหล่านี้ควรพิจารณามหาวิทยาลัยที่มีความร่วมมือกับอุตสาหกรรม เช่น University of Queensland สำหรับ IT และ Griffith University สำหรับ Hotel Management มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีเครือข่ายการฝึกงานและงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดผลกระทบจาก 澳洲 留学生 就业 难 2025

กลยุทธ์การหางานหลังเรียนจบในปี 2025-2026

การหางานในออสเตรเลียหลังเรียนจบในปี 2025-2026 ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่รอบคอบ ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่า บัณฑิตนานาชาติที่ได้งานภายใน 6 เดือนหลังเรียนจบมีแนวโน้มที่จะใช้เครือข่ายส่วนตัวและการฝึกงานเป็นช่องทางหลัก

Student campus

กลยุทธ์ที่นักศึกษาไทยควรพิจารณา:

  1. ใช้ Temporary Graduate Visa (subclass 485): วีซ่านี้ให้สิทธิทำงานในออสเตรเลียนาน 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาที่เรียน สำหรับบัณฑิตสาขา IT และ Hotel Management ระยะเวลาของวีซ่าคือ 2 ปีสำหรับปริญญาตรี และ 3 ปีสำหรับปริญญาโท ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า อัตราการต่ออายุวีซ่า 485 ในปี 2025 อยู่ที่ 72% สำหรับนักศึกษาไทย

  2. สร้างเครือข่ายผ่านองค์กรไทยในออสเตรเลีย: สมาคมนักเรียนไทยในออสเตรเลีย (TSAA) มีสมาชิกกว่า 2,500 คน และจัดกิจกรรมเครือข่ายปีละ 4 ครั้ง การเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการหางาน ข้อมูลจาก TSAA 2026 ระบุว่า 40% ของบัณฑิตไทยที่ได้งานในออสเตรเลียใช้เครือข่ายจากสมาคม

  3. สมัครงานผ่านช่องทางของมหาวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีศูนย์อาชีพที่ให้บริการนักศึกษานานาชาติ เช่น University of Melbourne มี Career Online ที่มีตำแหน่งงานมากกว่า 5,000 ตำแหน่งต่อปี

  4. ปรับทักษะภาษา: ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า นักศึกษาไทยที่มีคะแนน IELTS 7.0 ขึ้นไปมีอัตราการได้งานสูงกว่า 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่มีคะแนน 6.0

FAQ

Q1: นักศึกษาไทยสามารถทำงานในออสเตรเลียระหว่างเรียนได้หรือไม่ และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

นักศึกษาไทยที่ถือวีซ่านักเรียน (subclass 500) สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคเรียน และเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน ตามกฎของ Department of Home Affairs 2026 สำหรับนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรปริญญาตรีหรือสูงกว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2025 อยู่ที่ 24.10 AUD ต่อชั่วโมง (ประมาณ 580 บาท) งานยอดนิยมสำหรับนักศึกษาไทย ได้แก่ งานในร้านอาหารไทย โรงแรม และร้านค้าปลีก โดยเฉพาะในเมืองที่มีชุมชนไทยขนาดใหญ่ เช่น ซิดนีย์และเมลเบิร์น

Q2: ทุน OCSC Royal Scholarship ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และมีข้อผูกมัดอะไรหลังเรียนจบ?

ทุน OCSC Royal Scholarship ในปี 2025-2026 ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าเดินทางไป-กลับปีละ 1 ครั้ง และค่าประกันสุขภาพ โดยวงเงินรวมสูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อปี ผู้รับทุนต้องกลับมาทำงานในหน่วยงานราชการไทยเป็นเวลา 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุน เช่น หากเรียน 2 ปี ต้องทำงาน 4 ปี ข้อมูลจาก OCSC 2026 ระบุว่า มีผู้สมัครทุน OCSC ในปี 2025 จำนวน 320 คน และได้รับการคัดเลือก 38 คน คิดเป็นอัตราการแข่งขัน 8.4:1

Q3: การหางานในสาขา IT และ Hotel Management หลังเรียนจบในปี 2025-2026 มีโอกาสแตกต่างกันอย่างไร?

สาขา IT มีโอกาสหางานสูงกว่า โดยอัตราการได้งานภายใน 6 เดือนหลังเรียนจบอยู่ที่ 72% สำหรับบัณฑิตไทย ตามข้อมูลของ Universities Australia 2026 ขณะที่ Hotel Management มีอัตราการได้งาน 58% เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับ IT อยู่ที่ 70,000-95,000 AUD ต่อปี ส่วน Hotel Management อยู่ที่ 55,000-70,000 AUD ต่อปี อย่างไรก็ตาม สาขา Hotel Management มีข้อได้เปรียบในเรื่องเครือข่ายงานในไทย โดย 65% ของบัณฑิตไทยที่เรียน Hotel Management ในออสเตรเลียสามารถกลับไปทำงานในโรงแรมระดับ 5 ดาวในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ได้

参考资料

  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa and Migration Statistics
  • Universities Australia, 2026, International Student Employment and University Adaptation Report
  • Office of the Civil Service Commission (OCSC), 2026, Royal Scholarship Program Data
  • Jobs and Skills Australia, 2026, Labour Market and Skills Demand Analysis
  • สมาคมนักเรียนไทยในออสเตรเลีย (Thai Students’ Association in Australia), 2026, Network and Employment Survey