StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Tessa Shaw

มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์น อันดับต้น: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย ปี 2026

ในปี 2026 มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์น 3 แห่งติดอันดับ QS World University Rankings Top 50 โดย University of Melbourne อยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก ขณะที่ Monash Univers

มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์น อันดับต้น: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย ปี 2026

ในปี 2026 มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์น 3 แห่งติดอันดับ QS World University Rankings Top 50 โดย University of Melbourne อยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก ขณะที่ Monash University อยู่ที่อันดับ 37 และ RMIT University อยู่ที่อันดับ 140 ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ปี 2026 ระบุว่ามีนักเรียนไทยในวิกตอเรียเพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นกว่า 12,000 คน ซึ่งเมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีชุมชนไทยใหญ่เป็นอันดับสองของออสเตรเลียรองจากซิดนีย์

ทำไมเมลเบิร์นถึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นสำหรับนักเรียนไทย

เมลเบิร์นได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในออสเตรเลียติดต่อกันหลายปีจาก Economist Intelligence Unit โดยในปี 2026 ยังคงอยู่ใน Top 5 ของโลก เมืองนี้มี ระบบขนส่งสาธารณะ ที่ครอบคลุมและปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักเรียนไทยที่เดินทางมาเรียนครั้งแรก

สำหรับนักเรียนไทยที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศ เมลเบิร์นมีจุดเด่นที่ตรงกับความต้องการเฉพาะกลุ่ม:

  • ค่าครองชีพที่แข่งขันได้ เมื่อเทียบกับซิดนีย์: ค่าเช่าห้องพักในเมลเบิร์นเฉลี่ย AUD 350-500 ต่อสัปดาห์ ต่ำกว่าซิดนีย์ประมาณ 15-20% (ข้อมูลปี 2026)
  • ชุมชนไทยเข้มแข็ง: มีวัดไทยในเมลเบิร์นหลายแห่ง เช่น วัดป่าบ้านตาด (Wat Pa Ban Tat) ใน Springvale และวัดไทยนครปฐม (Wat Thai Nakorn Pathom) ใน Keysborough ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและอาหารไทย
  • อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิม: เมลเบิร์นมีร้านอาหารฮาลาลกว่า 1,000 แห่ง โดยเฉพาะในย่าน Footscray, Dandenong และ Glen Waverley รวมถึงมัสยิดและศูนย์อิสลามที่รองรับนักเรียนมุสลิมจากไทย

นักเรียนไทยสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเมลเบิร์นด้วยเที่ยวบินตรงของ Thai Airways (TG) และ Jetstar ซึ่งใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง โดยในปี 2026 มีเที่ยวบินตรง 5-7 เที่ยวต่อสัปดาห์

มหาวิทยาลัยอันดับต้นในเมลเบิร์น: ภาพรวมและจุดแข็ง

Student campus

University of Melbourne (อันดับ 14 ของโลก QS 2026)

เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลียและติด Top 20 ของโลกมาอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นคือ หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์ นิติศาสตร์ และบริหารธุรกิจ (Melbourne Business School) อย่างไรก็ตาม ระบบการศึกษาของ University of Melbourne แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นในออสเตรเลียตรงที่ใช้ระบบ “Melbourne Model” ซึ่งนักศึกษาปริญญาตรีจะเรียนในสาขากว้างก่อน แล้วค่อยเลือกสาขาเฉพาะในระดับปริญญาโท

Monash University (อันดับ 37 ของโลก QS 2026)

เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียในแง่จำนวนนักศึกษา โดยมีนักศึกษากว่า 86,000 คน จุดเด่นคือ หลักสูตรด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเภสัชศาสตร์ Monash มีชื่อเสียงด้านการวิจัยระดับโลก โดยเฉพาะในสาขา Materials Science และ Pharmacology

RMIT University (อันดับ 140 ของโลก QS 2026)

เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นด้าน ศิลปะ การออกแบบ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะสาขา Architecture, Design และ Animation ซึ่งติดอันดับ Top 30 ของโลก RMIT มีความร่วมมือกับอุตสาหกรรมอย่างแน่นแฟ้น ทำให้นักศึกษาได้ฝึกงานจริงในบริษัทชั้นนำ เช่น Google, Adobe และ Tesla

Deakin University (อันดับ 213 ของโลก QS 2026)

มีชื่อเสียงด้าน ธุรกิจระหว่างประเทศ การโรงแรม และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลักสูตร Hospitality Management ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์กรระดับโลก Deakin ยังมีระบบการเรียนแบบผสมผสาน (blended learning) ที่ยืดหยุ่นสำหรับนักเรียนที่ต้องการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

La Trobe University (อันดับ 362 ของโลก QS 2026)

เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และสาธารณสุข มีจุดเด่นด้านความสัมพันธ์กับชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือของเมลเบิร์น La Trobe ยังมีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทยโดยเฉพาะมูลค่าสูงถึง AUD 30,000 ต่อปี

เส้นทางการสมัครเรียนสำหรับนักเรียนไทย: จาก GAT/PAT และ IGCES สู่ออสเตรเลีย

นักเรียนไทยที่ต้องการสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นสามารถใช้ผลการเรียนจากระบบการศึกษาไทยหรือนานาชาติได้ โดยมีแนวทางดังนี้:

การใช้ผล GAT/PAT และ GPAX

มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นส่วนใหญ่รับพิจารณา GPAX (เกรดเฉลี่ยสะสม) ระดับมัธยมปลายร่วมกับผลการสอบ GAT/PAT โดยเฉพาะหลักสูตรวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่ต้องการ PAT2 (ฟิสิกส์) หรือ PAT3 (เคมี) ข้อกำหนดทั่วไปคือ GPAX ≥ 3.0 จาก 4.0 (หรือเทียบเท่า) และผล GAT ≥ 250 คะแนน อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยอันดับต้นเช่น University of Melbourne และ Monash อาจกำหนด GPAX ≥ 3.5

การใช้ผล IGCES/AS/A-Level

นักเรียนไทยที่เรียนในระบบนานาชาติหรือโรงเรียนสองภาษา (EP/MEP) สามารถใช้ ผล IGCSE และ A-Level ในการสมัคร โดยข้อกำหนดทั่วไปคือ IGCSE 5 วิชาในระดับ A*-C และ A-Level 2-3 วิชาในระดับ A*-B สำหรับหลักสูตรแข่งขันสูง เช่น แพทยศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์

เงื่อนไขภาษา

มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นกำหนดผลภาษาอังกฤษขั้นต่ำดังนี้:

  • IELTS: 6.5 (ไม่ต่ำกว่า 6.0 ในทุกทักษะ) สำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่
  • TOEFL iBT: 79 (ไม่ต่ำกว่า 21 ใน Writing)
  • สำหรับหลักสูตรแพทยศาสตร์หรือกฎหมาย: IELTS 7.0 (ไม่ต่ำกว่า 7.0 ในทุกทักษะ)

นักเรียนไทยที่ผลภาษาอังกฤษไม่ถึงสามารถเรียน English Language Intensive Courses for Overseas Students (ELICOS) ก่อนเริ่มหลักสูตร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ AUD 350-450 ต่อสัปดาห์

ทุนการศึกษา OCSC Royal Scholarship และโอกาสทางการเงิน

ทุน OCSC (Office of the Civil Service Commission) หรือทุนรัฐบาลไทย เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการเรียนต่อในเมลเบิร์น โดยในปี 2026 มีสาขาที่เปิดรับในมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นดังนี้:

  • University of Melbourne: สาขาสาธารณสุข นโยบายสาธารณะ และเทคโนโลยีชีวภาพ
  • Monash University: สาขาวิศวกรรมศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และ IT
  • RMIT University: สาขาการออกแบบและการจัดการนวัตกรรม

เงื่อนไขทุน OCSC

  • ผู้สมัครต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีอายุงาน ≥ 2 ปี
  • ต้องมีผล IELTS ≥ 6.5 (หรือเทียบเท่า) และ GPAX ≥ 3.25
  • ต้องกลับมาปฏิบัติงานในประเทศไทยหลังจบการศึกษาเป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับทุน (โดยทั่วไป 2-4 ปี)

ทุนอื่นๆ สำหรับนักเรียนไทยในเมลเบิร์น

  • Australia Awards Scholarship: ทุนรัฐบาลออสเตรเลียที่ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และตั๋วเครื่องบิน โดยเปิดรับสมัครปีละครั้ง (ปิดรับประมาณเดือนเมษายน)
  • ทุนมหาวิทยาลัย: แต่ละมหาวิทยาลัยมีทุนสำหรับนักเรียนต่างชาติ เช่น Monash International Scholarship (มูลค่า AUD 10,000-50,000 ต่อปี) และ Melbourne International Undergraduate Scholarship (มูลค่า AUD 5,000-56,000)
  • ทุนจากมูลนิธิในไทย: เช่น ทุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือทุนจากองค์กรเอกชนที่ส่งพนักงานไปศึกษา

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับนักเรียนไทยในเมลเบิร์นปี 2026:

  • ค่าเล่าเรียน: AUD 30,000-50,000 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับหลักสูตร)
  • ค่าครองชีพ: AUD 25,000-35,000 ต่อปี (รวมที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง)
  • ค่าประกันสุขภาพ (OSHC): AUD 500-700 ต่อปี

หลักสูตรยอดนิยมสำหรับนักเรียนไทย: IT และการจัดการโรงแรม

เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

เมลเบิร์นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของออสเตรเลีย โดยมีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำตั้งอยู่ เช่น Canva, REA Group และ Zendesk มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นมีหลักสูตร IT ที่ได้รับการรับรองจาก Australian Computer Society (ACS) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับการยื่นขอวีซ่าทำงานหลังเรียน (Post-Study Work Visa)

หลักสูตร IT ที่น่าสนใจ:

  • Monash University: Bachelor of Computer Science (มีสาขา Data Science และ Artificial Intelligence)
  • RMIT University: Bachelor of Information Technology (เน้นการฝึกปฏิบัติจริงกับอุตสาหกรรม)
  • University of Melbourne: Master of Information Technology (สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีสาขาอื่น)

สถิติปี 2026: นักเรียนไทยที่เรียน IT ในเมลเบิร์นมีอัตราการได้งานภายใน 6 เดือนหลังเรียนจบสูงถึง 85% โดยเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ย AUD 70,000-90,000 ต่อปี

การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว

เมลเบิร์นเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นของโลก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี ทำให้อุตสาหกรรม hospitality เติบโตอย่างต่อเนื่อง หลักสูตรที่โดดเด่น:

  • William Angliss Institute (สถาบันเฉพาะทางด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม): หลักสูตร Diploma และ Bachelor ที่เน้นการฝึกงานในโรงแรม 5 ดาว
  • Deakin University: Bachelor of Business (Hospitality Management) ที่มีความร่วมมือกับเครือโรงแรมระดับโลก เช่น Marriott, Accor
  • RMIT University: Bachelor of Tourism and Hospitality Management (มีสาขา Event Management)

นักเรียนไทยที่เรียนด้านนี้มีโอกาสฝึกงานในโรงแรมชื่อดัง เช่น Crown Melbourne, Hilton Melbourne และ Shangri-La Hotel ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูงเมื่อกลับไปทำงานในไทย

ชีวิตในเมลเบิร์น: อาหารฮาลาล วัดไทย และชุมชนมุสลิม

เมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง โดยมี ชุมชนไทย ใหญ่เป็นอันดับสองของออสเตรเลียรองจากซิดนีย์ มีประชากรไทยประมาณ 30,000 คน (ข้อมูลปี 2026) จุดเด่นสำหรับนักเรียนไทยในเมลเบิร์น:

อาหารฮาลาลและร้านอาหารไทย

เมลเบิร์นมีร้านอาหารไทยกว่า 500 แห่ง โดยเฉพาะในย่าน Richmond (ถนน Victoria Street) ซึ่งเป็น “ไทยทาวน์” อย่างไม่เป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารฮาลาลไทยในย่าน Springvale, Dandenong และ Footscray ที่เสิร์ฟอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ เช่น ข้าวหมกไก่ ต้มยำกุ้งฮาลาล และผัดไทย

วัดไทยและศูนย์วัฒนธรรม

วัดไทยในเมลเบิร์นมีบทบาทสำคัญในการรักษาวัฒนธรรมไทย:

  • วัดป่าบ้านตาด (Wat Pa Ban Tat) ใน Springvale: มีพระสงฆ์ไทยจำพรรษา และจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพุทธศาสนา
  • วัดไทยนครปฐม (Wat Thai Nakorn Pathom) ใน Keysborough: มีโรงเรียนสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยทุกวันเสาร์
  • วัดไทยพุทธวราราม (Wat Thai Buddhawararam) ใน Craigieburn: เป็นศูนย์กลางของชุมชนไทยภาคเหนือของเมลเบิร์น

ชุมชนมุสลิมและสิ่งอำนวยความสะดวก

เมลเบิร์นมีประชากรมุสลิมกว่า 200,000 คน โดยมีมัสยิดและศูนย์อิสลามมากกว่า 50 แห่ง รวมถึง:

  • Islamic Museum of Australia ใน Thornbury: แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อิสลามในออสเตรเลีย
  • Preston Mosque และ Werribee Islamic Centre: มีบริการละหมาดวันศุกร์และกิจกรรมสำหรับเยาวชน
  • ร้านอาหารฮาลาลและซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายเนื้อฮาลาลในทุกย่านของเมลเบิร์น

การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก

  • เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ: Thai Airways (TG) และ Jetstar มีเที่ยวบินตรงจากสุวรรณภูมิไปเมลเบิร์น (Tullamarine Airport) ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง
  • ระบบรถไฟฟ้า: เมลเบิร์นมีระบบรถไฟฟ้า (Metro Trains), รถราง (Trams) และรถบัสที่ครอบคลุมทั่วเมือง โดยนักเรียนต่างชาติสามารถซื้อบัตร Myki เพื่อใช้บริการ
  • Myki Pass: ค่าโดยสารรายเดือนประมาณ AUD 150-200 (ราคาปี 2026)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ฉันต้องใช้คะแนน IELTS เท่าไหร่ในการสมัครมหาวิทยาลัยอันดับต้นในเมลเบิร์น?

A1: มหาวิทยาลัยอันดับต้นในเมลเบิร์นกำหนดคะแนน IELTS แตกต่างกันไป โดย University of Melbourne และ Monash University กำหนด IELTS 6.5 (ไม่ต่ำกว่า 6.0 ในทุกทักษะ) สำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่ ส่วนหลักสูตรแพทยศาสตร์ กฎหมาย หรือการสอน กำหนด IELTS 7.0 (ไม่ต่ำกว่า 7.0 ในทุกทักษะ) RMIT University และ Deakin University กำหนด IELTS 6.5 เช่นกัน หากคุณมีคะแนน IELTS ต่ำกว่าเกณฑ์ สามารถเรียน ELICOS ก่อนเริ่มหลักสูตร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ AUD 350-450 ต่อสัปดาห์ และใช้เวลาประมาณ 10-20 สัปดาห์ในการปรับปรุงคะแนน

Q2: ทุน OCSC Royal Scholarship ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และต้องกลับไทยหรือไม่?

A2: ทุน OCSC Royal Scholarship (ทุนรัฐบาลไทย) ครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าครองชีพ ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในปี 2026 มูลค่ารวมประมาณ AUD 80,000-120,000 ต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมหาวิทยาลัย เงื่อนไขสำคัญคือผู้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานต้นสังกัดในประเทศไทยเป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับทุน (โดยทั่วไป 2-4 ปี) หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็น 3 เท่าของทุนที่ได้รับ

Q3: นักเรียนไทยที่เรียนจบในเมลเบิร์นสามารถทำงานในออสเตรเลียต่อได้หรือไม่?

A3: ได้ นักเรียนไทยที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นสามารถยื่นขอ Post-Study Work Visa (Subclass 485) ซึ่งอนุญาตให้ทำงานในออสเตรเลียได้นาน 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา (ปริญญาตรี 2 ปี, ปริญญาโท 3 ปี, ปริญญาเอก 4 ปี) ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ปี 2026 ระบุว่านักเรียนไทยที่เรียนจบในสาขา IT วิศวกรรมศาสตร์ และการจัดการโรงแรมในเมลเบิร์นมีอัตราการได้งานภายใน 6 เดือนสูงถึง 80-85% โดยเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ย AUD 65,000-90,000 ต่อปี ทั้งนี้คุณต้องมีผล IELTS 6.0 (ไม่ต่ำกว่า 5.0 ในทุกทักษะ) และต้องยื่นขอภายใน 6 เดือนหลังจากจบการศึกษา

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

参考资料

  • QS World University Rankings, 2026, QS Top Universities
  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa Statistics – Thailand
  • Universities Australia, 2026, International Student Data Summary
  • Study Melbourne, 2026, Living Costs and Student Support Services
  • Office of the Civil Service Commission (OCSC) Thailand, 2026, Royal Scholarship Program Guidelines