StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Diana Chu

ค่าใช้จ่ายเรียนต่อออสเตรเลีย 2026 รวมค่าเทอมและค่าครองชีพ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย

ค่าใช้จ่ายเรียนต่อออสเตรเลียในปี 2026 มีแนวโน้มสูงขึ้น 5-8% จากปีก่อนหน้า โดยข้อมูลจาก Department of Home Affairs ระบุว่านักเรียนไทยต้องแสดงหลักฐานทางการเงินอย่

ค่าใช้จ่ายเรียนต่อออสเตรเลีย 2026 รวมค่าเทอมและค่าครองชีพ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย

ค่าใช้จ่ายเรียนต่อออสเตรเลียในปี 2026 มีแนวโน้มสูงขึ้น 5-8% จากปีก่อนหน้า โดยข้อมูลจาก Department of Home Affairs ระบุว่านักเรียนไทยต้องแสดงหลักฐานทางการเงินอย่างน้อย 29,710 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีสำหรับค่าครองชีพเพียงอย่างเดียว ขณะที่ค่าเทอมเฉลี่ยสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Go8 (Group of Eight) อยู่ที่ 38,000-52,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี และสำหรับหลักสูตรปริญญาโทอยู่ที่ 40,000-55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี การวางแผนการเงินอย่างละเอียดจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จในการศึกษาต่อ

โครงสร้างค่าใช้จ่ายรวม: ค่าเทอมและค่าครองชีพปี 2026

ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับนักเรียนไทยที่ศึกษาต่อในออสเตรเลียปี 2026 ประกอบด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่ ค่าเทอม และ ค่าครองชีพ ซึ่งทั้งสองส่วนมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อและนโยบายของแต่ละมหาวิทยาลัย

ค่าเทอมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามสาขาวิชาและมหาวิทยาลัย โดยสาขาที่มีค่าเทอมสูงที่สุดคือแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งอาจสูงถึง 70,000-90,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี รองลงมาคือวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ อยู่ที่ 42,000-55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขณะที่สาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์มีค่าเทอมต่ำกว่าที่ประมาณ 30,000-38,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี สำหรับสาขาที่นักเรียนไทยนิยม เช่น IT และ การจัดการโรงแรม ค่าเทอมอยู่ที่ 35,000-48,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและเมืองที่ตั้ง

ค่าครองชีพในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 1,800-2,800 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน โดยเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดคือซิดนีย์และเมลเบิร์น ส่วนเมืองอย่างบริสเบน โกลด์โคสต์ และแอดิเลดมีค่าครองชีพต่ำกว่าประมาณ 10-20% ค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วยที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าประกันสุขภาพ (OSHC) และค่าใช้จ่ายส่วนตัว

ระบบการศึกษาและการสมัคร: เส้นทางจากไทยสู่ออสเตรเลีย

นักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในออสเตรเลียมีเส้นทางหลักสองทาง ได้แก่ การใช้ผล GAT/PAT ร่วมกับวุฒิ ม.6 หรือใช้ผล IGCSE และ A-Level จากหลักสูตรนานาชาติ โดยมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียส่วนใหญ่ยอมรับทั้งสองระบบ แต่ต้องตรวจสอบเกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละสถาบัน

Student campus

สำหรับนักเรียนที่เรียนหลักสูตรไทย ระบบ GAT (General Aptitude Test) และ PAT (Professional Aptitude Test) จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกับเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น University of Melbourne และ University of Sydney มักกำหนด GPAX ขั้นต่ำที่ 3.0-3.5 จาก 4.0 และคะแนน GAT/PAT ในระดับที่สูง ส่วนนักเรียนที่เรียนหลักสูตร IGCSE และ A-Level ต้องมีผลการสอบ A-Level อย่างน้อย 2-3 วิชาในระดับ C ขึ้นไป

ขั้นตอนการสมัครประกอบด้วยการยื่นใบสมัครผ่านระบบของมหาวิทยาลัยโดยตรงหรือผ่านระบบกลางอย่าง UAC (Universities Admissions Centre) สำหรับมหาวิทยาลัยในนิวเซาท์เวลส์และ ACT หรือ VTAC สำหรับวิกตอเรีย นักเรียนไทยควรเริ่มเตรียมเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 6-8 เดือนก่อนเปิดภาคการศึกษา โดยเอกสารสำคัญได้แก่ ใบแสดงผลการเรียน ผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (IELTS หรือ TOEFL) และหนังสือรับรองทางการเงิน

ทุนการศึกษาและโอกาสสนับสนุนทางการเงิน

นักเรียนไทยมีโอกาสเข้าถึงทุนการศึกษาหลากหลายประเภท โดยทุนที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ทุน OCSC (Office of the Civil Service Commission) หรือทุนราชการ ซึ่งครอบคลุมค่าเทอม ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และค่าประกันสุขภาพ ทุนนี้เปิดรับสมัครประจำปีและเน้นสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริหารรัฐกิจ

นอกจากทุน OCSC แล้ว มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียมอบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติโดยตรง เช่น Australia Awards Scholarships ซึ่งเป็นทุนรัฐบาลออสเตรเลียที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงทุนของแต่ละมหาวิทยาลัย เช่น University of Sydney International Scholarship และ University of Melbourne International Undergraduate Scholarship ซึ่งมูลค่าทุนอาจครอบคลุมค่าเทอมบางส่วนหรือทั้งหมด ขึ้นอยู่กับผลการเรียนและความสามารถพิเศษ

นักเรียนไทยควรตรวจสอบเงื่อนไขของทุนอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อผูกพันในการกลับมาทำงานในประเทศไทยหลังสำเร็จการศึกษาสำหรับทุน OCSC และทุนรัฐบาลอื่นๆ การสมัครทุนควรเริ่มดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 12-18 เดือนก่อนวันเปิดภาคเรียน

การใช้ชีวิตและวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลีย

นักเรียนไทยในออสเตรเลียสามารถเข้าถึงชุมชนไทยที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน ซึ่งมี วัดไทย หลายแห่ง เช่น วัดพุทธรังษี (Wat Buddharangsi) ในซิดนีย์ และวัดป่าพุทธรังษี (Wat Pa Buddharangsi) ในเมลเบิร์น สถานที่เหล่านี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศาสนาที่นักเรียนไทยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนาและพบปะกับคนไทยในพื้นที่

สำหรับนักเรียนมุสลิมจากไทย ออสเตรเลียมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้าน อาหารฮาลาล และมัสยิดในทุกเมืองหลัก โดยเฉพาะในซิดนีย์ เมลเบิร์น และเพิร์ธ ซึ่งมีชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีห้องละหมาดและร้านอาหารฮาลาลในมหาวิทยาลัย รวมถึงบริการอาหารฮาลาลในโรงอาหาร

การเดินทางระหว่างไทยและออสเตรเลียสะดวกมากขึ้นด้วย เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ซิดนีย์ และเมลเบิร์น โดยสายการบินไทยและสายการบินอื่นๆ ให้บริการเที่ยวบินตรงทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-9 ชั่วโมง ทำให้นักเรียนสามารถเดินทางกลับบ้านในช่วงปิดเทอมได้สะดวก

การขอวีซ่านักเรียนและข้อกำหนดทางการเงินปี 2026

การขอ วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (Student Visa Subclass 500) ในปี 2026 มีข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะด้านความสามารถทางการเงิน ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานว่ามีเงินเพียงพอสำหรับค่าเทอม ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และค่าประกันสุขภาพตลอดระยะเวลาการศึกษา

ข้อกำหนดทางการเงินสำหรับปี 2026 กำหนดให้นักเรียนต้องมีเงินอย่างน้อย 29,710 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีสำหรับค่าครองชีพส่วนบุคคล และเพิ่มเติมสำหรับคู่สมรสและบุตรหากเดินทางมาด้วย โดยต้องแสดงหลักฐานการฝากเงินในธนาคารหรือหนังสือรับรองทุนการศึกษาอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนยื่นวีซ่า

นอกจากหลักฐานทางการเงินแล้ว ผู้สมัครต้องมีผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น IELTS ขั้นต่ำ 6.0 (ไม่ต่ำกว่า 5.5 ในแต่ละทักษะ) หรือเทียบเท่า และต้องมีประกันสุขภาพ OSHC (Overseas Student Health Cover) ตลอดระยะเวลาวีซ่า โดยค่า OSHC อยู่ที่ประมาณ 500-700 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและความคุ้มครอง

โอกาสหลังเรียนจบ: เส้นทางสู่การทำงานและพำนักระยะยาว

นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษาจากออสเตรเลียสามารถขอ วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (Post-Study Work Visa - Subclass 485) ซึ่งในปี 2026 อนุญาตให้ทำงานในออสเตรเลียได้นาน 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา โดยผู้ที่จบปริญญาตรีจะได้ 2 ปี ปริญญาโทจะได้ 3 ปี และปริญญาเอกจะได้ 4 ปี

สาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงานออสเตรเลียและมีโอกาสได้วีซ่าทำงานระยะยาว ได้แก่ IT, วิศวกรรมศาสตร์, การพยาบาล, การศึกษา และการจัดการโรงแรม ซึ่งเป็นสาขาที่นักเรียนไทยนิยมเรียน นักเรียนที่เรียนจบในสาขาที่อยู่ในรายชื่ออาชีพขาดแคลน (Skilled Occupation List) อาจมีสิทธิ์สมัครวีซ่าถาวร (Permanent Residency) ในภายหลัง

นักเรียนไทยควรวางแผนเส้นทางอาชีพตั้งแต่ช่วงเรียน โดยการฝึกงาน (internship) หรือทำงาน part-time ในสาขาที่เกี่ยวข้องจะช่วยเพิ่มประสบการณ์และโอกาสในการได้งานหลังเรียนจบ โดยนักเรียนที่มีวีซ่านักเรียนสามารถทำงาน part-time ได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม และเต็มเวลาในช่วงปิดเทอม

การเลือกเมืองและมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมกับงบประมาณ

การเลือกเมืองและมหาวิทยาลัยมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายรวมของนักเรียนไทย โดย ซิดนีย์ และ เมลเบิร์น เป็นเมืองที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด แต่ก็มีมหาวิทยาลัยชั้นนำและโอกาสการทำงานมากที่สุด ส่วนเมืองขนาดกลาง เช่น บริสเบน โกลด์โคสต์ แอดิเลด และเพิร์ธ มีค่าครองชีพต่ำกว่า 10-20% และยังมีมหาวิทยาลัยคุณภาพสูง

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายรายเดือนในแต่ละเมือง (ประมาณการปี 2026):

  • ซิดนีย์: 2,500-3,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  • เมลเบิร์น: 2,200-2,800 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  • บริสเบน: 1,800-2,300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  • โกลด์โคสต์: 1,700-2,200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  • แอดิเลด: 1,600-2,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  • เพิร์ธ: 1,800-2,200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

นักเรียนไทยควรพิจารณาค่าใช้จ่ายรวมของแต่ละเมืองร่วมกับคุณภาพการศึกษาและโอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ การเลือกที่พักใกล้มหาวิทยาลัยหรือในเขตที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

Q1: ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักเรียนไทยที่ไปเรียนต่อออสเตรเลียปี 2026 อยู่ที่ประมาณเท่าไร?

ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลียปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 55,000-85,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ประกอบด้วยค่าเทอมเฉลี่ย 35,000-55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าครองชีพ 20,000-35,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา เมือง และรูปแบบการใช้ชีวิต โดยเมืองซิดนีย์และเมลเบิร์นมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด

Q2: นักเรียนไทยสามารถทำงาน part-time ระหว่างเรียนได้หรือไม่? ได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์?

นักเรียนไทยที่ถือวีซ่านักเรียน (Subclass 500) สามารถทำงาน part-time ได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคการศึกษา และสามารถทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดภาคการศึกษา โดยค่าแรงขั้นต่ำในออสเตรเลียปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 24.10 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง รายได้จากการทำงาน part-time สามารถช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพได้บางส่วน

Q3: ทุน OCSC (ทุนราชการ) ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? มีข้อผูกพันอะไร?

ทุน OCSC ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ได้แก่ ค่าเทอม ค่าครองชีพ ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการไทยเป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับทุน บวกเพิ่มอีก 1 ปี โดยทั่วไปคือ 3-5 ปี หากผิดสัญญาต้องชดใช้ค่าเสียหายตามระเบียบของสำนักงาน ก.พ.

参考资料

  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa Financial Requirements
  • Universities Australia, 2026, International Student Data and Fee Schedule
  • Study Australia, 2026, Cost of Living Calculator and City Guide
  • Office of the Civil Service Commission (OCSC), 2026, Royal Scholarship Program Guidelines
  • Australian Department of Education, 2026, International Student Enrolment and Post-Study Work Rights