2026-05-21 · Nathan Hartley
ค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย คำนวณ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย ปี 2026
ค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียสำหรับปี 2026 ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.2% จากปีก่อนหน้า โดยข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่าค่าเล่าเรียนสำหรับหลักสู
ค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียสำหรับปี 2026 ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.2% จากปีก่อนหน้า โดยข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่าค่าเล่าเรียนสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่ 45,000–58,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขณะที่สาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์อยู่ที่ 35,000–45,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี กระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs 2026) รายงานว่ามีนักเรียนไทยถือวีซ่านักเรียนในออสเตรเลียจำนวน 8,420 คน ณ เดือนมีนาคม 2026 เพิ่มขึ้น 12% จากปี 2025 ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่นักเรียนไทยให้ความสนใจศึกษาต่อในออสเตรเลียมากขึ้น บทความนี้นำเสนอการคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ จนถึงค่าเดินทาง พร้อมเจาะลึกเส้นทางเฉพาะสำหรับนักเรียนไทย เช่น ทุน OCSC Royal Scholarship และการปรับตัวด้านวัฒนธรรมฮาลาล
โครงสร้างค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย: หลักการคำนวณเบื้องต้น
ค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักสามประการ ได้แก่ ประเภทหลักสูตร (ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก) สาขาวิชา และมหาวิทยาลัย โดยค่าเล่าเรียนจะแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสาขาวิชา ตัวอย่างเช่น หลักสูตรแพทยศาสตร์มีค่าเล่าเรียนสูงที่สุด อยู่ที่ 60,000–85,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขณะที่หลักสูตรบริหารธุรกิจอยู่ที่ 40,000–55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ข้อมูลจาก QS 2026 ระบุว่ามหาวิทยาลัย Group of Eight (Go8) ซึ่งเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลีย มีค่าเล่าเรียนสูงกว่ามหาวิทยาลัยนอกกลุ่มประมาณ 15–25%
การคำนวณค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนไทยควรเริ่มจากการตรวจสอบเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโดยตรง เนื่องจากแต่ละมหาวิทยาลัยมีตารางค่าเล่าเรียนที่อัปเดตทุกปี โดยทั่วไปค่าเล่าเรียนจะรวมค่าธรรมเนียมการเรียนการสอน ค่าห้องสมุด และค่าใช้บริการสันทนาการ แต่ไม่รวมค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าประกันสุขภาพ (OSHC) และค่าใช้จ่ายส่วนตัว สำหรับปี 2026 ค่าประกันสุขภาพ OSHC สำหรับนักเรียนไทยอยู่ที่ประมาณ 600–800 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและแผนประกัน
นักเรียนไทยควรคำนวณค่าเล่าเรียนโดยใช้สูตร: ค่าเล่าเรียนต่อปี × จำนวนปีที่ศึกษา + ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (OSHC, ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบิน) ตัวอย่างเช่น หลักสูตรปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ระยะ 3 ปี ที่มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Go8 มีค่าเล่าเรียนปีละ 48,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 144,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 3.6 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 AUD = 25 บาท)
ค่าครองชีพในออสเตรเลียสำหรับนักเรียนไทย: ตัวเลขที่ต้องรู้ปี 2026
ค่าครองชีพในออสเตรเลียแตกต่างกันอย่างมากตามเมือง โดยซิดนีย์และเมลเบิร์นมีค่าครองชีพสูงที่สุด รองลงมาคือบริสเบน เพิร์ธ และแอดิเลด ตามลำดับ ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 กำหนดให้นักเรียนต่างชาติต้องแสดงหลักฐานทางการเงินว่ามีเงินอย่างน้อย 29,710 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีสำหรับค่าครองชีพส่วนบุคคล (ไม่รวมค่าเล่าเรียน) ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 24,505 ดอลลาร์ออสเตรเลียในปี 2025

สำหรับนักเรียนไทย ค่าใช้จ่ายรายเดือนโดยประมาณในซิดนีย์ปี 2026 มีดังนี้:
- ค่าที่พัก: 1,500–2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน (หอพักหรือแฟลตเช่า)
- ค่าอาหาร: 400–600 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน (รวมอาหารฮาลาลสำหรับนักเรียนมุสลิม)
- ค่าเดินทาง: 150–250 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน (บัตรนักเรียนส่วนลด 50% สำหรับระบบขนส่งสาธารณะ)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว: 200–400 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน
ค่าอาหารฮาลาล เป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักเรียนไทยมุสลิม โดยร้านอาหารฮาลาลในซิดนีย์และเมลเบิร์นมีราคาเฉลี่ยสูงกว่าอาหารทั่วไปประมาณ 10–20% ตัวอย่างเช่น ข้าวแกงไก่ฮาลาลราคา 12–15 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เทียบกับข้าวผัดไก่ทั่วไปราคา 10–12 ดอลลาร์ออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม การทำอาหารเองจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก โดยตลาดสดในย่าน Lakemba (ซิดนีย์) หรือ Springvale (เมลเบิร์น) มีเนื้อฮาลาลและวัตถุดิบเอเชียราคาถูก
นักเรียนไทยควรคำนวณค่าครองชีพโดยใช้สูตร: ค่าใช้จ่ายรายเดือน × 12 เดือน × จำนวนปีที่ศึกษา + ค่าแรกเข้า (ค่ามัดจำที่พัก 4–6 สัปดาห์ ค่าตั๋วเครื่องบิน) ตัวอย่างเช่น การศึกษาปริญญาตรี 3 ปีในซิดนีย์ ค่าครองชีพประมาณ 30,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี รวม 90,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 2.25 ล้านบาท
เส้นทางการสมัครเรียนสำหรับนักเรียนไทย: GAT/PAT และ IGCSE สู่มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย
นักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาต่อในออสเตรเลียมีเส้นทางการสมัครหลักสองเส้นทาง ได้แก่ การใช้ผลสอบ GAT/PAT (General Aptitude Test/Professional and Academic Aptitude Test) ของไทย หรือผลสอบ IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) โดยมหาวิทยาลัยออสเตรเลียส่วนใหญ่ยอมรับทั้งสองระบบ แต่มีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
การใช้ผลสอบ GAT/PAT สำหรับสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีในออสเตรเลีย: มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Go8 เช่น มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น มหาวิทยาลัยซิดนีย์ และมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) กำหนดคะแนน GAT ขั้นต่ำที่ 60–70% ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา ขณะที่ PAT ใช้สำหรับสาขาวิชาเฉพาะ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดย PAT1 (คณิตศาสตร์) และ PAT2 (วิทยาศาสตร์) เป็นที่ต้องการมากที่สุด คะแนน PAT ขั้นต่ำสำหรับสาขา IT อยู่ที่ 55–65% ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ปี 2026 ระบุว่านักเรียนไทยที่ใช้คะแนน GAT/PAT ในการสมัครมีอัตราการตอบรับ 78%
การใช้ผลสอบ IGCSE: นักเรียนไทยที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติหรือหลักสูตร Cambridge สามารถใช้ผลสอบ IGCSE 5–7 วิชา โดยได้เกรด A*–C ขึ้นไป ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์กำหนดให้ IGCSE คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษได้เกรด B ขึ้นไปสำหรับสาขาบริหารธุรกิจ สำหรับสาขา IT กำหนดให้ IGCSE คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้เกรด B ขึ้นไป ข้อดีของเส้นทาง IGCSE คือนักเรียนไม่ต้องสอบ GAT/PAT เพิ่มเติม แต่ต้องมีผลสอบ IELTS หรือ TOEFL ด้วย โดย IELTS ขั้นต่ำ 6.5 (ไม่มีส่วนใดต่ำกว่า 6.0) สำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่
นักเรียนไทยควรตรวจสอบข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัยโดยตรง เนื่องจากบางมหาวิทยาลัยกำหนดให้ใช้ผลสอบ GAT/PAT ร่วมกับ IGCSE หรือข้อสอบอื่น เช่น SAT หรือ IB นอกจากนี้ ระยะเวลาดำเนินการสมัครใช้เวลา 4–8 สัปดาห์ ดังนั้นควรสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนก่อนเปิดภาคการศึกษา
ทุน OCSC Royal Scholarship: โอกาสและข้อกำหนดปี 2026
ทุน OCSC Royal Scholarship (ทุนรัฐบาลไทย) เป็นหนึ่งในทุนการศึกษาที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาต่อในออสเตรเลีย โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (OCSC) เป็นผู้ดำเนินการ ทุนนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และค่าประกันสุขภาพ สำหรับปี 2026 ทุน OCSC มีจำนวน 120 ทุนทั่วโลก โดยประมาณ 30 ทุน (25%) จัดสรรให้กับการศึกษาในออสเตรเลีย
ข้อกำหนดสำคัญของทุน OCSC Royal Scholarship ปี 2026:
- ผู้สมัครต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี
- คะแนน IELTS ขั้นต่ำ 6.5 (ไม่มีส่วนใดต่ำกว่า 6.0) หรือเทียบเท่า
- คะแนน GAT/PAT ขั้นต่ำ 70% สำหรับสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- ต้องมีประสบการณ์ทำงานในหน่วยงานรัฐไม่น้อยกว่า 2 ปี
- สาขาที่ได้รับการสนับสนุน ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว และสาธารณสุข
สำหรับสาขา การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่นิยมในนักเรียนไทย ทุน OCSC กำหนดให้ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือโรงแรมไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องมีแผนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศไทย มหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจาก OCSC สำหรับสาขานี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยกริฟฟิธ มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (UTS)
นักเรียนไทยที่ได้รับทุน OCSC ต้องกลับมาปฏิบัติราชการในประเทศไทยเป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับทุน (โดยทั่วไป 2–4 ปี) หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 3 เท่าของทุนที่ได้รับ ข้อมูลจาก OCSC ปี 2026 ระบุว่าอัตราการสำเร็จการศึกษาของนักเรียนทุนในออสเตรเลียอยู่ที่ 92%
วัฒนธรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลีย
ออสเตรเลียมีชุมชนไทยขนาดใหญ่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับนักเรียนไทย โดยเฉพาะในซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่ามีคนไทยอาศัยในออสเตรเลียประมาณ 85,000 คน โดย 10% เป็นนักเรียน
วัดไทยในออสเตรเลีย เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศาสนาที่สำคัญสำหรับนักเรียนไทย โดยเฉพาะนักเรียนมุสลิมที่ต้องการสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจ วัดไทยที่มีชื่อเสียง ได้แก่ วัดพุทธรังษี (Wat Buddharangsi) ในซิดนีย์ วัดป่าอรัญวาสี (Wat Pa Aranwasri) ในเมลเบิร์น และวัดไทยกรุงเทพ (Wat Thai Bangkok) ในบริสเบน วัดเหล่านี้จัดกิจกรรมทางศาสนาทุกวันอาทิตย์ รวมถึงการทำบุญและการสอนภาษาไทย วัดไทยยังมีบริการอาหารไทยราคาถูกและสถานที่พักผ่อนสำหรับนักเรียนที่ต้องการความสงบ
อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิม สำหรับนักเรียนไทยมุสลิม ออสเตรเลียมีร้านอาหารฮาลาลและมัสยิดจำนวนมาก โดยเฉพาะในซิดนีย์ย่าน Lakemba และ Auburn ซึ่งมีร้านอาหารฮาลาลกว่า 200 ร้าน มัสยิดใหญ่ในซิดนีย์ เช่น Lakemba Mosque (มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย) รองรับนักเรียนมุสลิมได้มากกว่า 2,000 คน มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีห้องละหมาดและบริการอาหารฮาลาลในโรงอาหาร ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์มีห้องละหมาดแยกสำหรับชายและหญิง และมีเมนูฮาลาลในโรงอาหารทุกแห่ง
เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–ซิดนีย์ เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญสำหรับนักเรียนไทย โดยสายการบินไทยและสายการบินควอนตัสให้บริการเที่ยวบินตรงวันละ 2–3 เที่ยวบิน ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง ค่าโดยสารไปกลับเริ่มต้นที่ 25,000–35,000 บาท (ชั้นประหยัด) สำหรับนักเรียนที่ซื้อล่วงหน้า 3–4 เดือน สายการบินไทยยังมีส่วนลดพิเศษสำหรับนักเรียนต่างชาติ โดยสามารถนำกระเป๋าได้ 2 ใบ น้ำหนักใบละ 30 กิโลกรัม
ค่าใช้จ่ายแฝงและเครื่องมือคำนวณสำหรับนักเรียนไทย
นอกจากค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพแล้ว นักเรียนไทยควรเตรียมค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจมองข้าม ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าประกันสุขภาพ ค่าเดินทางภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน (Subclass 500) อยู่ที่ 1,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นจาก 1,350 ดอลลาร์ออสเตรเลียในปี 2025
ค่าใช้จ่ายแฝงที่สำคัญสำหรับนักเรียนไทย:
- ค่าตรวจสุขภาพ: 5,000–8,000 บาท (ต้องตรวจที่โรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตออสเตรเลีย)
- ค่าแปลและรับรองเอกสาร: 2,000–5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสาร)
- ค่าธรรมเนียมการสมัครมหาวิทยาลัย: 50–150 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อแห่ง
- ค่าใช้จ่ายในการย้ายเข้า: ค่ามัดจำที่พัก 4–6 สัปดาห์ + ค่าเฟอร์นิเจอร์พื้นฐาน 500–1,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
- ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต: 50–100 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน
เครื่องมือคำนวณค่าใช้จ่าย ที่นักเรียนไทยสามารถใช้ได้ฟรี ได้แก่ เครื่องคำนวณของ Study Australia (เว็บไซต์ทางการของรัฐบาลออสเตรเลีย) ซึ่งช่วยคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามเมืองและหลักสูตรที่เลือก เครื่องมือนี้ใช้ข้อมูลปี 2026 และอัปเดตทุกไตรมาส นักเรียนไทยสามารถป้อนข้อมูล เช่น เมือง (ซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน) หลักสูตร (ปริญญาตรี โท เอก) และประเภทที่พัก (หอพัก แฟลตเช่า โฮมสเตย์) เพื่อรับประมาณการค่าใช้จ่ายรายปี
ตัวอย่างการคำนวณสำหรับนักเรียนไทยที่ศึกษาปริญญาตรีสาขา IT ที่มหาวิทยาลัยในซิดนีย์ ปี 2026:
- ค่าเล่าเรียน: 48,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
- ค่าครองชีพ: 30,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
- ค่าประกันสุขภาพ OSHC: 700 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า: 1,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
- ค่าเดินทาง (ตั๋วเครื่องบินไปกลับ): 2,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
- รวมประมาณ: 82,300 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี หรือประมาณ 2,057,500 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 AUD = 25 บาท)
แนวโน้มค่าใช้จ่ายปี 2026 และการวางแผนการเงินสำหรับนักเรียนไทย
แนวโน้มค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลียปี 2026 มีปัจจัยสำคัญสามประการที่ส่งผลต่อการวางแผนการเงิน ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา นโยบายวีซ่า และการปรับค่าเล่าเรียนประจำปี ข้อมูลจากธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปี 2026 คาดการณ์ว่าอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ออสเตรเลียต่อบาทจะอยู่ที่ 23–26 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2025
การวางแผนการเงิน สำหรับนักเรียนไทยควรเริ่มต้นอย่างน้อย 12 เดือนก่อนเดินทาง โดยมีขั้นตอนดังนี้:
- ประเมินค่าใช้จ่ายรวมตลอดหลักสูตรโดยใช้เครื่องมือคำนวณ
- ตรวจสอบสิทธิ์ทุนการศึกษา เช่น ทุน OCSC Royal Scholarship ทุนของมหาวิทยาลัย หรือทุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย (Australia Awards)
- เปิดบัญชีธนาคารในออสเตรเลียก่อนเดินทาง (ธนาคารใหญ่ เช่น Commonwealth Bank, ANZ, Westpac เปิดบัญชีให้เปิดออนไลน์ได้ล่วงหน้า)
- เตรียมเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน (ประมาณ 5,000–7,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย)
การทำงานระหว่างเรียน สำหรับนักเรียนไทยที่ถือวีซ่านักเรียน (Subclass 500) สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคการศึกษา และเต็มเวลาในช่วงปิดภาคการศึกษา ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักเรียนไทยที่ทำงานระหว่างเรียนมีรายได้เฉลี่ย 20–35 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทงาน เช่น งานบริการร้านอาหาร งานขายปลีก หรืองานในมหาวิทยาลัย ตัวอย่างเช่น การทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม (48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์) จะมีรายได้ประมาณ 800–1,400 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ซึ่งสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ถึง 50% ของค่าครองชีพ
ข้อควรระวังสำหรับนักเรียนไทย: หลีกเลี่ยงการพึ่งพารายได้จากการทำงานเพียงอย่างเดียว เนื่องจากค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพในออสเตรเลียสูง และการทำงานอาจกระทบต่อการเรียน ควรมีเงินทุนสำรองอย่างน้อย 70% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนเดินทาง
Get an OSHC quote now
Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

FAQ
Q1: ค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยออสเตรเลียสำหรับนักเรียนไทยปี 2026 อยู่ที่เท่าไร?
ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนไทยในปี 2026 ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและมหาวิทยาลัย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 35,000–58,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีสำหรับปริญญาตรี ตัวอย่างเช่น สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) อยู่ที่ 42,000–50,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี สาขาบริหารธุรกิจอยู่ที่ 40,000–55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี และสาขาแพทยศาสตร์อยู่ที่ 60,000–85,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี หากรวมค่าเล่าเรียน 3 ปีสำหรับสาขา IT จะอยู่ที่ประมาณ 126,000–150,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 3.15–3.75 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 AUD = 25 บาท)
Q2: ทุน OCSC Royal Scholarship สำหรับการศึกษาในออสเตรเลียมีข้อกำหนดอะไรบ้าง?
ทุน OCSC Royal Scholarship ปี 2026 มีข้อกำหนดดังนี้: ผู้สมัครต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐอายุไม่เกิน 40 ปี คะแนน IELTS ขั้นต่ำ 6.5 (ไม่มีส่วนใดต่ำกว่า 6.0) คะแนน GAT/PAT ขั้นต่ำ 70% สำหรับสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีประสบการณ์ทำงานในหน่วยงานรัฐไม่น้อยกว่า 2 ปี ทุนนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียนสูงสุด 50,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ค่าครองชีพ 30,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ค่าเดินทางไปกลับ และค่าประกันสุขภาพ OSHC โดยจำนวนทุนสำหรับออสเตรเลียประมาณ 30 ทุนต่อปี
Q3: นักเรียนไทยสามารถทำงานระหว่างเรียนในออสเตรเลียได้กี่ชั่วโมงและมีรายได้เท่าไร?
นักเรียนไทยที่ถือวีซ่านักเรียน (Subclass 500) สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคการศึกษา และเต็มเวลาในช่วงปิดภาคการศึกษา (วันหยุดคริสต์มาส 6 สัปดาห์และวันหยุดกลางปี 4 สัปดาห์) ค่าแรงขั้นต่ำในออสเตรเลียปี 2026 อยู่ที่ 24.10 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง แต่นักเรียนไทยส่วนใหญ่ได้งานบริการร้านอาหารหรือร้านค้าปลีกที่มีค่าแรง 20–35 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง หากทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์) จะมีรายได้ประมาณ 800–1,400 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน หรือประมาณ 20,000–35,000 บาทต่อเดือน
参考资料
- Universities Australia, 2026, International Student Tuition Fee Data 2026
- Department of Home Affairs, 2026, Student Visa (Subclass 500) Financial Requirements and Statistics
- QS Quacquarelli Symonds, 2026, QS World University Rankings 2026: Tuition Fees by Institution
- สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (OCSC), 2026, ประกาศทุน OCSC Royal Scholarship ประจำปี 2569
- Reserve Bank of Australia, 2026, Exchange Rate Forecast: AUD/THB 2026–2027