2026-05-21 · Tessa Shaw
QS World University Rankings ออสเตรเลีย 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย
ในปี 2024 สถาบันการศึกษาในออสเตรเลีย 6 แห่งติดอันดับ 50 แห่งแรกของโลกจาก QS World University Rankings โดย University of Melbourne อยู่ในอันดับที่ 14 และ Univers
ในปี 2024 สถาบันการศึกษาในออสเตรเลีย 6 แห่งติดอันดับ 50 แห่งแรกของโลกจาก QS World University Rankings โดย University of Melbourne อยู่ในอันดับที่ 14 และ University of Sydney อยู่ในอันดับที่ 19 ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่าจำนวนนักศึกษาไทยในออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยมีนักศึกษาไทยมากกว่า 8,000 คนกำลังศึกษาอยู่ในระบบการศึกษาของออสเตรเลีย ณ เดือนมกราคม 2026 บทความนี้จะวิเคราะห์ปัจจัยที่นักเรียนไทยควรพิจารณาเมื่อเลือกมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ตั้งแต่กระบวนการสมัครเรียน ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงเส้นทางหลังเรียนจบ
QS Rankings 2024: การจัดอันดับที่เปลี่ยนเกมสำหรับนักเรียนไทย
QS World University Rankings ออสเตรเลีย 2024 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียหลายแห่งปรับตัวดีขึ้นในตัวชี้วัดด้านการจ้างงานบัณฑิตและการวิจัยระหว่างประเทศ University of Melbourne ครองอันดับ 1 ของออสเตรเลียที่อันดับ 14 ของโลก ตามด้วย University of New South Wales (UNSW) และ University of Sydney ที่อันดับ 19 ร่วมกัน Australian National University (ANU) อยู่อันดับ 34 Monash University อันดับ 42 และ University of Queensland อันดับ 43
สำหรับนักเรียนไทย การจัดอันดับนี้มีความหมายโดยตรง มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of Eight (Go8) ซึ่งรวมถึง 6 แห่งที่ติดท็อป 50 โลก มีอัตราการรับนักเรียนไทยสูงที่สุด ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่านักเรียนไทยกว่า 65% เลือกเรียนในมหาวิทยาลัย Go8 โดยสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Business และ Information Technology
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน QS 2024 คือการเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวชี้วัดด้าน ความยั่งยืน (Sustainability) และ ผลลัพธ์การจ้างงาน (Employment Outcomes) ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่นักเรียนไทยให้ความสำคัญกับโอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ มหาวิทยาลัยอย่าง University of Sydney และ Monash University มีคะแนนสูงในด้านนี้ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เส้นทางการสมัครเรียน: จาก GAT/PAT สู่ระบบออสเตรเลีย
นักเรียนไทยที่ถือวุฒิ GAT/PAT หรือ IGCSE สามารถสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียได้โดยตรงผ่านระบบ Australian Tertiary Admission Rank (ATAR) หรือผ่าน foundation programs ซึ่งเป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อม 1 ปี ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักเรียนไทยกว่า 40% เลือกเส้นทาง foundation program ก่อนเข้าปริญญาตรี

กระบวนการสมัครในปี 2026 มีขั้นตอนหลักดังนี้:
- การเทียบวุฒิการศึกษาผ่านระบบของมหาวิทยาลัยหรือผ่านศูนย์ประเมินวุฒิ (Qualifications assessment)
- การยื่นใบสมัครผ่านระบบกลางของรัฐ เช่น Universities Admissions Centre (UAC) สำหรับนิวเซาท์เวลส์ หรือ Victorian Tertiary Admissions Centre (VTAC) สำหรับวิกตอเรีย
- การยื่นขอวีซ่านักเรียน (Subclass 500) ซึ่งต้องมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษ IELTS 6.5 หรือเทียบเท่า
สำหรับนักเรียนที่เรียนจบ GAT/PAT เกรด 12 มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กำหนดให้ต้องมีคะแนนสอบภาษาอังกฤษด้วย เช่น IELTS หรือ TOEFL ยกเว้นนักเรียนที่เรียนในหลักสูตรอินเตอร์หรือ EP (English Program) จากโรงเรียนในไทย ซึ่งบางมหาวิทยาลัยอาจได้รับการยกเว้น
OCSC Royal Scholarship: โอกาสสำหรับนักเรียนทุนรัฐบาลไทย
OCSC Royal Scholarship หรือทุนรัฐบาลไทยเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญสำหรับนักเรียนไทยที่มีผลการเรียนดีเด่น ในปี 2026 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (OCSC) จัดสรรทุนสำหรับศึกษาต่อในออสเตรเลียจำนวน 45 ทุน โดยเน้นสาขาที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 เช่น ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
กระบวนการคัดเลือกทุน OCSC สำหรับออสเตรเลียในปี 2026 ประกอบด้วย:
- การสอบข้อเขียนในเดือนมีนาคม ซึ่งครอบคลุมความรู้ทั่วไปและภาษาอังกฤษ
- การสอบสัมภาษณ์ในเดือนพฤษภาคม
- การประกาศผลในเดือนมิถุนายน
ผู้ได้รับทุนจะต้องศึกษาที่มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่ม Go8 หรือมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดย University of Melbourne และ University of Queensland เป็นสองมหาวิทยาลัยที่รับนักเรียนทุน OCSC มากที่สุดในปี 2025-2026 ข้อมูลจาก OCSC 2026 ระบุว่าอัตราการสำเร็จการศึกษาของนักเรียนทุนในออสเตรเลียสูงถึง 92% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนทุนในประเทศอื่น
ค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพ: งบประมาณที่ควรเตรียม
ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลียปี 2026 แตกต่างกันไปตามสาขาและมหาวิทยาลัย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ AUD 35,000-50,000 ต่อปี (ประมาณ 840,000-1,200,000 บาท) สำหรับปริญญาตรี และ AUD 40,000-55,000 ต่อปีสำหรับปริญญาโท สาขาที่มีค่าเล่าเรียนสูงที่สุดคือแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ (AUD 60,000-80,000 ต่อปี) ในขณะที่สาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า (AUD 30,000-40,000 ต่อปี)
ค่าครองชีพในปี 2026 ตามข้อกำหนดของ Department of Home Affairs อยู่ที่ AUD 29,710 ต่อปี (ประมาณ 710,000 บาท) สำหรับนักเรียนโสด ตัวเลขนี้ครอบคลุมค่าที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดคือซิดนีย์ (AUD 35,000-40,000 ต่อปี) รองลงมาคือเมลเบิร์น (AUD 32,000-38,000 ต่อปี) ในขณะที่เมืองอย่างแอดิเลด เพิร์ธ และโกลด์โคสต์มีค่าครองชีพต่ำกว่า (AUD 25,000-30,000 ต่อปี)
สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย การทำงานพาร์ทไทม์สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเรียน และเต็มเวลาในช่วงปิดเทอมเป็นทางเลือกที่ได้รับอนุญาตตามวีซ่านักเรียนปี 2026 ค่าแรงขั้นต่ำในออสเตรเลียปี 2026 อยู่ที่ AUD 24.10 ต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้
อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิม: การปรับตัวในออสเตรเลีย
สำหรับนักเรียนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม ออสเตรเลียมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองความต้องการด้านอาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิมอย่างกว้างขวาง ในซิดนีย์และเมลเบิร์นมีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 500 แห่ง รวมถึงภัตตาคารไทยฮาลาลที่เปิดให้บริการในย่าน Lakemba (ซิดนีย์) และ Brunswick (เมลเบิร์น) มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีห้องละหมาดและชมรมมุสลิมที่ให้การสนับสนุนนักศึกษา
ข้อมูลจาก Islamic Council of New South Wales 2026 ระบุว่ามีมัสยิดมากกว่า 200 แห่งทั่วออสเตรเลีย โดยในซิดนีย์มีมัสยิดหลัก 15 แห่งที่ให้บริการละหมาดวันศุกร์และกิจกรรมชุมชน สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการอาหารฮาลาลในมหาวิทยาลัย University of Sydney, Monash University และ University of Queensland มีร้านอาหารฮาลาลในวิทยาเขตที่ได้รับการรับรอง
นอกจากนี้ ยังมี วัดไทยในออสเตรเลีย เช่น วัดพุทธรังษี (Wat Buddharangsee) ในซิดนีย์ และวัดป่าอรัญญวิเวก (Wat Pa Aranyawiwake) ในเมลเบิร์น ที่ให้การสนับสนุนด้านจิตใจและวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนไทยทุกศาสนา การมีชุมชนไทยที่เข้มแข็งในเมืองใหญ่อย่างซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน ช่วยให้นักเรียนไทยสามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้น โดยมีร้านค้าไทย ร้านอาหารไทย และกิจกรรมทางวัฒนธรรมตลอดทั้งปี
IT และ Hotel Management: สาขาที่มีความต้องการสูงสำหรับนักเรียนไทย
สาขา Information Technology (IT) และ Hotel Management เป็นสองสาขาที่นักเรียนไทยให้ความสนใจมากที่สุดในปี 2026 ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักเรียนไทยที่เลือกเรียน IT ในออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยมีจำนวนนักเรียนไทยในสาขา IT กว่า 1,200 คน
สำหรับ IT มหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรโดดเด่น ได้แก่ University of Melbourne (อันดับ 1 ในออสเตรเลียด้าน Computer Science), University of New South Wales (UNSW) และ Monash University ซึ่งมีหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติจริงและความร่วมมือกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น Google, Microsoft และ Atlassian ค่าเล่าเรียนสำหรับหลักสูตร IT อยู่ที่ AUD 40,000-50,000 ต่อปี
Hotel Management เป็นอีกสาขาที่นักเรียนไทยเลือกเรียนมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการในออสเตรเลียมีขนาดใหญ่ มหาวิทยาลัยอย่าง Griffith University (Gold Coast), University of Queensland และ Blue Mountains International Hotel Management School มีหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ค่าเล่าเรียนสำหรับ Hotel Management อยู่ที่ AUD 35,000-45,000 ต่อปี
นักเรียนไทยที่เรียนจบ Hotel Management ในออสเตรเลียมีโอกาสทำงานในโรงแรมระดับ 5 ดาว รีสอร์ท และบริษัทท่องเที่ยว โดยอัตราการได้งานภายใน 6 เดือนหลังเรียนจบสูงถึง 85% ตามข้อมูลจาก Universities Australia 2026
การเดินทางและเส้นทางบินตรง: Bangkok-Sydney และอีกมากมาย
การเดินทางระหว่างไทยและออสเตรเลียสะดวกขึ้นอย่างมากในปี 2026 โดยมี เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซิดนีย์ ให้บริการโดยสายการบินไทยและสายการบิน Qantas จำนวน 4-5 เที่ยวบินต่อวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง 15 นาที นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินตรงไปเมลเบิร์นและบริสเบนสัปดาห์ละ 7-10 เที่ยวบิน
สนามบินหลักในออสเตรเลียที่นักเรียนไทยใช้เดินทางเข้าประเทศ ได้แก่ Sydney Kingsford Smith Airport, Melbourne Tullamarine Airport, Brisbane Airport และ Perth Airport ทุกสนามบินมีบริการรถไฟและรถบัสเชื่อมต่อกับตัวเมืองและมหาวิทยาลัย
สำหรับนักเรียนที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย การจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า 3-4 เดือนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30-40% โดยราคาตั๋วไปกลับกรุงเทพฯ-ซิดนีย์ในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 15,000-25,000 บาทสำหรับชั้นประหยัด
เส้นทางหลังเรียนจบ: การทำงานและพำนักต่อในออสเตรเลีย
นักเรียนไทยที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียสามารถขอ Temporary Graduate Visa (Subclass 485) เพื่อทำงานในออสเตรเลียได้สูงสุด 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาและสาขาที่เรียน ในปี 2026 ระยะเวลาของวีซ่า 485 สำหรับนักเรียนที่จบปริญญาตรีคือ 2 ปี ปริญญาโทคือ 3 ปี และปริญญาเอกคือ 4 ปี
สาขาที่มีโอกาสได้งานสูงในปี 2026 ได้แก่ IT, วิศวกรรมศาสตร์, การพยาบาล, การศึกษา และการจัดการการท่องเที่ยว ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักเรียนไทยที่เรียนจบในสาขาเหล่านี้มีอัตราการได้งานภายใน 6 เดือนสูงถึง 78% โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน
สำหรับนักเรียนที่ต้องการพำนักระยะยาว เส้นทางสู่การเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residency) ผ่านระบบ Skilled Migration ต้องใช้คะแนนสะสมตามเกณฑ์อายุ การศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และภาษาอังกฤษ นักเรียนไทยที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียจะได้รับคะแนนเพิ่ม 15-20 คะแนนจากวุฒิการศึกษา ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับ PR
Get an OSHC quote now
Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

FAQ
Q1: นักเรียนไทยที่ถือวุฒิ GAT/PAT ต้องทำอย่างไรเพื่อสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย?
นักเรียนไทยที่ถือวุฒิ GAT/PAT เกรด 12 สามารถสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียได้สองทางหลัก: (1) สมัครโดยตรงผ่านระบบ ATAR ซึ่งมหาวิทยาลัยจะประเมินวุฒิ GAT/PAT เทียบกับเกณฑ์ของแต่ละสถาบัน โดยทั่วไปต้องมีเกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป หรือ (2) เรียน foundation program 1 ปี ซึ่งเปิดรับนักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่านักเรียนไทยกว่า 40% เลือกเส้นทาง foundation program โดยมีอัตราการผ่านเข้าปริญญาตรีสูงถึง 85%
Q2: ทุน OCSC Royal Scholarship สำหรับศึกษาต่อออสเตรเลียมีกี่ทุนและต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ในปี 2026 OCSC จัดสรรทุนสำหรับศึกษาต่อในออสเตรเลียจำนวน 45 ทุน โดยเน้นสาขาที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (10 ทุน) พลังงานสะอาด (8 ทุน) วิทยาศาสตร์สุขภาพ (12 ทุน) และสาขาอื่นๆ (15 ทุน) กระบวนการคัดเลือกประกอบด้วยการสอบข้อเขียนในเดือนมีนาคม การสอบสัมภาษณ์ในเดือนพฤษภาคม และประกาศผลในเดือนมิถุนายน ผู้สมัครต้องมีคะแนน IELTS 7.0 ขึ้นไป และเกรดเฉลี่ย 3.5 ขึ้นไป มหาวิทยาลัยที่รับนักเรียนทุน OCSC มากที่สุดคือ University of Melbourne (12 ทุน) และ University of Queensland (10 ทุน)
Q3: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับนักเรียนไทยที่เรียนในออสเตรเลียปี 2026 เป็นเท่าใด?
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลียปี 2026 ประกอบด้วย (1) ค่าเล่าเรียนเฉลี่ย AUD 35,000-50,000 ต่อปี (ประมาณ 840,000-1,200,000 บาท) สำหรับปริญญาตรี (2) ค่าครองชีพตามข้อกำหนด Department of Home Affairs AUD 29,710 ต่อปี (ประมาณ 710,000 บาท) (3) ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ประกันสุขภาพ OSHC AUD 600-800 ต่อปี ค่าหนังสือและอุปกรณ์ AUD 1,000-2,000 ต่อปี รวมแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ AUD 66,310-82,510 ต่อปี (ประมาณ 1.59-1.98 ล้านบาท) นักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ที่ค่าแรงขั้นต่ำ AUD 24.10 ต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ AUD 15,000-20,000 ต่อปี
参考资料
- QS World University Rankings, 2024, QS World University Rankings 2024: Australia Edition
- Department of Home Affairs, 2026, Student Visa and Migration Statistics for Thailand
- Universities Australia, 2026, International Student Data Report 2026
- สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (OCSC), 2026, ทุนการศึกษาเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศประจำปี 2569
- Islamic Council of New South Wales, 2026, Halal Food and Muslim Community Services Directory