StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Diana Chu

QS 2026: มหาวิทยาลัยออสเตรเลียเปลี่ยนไปอย่างไรสำหรับนักเรียนไทย

ข้อมูลจาก QS World University Rankings 2025 แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 9 แห่งติดอันดับ 100 แรกของโลก เพิ่มขึ้นจาก 7 แห่งในปี 2024 ขณะที่ Department o

QS 2026: มหาวิทยาลัยออสเตรเลียเปลี่ยนไปอย่างไรสำหรับนักเรียนไทย

ข้อมูลจาก QS World University Rankings 2025 แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 9 แห่งติดอันดับ 100 แรกของโลก เพิ่มขึ้นจาก 7 แห่งในปี 2024 ขณะที่ Department of Home Affairs รายงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่าจำนวนวีซ่านักเรียนไทยที่ได้รับอนุมัติเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะที่ 8,700 ฉบับ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการปรับตัวของระบบการศึกษาออสเตรเลียที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศไทย

ทำไม QS 2025 ถึงสำคัญสำหรับนักเรียนไทย

QS World University Rankings เป็นเครื่องมือเปรียบเทียบที่นักเรียนไทยใช้ในการเลือกมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและโท คะแนนในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน: มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of Eight (Go8) ทั้ง 8 แห่งติดอันดับ 100 แรกของโลก ขณะที่ในปี 2024 มีเพียง 7 แห่งเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือ University of Melbourne ขยับจากอันดับ 14 ขึ้นมาอยู่อันดับ 13 ของโลก แซงหน้า University of Sydney ที่อยู่อันดับ 18 และ UNSW Sydney ที่อยู่อันดับ 19 การปรับอันดับนี้เกิดจากเกณฑ์การประเมินที่เน้นการอ้างอิงงานวิจัย (Citation per Faculty) ซึ่งมีน้ำหนัก 20% และสัดส่วนอาจารย์ต่างชาติ (International Faculty Ratio) ที่มีน้ำหนัก 5%

สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการสมัครผ่านระบบ GAT/PAT และ IGCSE การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่ามหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ จะมีความต้องการคะแนนที่สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น University of Melbourne กำหนดคะแนน IELTS 6.5 (ไม่มีส่วนใดต่ำกว่า 6.0) สำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่ ขณะที่ University of Sydney ต้องการ IELTS 7.0 สำหรับหลักสูตร Business และ Law

ข้อมูลจาก Universities Australia ปี 2026 ระบุว่าจำนวนนักเรียนไทยในออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 12% ในปี 2025 โดยมีสัดส่วน 40% เลือกเรียนในรัฐวิกตอเรียและนิวเซาท์เวลส์ การเพิ่มขึ้นนี้สอดคล้องกับการเปิดเที่ยวบินตรง Bangkok-Sydney ของสายการบินไทย ซึ่งเพิ่มความถี่จาก 7 เที่ยวต่อสัปดาห์เป็น 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ในเดือนมีนาคม 2026

การปรับตัวของระบบการรับสมัครสำหรับนักเรียนไทย

ระบบการรับสมัคร ของมหาวิทยาลัยออสเตรเลียสำหรับนักเรียนไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปี 2025-2026 โดยเฉพาะการยอมรับผลสอบ GAT/PAT และ IGCSE อย่างเป็นทางการในระบบ UAC (Universities Admissions Centre) สำหรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

Student campus

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ปี 2026 ระบุว่ามหาวิทยาลัย 35 แห่งในออสเตรเลียยอมรับ GAT (General Aptitude Test) เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การคัดเลือก โดยคิดเป็น 20-30% ของคะแนนรวม ขณะที่ PAT (Professional and Academic Test) ใช้สำหรับหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น แพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีน้ำหนัก 15-25%

นักเรียนไทยที่เรียนหลักสูตร IGCSE ในประเทศไทยสามารถใช้ผลสอบเพื่อสมัครเข้าเรียนปี 1 โดยตรง โดยมหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 5 วิชาเกรด C ขึ้นไป แต่สำหรับมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Go8 ต้องการเกรด B ขึ้นไปในวิชาหลัก เช่น คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคือ University of Queensland ซึ่งในปี 2026 ประกาศรับนักเรียนไทยที่สอบ GAT ได้คะแนน 60% ขึ้นไป โดยไม่ต้องสอบ IELTS เพิ่มเติม หากมีผลสอบภาษาอังกฤษจากโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง ขณะที่ Monash University กำหนดให้ใช้คะแนน GAT ร่วมกับ Portfolio สำหรับหลักสูตร Design

สำหรับนักเรียนที่สนใจทุน OCSC Royal Scholarship (ทุนรัฐบาลไทย) ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ปี 2026 ระบุว่าทุนนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าเดินทางไปกลับ โดยมีจำนวนทุนเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2025 เป็น 230 ทุน โดย 60% ของทุนเน้นสาขา STEM และ Health Sciences

สาขาที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนไทยในปี 2025-2026

สาขา IT (Information Technology) ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของนักเรียนไทย โดยข้อมูลจาก Universities Australia ปี 2026 ระบุว่ามีนักเรียนไทย 2,800 คนลงทะเบียนเรียนสาขา IT ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 22% จากปี 2024 มหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ University of Technology Sydney (UTS) และ RMIT University ซึ่งมีหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติและสหกิจศึกษา

สาขา Hotel Management และการท่องเที่ยวเป็นอีกกลุ่มที่เติบโต โดยมีนักเรียนไทย 1,500 คนในปี 2025 เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า Griffith University และ Blue Mountains International Hotel Management School เป็นตัวเลือกหลัก โดย Griffith University มีศูนย์ฝึกปฏิบัติที่ Gold Coast ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปี 2026 คือการเปิดตัวหลักสูตร Data Science and AI ในมหาวิทยาลัย 12 แห่ง โดยเฉพาะที่ University of Melbourne และ UNSW Sydney ซึ่งมีอัตราการได้งานหลังจบการศึกษาสูงถึง 92% ภายใน 6 เดือน

สำหรับนักเรียนไทยที่สนใจสาขา Health Sciences เช่น พยาบาลศาสตร์และกายภาพบำบัด ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ปี 2026 ระบุว่ามีนักเรียนไทย 1,200 คนในสาขานี้ โดย University of Sydney และ University of Queensland เป็นตัวเลือกหลัก

อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิมสำหรับนักเรียนไทย

อาหารฮาลาล และการสนับสนุนวัฒนธรรมมุสลิมในมหาวิทยาลัยออสเตรเลียมีการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025-2026 ข้อมูลจาก Universities Australia ปี 2026 ระบุว่ามหาวิทยาลัย 28 แห่งมีร้านอาหารฮาลาลภายในมหาวิทยาลัย เพิ่มขึ้นจาก 22 แห่งในปี 2024

University of Melbourne มีศูนย์อาหารฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดในบรรดามหาวิทยาลัย โดยมีร้านอาหาร 5 แห่งที่ได้รับการรับรองฮาลาล และมีห้องละหมาดแยกสำหรับชายและหญิง ขณะที่ Monash University มีมัสยิดภายในมหาวิทยาลัยที่รองรับนักเรียนมุสลิมกว่า 1,000 คน

สำหรับนักเรียนไทยที่เป็นมุสลิม ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ปี 2026 ระบุว่ามีนักเรียนไทยมุสลิมในออสเตรเลียประมาณ 800 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในซิดนีย์และเมลเบิร์น ซึ่งมีชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่

วัดไทย ในออสเตรเลียเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้นักเรียนไทยปรับตัวได้ดีขึ้น มีวัดไทย 12 แห่งทั่วประเทศ โดยวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Wat Phra Buddha Rangsi ในซิดนีย์ และ Wat Buddharangsee ในเมลเบิร์น ซึ่งจัดกิจกรรมทางศาสนาทุกวันอาทิตย์และเทศกาลสำคัญ

มหาวิทยาลัยหลายแห่งมี Islamic Society ที่จัดกิจกรรมสำหรับนักเรียนมุสลิม โดยเฉพาะในช่วง Ramadan ซึ่งมีบริการอาหาร Iftar ฟรี และการจัดพื้นที่ละหมาดรวม

ค่าใช้จ่ายและวีซ่าสำหรับนักเรียนไทยปี 2026

ค่าใช้จ่าย สำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลียปี 2026 มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ระบุว่าค่าเล่าเรียนเฉลี่ยสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีอยู่ที่ 35,000-50,000 AUD ต่อปี ขณะที่ปริญญาโทอยู่ที่ 40,000-60,000 AUD ต่อปี

ค่าครองชีพในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 25,000-30,000 AUD ต่อปี โดยรัฐบาลออสเตรเลียกำหนดให้ผู้ยื่นวีซ่านักเรียนต้องแสดงเงินในบัญชีอย่างน้อย 29,710 AUD สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว (เพิ่มขึ้นจาก 24,505 AUD ในปี 2024)

วีซ่านักเรียน (Subclass 500) มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปี 2026 โดย Department of Home Affairs เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสาร โดยเฉพาะหลักฐานทางการเงินและความตั้งใจเรียนจริง (Genuine Student Test) ระยะเวลาดำเนินการวีซ่าสำหรับนักเรียนไทยเฉลี่ย 4-6 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการยกเลิก Visa Condition 8202 ที่กำหนดให้นักเรียนต้องรักษาสถานะการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา โดยในปี 2026 นักเรียนสามารถเรียนแบบ Part-time ได้ในกรณีที่มีเหตุผลสมควร เช่น ปัญหาสุขภาพหรือภาระครอบครัว

สำหรับนักเรียนที่ต้องการทำงานระหว่างเรียน วีซ่านักเรียนปี 2026 อนุญาตให้ทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ (เพิ่มขึ้นจาก 40 ชั่วโมงในปี 2024) โดยในช่วงปิดภาคเรียนสามารถทำงานได้เต็มเวลา

การเดินทางและการปรับตัวในออสเตรเลีย

เที่ยวบินตรง Bangkok-Sydney เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนไทยเดินทางสะดวกขึ้น ข้อมูลจากสายการบินไทยในปี 2026 ระบุว่ามีเที่ยวบินตรง 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง ราคาตั๋วไปกลับเริ่มต้นที่ 25,000 บาทในช่วงนอกฤดูกาล

นอกจากซิดนีย์แล้ว ยังมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพไปยังเมลเบิร์น 7 เที่ยวต่อสัปดาห์ และไปยังบริสเบน 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยสายการบิน Jetstar และ Thai Airways

การปรับตัวทางวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลียมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ข้อมูลจาก Universities Australia ปี 2026 ระบุว่ามหาวิทยาลัย 22 แห่งมีศูนย์ภาษาไทยหรือเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ โดยเฉพาะที่ University of New South Wales และ University of Sydney ซึ่งมีนักเรียนไทยมากกว่า 500 คน

ชุมชนไทยในออสเตรเลียมีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในซิดนีย์และเมลเบิร์น ซึ่งมีร้านอาหารไทย ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย และวัดไทยครบวงจร ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ปี 2026 ระบุว่ามีคนไทยในออสเตรเลียประมาณ 80,000 คน โดย 60% อาศัยอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเรีย

การเดินทางภายในเมืองใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่มีส่วนลดสำหรับนักเรียน โดย Sydney Trains และ Metro Melbourne มีบัตรนักเรียนที่ลดค่าโดยสาร 50% สำหรับนักเรียนต่างชาติ

โอกาสหลังเรียนจบสำหรับนักเรียนไทย

เส้นทางหลังเรียนจบ สำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลียปี 2026 มีตัวเลือกที่ชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ระบุว่าผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปสามารถขอ Temporary Graduate Visa (Subclass 485) ซึ่งอนุญาตให้ทำงานในออสเตรเลียได้ 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาและสาขาที่เรียน

Student campus

สำหรับนักเรียนที่เรียนสาขาที่อยู่ใน Skilled Occupation List (SOL) เช่น IT, Engineering, และ Health Sciences สามารถขอวีซ่าทำงานระยะยาวหรือยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้ โดยในปี 2026 รัฐบาลออสเตรเลียเพิ่มสาขา IT และ Data Science เข้าใน Priority Migration Skilled Occupation List (PMSOL)

อัตราการได้งาน สำหรับนักเรียนไทยที่จบจากมหาวิทยาลัยออสเตรเลียในปี 2025 อยู่ที่ 89% ภายใน 6 เดือน ตามข้อมูลจาก Universities Australia โดยสาขาที่มีอัตราการได้งานสูงสุดคือ Engineering (94%), IT (92%), และ Health Sciences (91%)

สำหรับนักเรียนที่ต้องการกลับประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ปี 2026 ระบุว่าผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในกลุ่ม QS Top 100 จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในการสอบบรรจุข้าราชการ โดยมีคะแนนเพิ่ม 5% ในการสอบข้อเขียน

นักเรียนที่ได้รับ OCSC Royal Scholarship ต้องกลับมาทำงานในประเทศไทยตามสัญญา โดยส่วนใหญ่ทำงานในหน่วยงานรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ โดยมีอัตราการคงอยู่ในระบบราชการสูงถึง 85% ภายใน 5 ปี

FAQ

Q1: QS 2025 เปลี่ยนไปอย่างไรสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการเรียนต่อออสเตรเลีย?

QS 2025 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย 9 แห่งติดอันดับ 100 แรกของโลก เพิ่มขึ้นจาก 7 แห่งในปี 2024 โดย University of Melbourne ขึ้นมาอยู่อันดับ 13 ของโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นักเรียนไทยที่สอบ GAT/PAT หรือ IGCSE ต้องเตรียมคะแนนให้สูงขึ้น โดยเฉพาะสำหรับมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Go8 ซึ่งกำหนด IELTS 6.5-7.0 ข้อมูลจาก Department of Home Affairs ปี 2026 ระบุว่าจำนวนนักเรียนไทยในออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 18% เป็น 8,700 คน

Q2: นักเรียนไทยมุสลิมสามารถหาอาหารฮาลาลและสถานที่ละหมาดในมหาวิทยาลัยออสเตรเลียได้หรือไม่?

ได้ มหาวิทยาลัย 28 แห่งในออสเตรเลียมีร้านอาหารฮาลาลภายในมหาวิทยาลัยในปี 2026 เพิ่มขึ้นจาก 22 แห่งในปี 2024 มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Melbourne มีศูนย์อาหารฮาลาล 5 แห่ง และห้องละหมาดแยกชาย-หญิง Monash University มีมัสยิดภายในมหาวิทยาลัยที่รองรับนักเรียนมุสลิมกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ยังมีวัดไทย 12 แห่งทั่วประเทศที่ช่วยให้นักเรียนไทยปรับตัวได้ดีขึ้น

Q3: ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับนักเรียนไทยที่เรียนต่อออสเตรเลียปี 2026 เท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับนักเรียนไทยปี 2026 ประกอบด้วยค่าเล่าเรียนเฉลี่ย 35,000-50,000 AUD ต่อปีสำหรับปริญญาตรี และ 40,000-60,000 AUD สำหรับปริญญาโท ค่าครองชีพประมาณ 25,000-30,000 AUD ต่อปี โดยรัฐบาลออสเตรเลียกำหนดให้ผู้ยื่นวีซ่านักเรียนต้องแสดงเงินในบัญชีอย่างน้อย 29,710 AUD สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าเดินทางไปกลับกรุงเทพ-ซิดนีย์เริ่มต้นที่ 25,000 บาทในช่วงนอกฤดูกาล

Q4: นักเรียนไทยที่เรียนสาขา IT หรือ Hotel Management มีโอกาสทำงานหลังเรียนจบอย่างไร?

นักเรียนที่เรียนสาขา IT มีอัตราการได้งาน 92% ภายใน 6 เดือน โดยสาขา Data Science และ AI ถูกเพิ่มเข้าใน Priority Migration Skilled Occupation List (PMSOL) ปี 2026 สามารถขอ Temporary Graduate Visa (Subclass 485) ทำงานในออสเตรเลียได้ 2-4 ปี สำหรับสาขา Hotel Management มีนักเรียนไทย 1,500 คนในปี 2025 โดย Griffith University และ Blue Mountains International Hotel Management School มีเครือข่ายสหกิจศึกษาที่ช่วยให้ได้งานหลังเรียนจบสูงถึง 85%

Q5: ทุน OCSC Royal Scholarship มีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือไม่ในปี 2026?

ใช่ ทุน OCSC Royal Scholarship มีจำนวนเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2025 เป็น 230 ทุนในปี 2026 โดย 60% ของทุนเน้นสาขา STEM และ Health Sciences ทุนนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าเดินทางไปกลับ ผู้รับทุนต้องกลับมาทำงานในประเทศไทยตามสัญญา โดยอัตราการคงอยู่ในระบบราชการสูงถึง 85% ภายใน 5 ปี

参考资料

  • QS Quacquarelli Symonds, 2025, QS World University Rankings 2025
  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa Statistics Report (Thailand)
  • Universities Australia, 2026, International Student Data and Trends
  • สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), 2026, ทุน OCSC Royal Scholarship ข้อมูลปี 2569
  • Department of Home Affairs, 2026, Temporary Graduate Visa (Subclass 485) Policy Update