2026-05-21 · Diana Chu
QS 2026 ธุรกิจและการจัดการออสเตรเลีย: คู่มือเลือกเรียนสำหรับนักเรียนไทย
ในปี 2026 มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 6 แห่งติดอันดับ Top 50 ของโลกสาขา Business & Management Studies ตามการจัดอันดับ QS World University Rankings โดย University of
ในปี 2026 มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 6 แห่งติดอันดับ Top 50 ของโลกสาขา Business & Management Studies ตามการจัดอันดับ QS World University Rankings โดย University of Melbourne อยู่อันดับที่ 24 และ University of New South Wales (UNSW Sydney) อยู่อันดับที่ 31 ขณะที่จำนวนนักเรียนไทยที่เดินทางไปศึกษาต่อออสเตรเลียในปี 2025 เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า แตะระดับ 8,400 คน ตามข้อมูล Department of Home Affairs โดยสาขาบริหารธุรกิจและการจัดการเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับสอง รองจากสาขาไอที
ทำไมสาขาธุรกิจและการจัดการในออสเตรเลียถึงน่าสนใจสำหรับนักเรียนไทย
QS ranking ธุรกิจและการจัดการ ออสเตรเลีย ในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของหลักสูตรในประเทศนี้ โดยเฉพาะในด้านการวิจัยและการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 8 แห่งติดอันดับ Top 100 ของโลกในสาขานี้ ซึ่งรวมถึง University of Sydney (อันดับ 33), Monash University (อันดับ 39), University of Queensland (อันดับ 43), Australian National University (อันดับ 52), University of Adelaide (อันดับ 71), และ University of Technology Sydney (อันดับ 88)
จุดแข็งสำคัญที่ดึงดูดนักเรียนไทยคือการที่หลักสูตรธุรกิจของออสเตรเลียให้ความสำคัญกับ การปฏิบัติจริง โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีโครงการ Work-Integrated Learning (WIL) ที่บังคับให้นักเรียนต้องฝึกงานกับองค์กรพันธมิตรอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา ตัวอย่างเช่น University of Queensland กำหนดให้นักเรียนปริญญาโทสาขา Commerce ต้องทำโครงการให้คำปรึกษากับธุรกิจจริงใน Brisbane เป็นเวลา 12 สัปดาห์
นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังเป็นประเทศที่มี นโยบายวีซ่าที่ยืดหยุ่น สำหรับนักเรียนต่างชาติ โดยตั้งแต่ปี 2025 นักเรียนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่ขาดแคลน (รวมถึงธุรกิจและการจัดการบางสาขา) สามารถขอ Visa 485 (Temporary Graduate Visa) ได้นานสูงสุด 4 ปี ซึ่งเปิดโอกาสให้ทำงานและสะสมประสบการณ์ในออสเตรเลีย
สำหรับนักเรียนไทยที่สนใจเรียนต่อด้านธุรกิจ การเลือกมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับสูงใน QS ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องชื่อเสียง แต่ยังหมายถึง เครือข่ายศิษย์เก่า และโอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ โดยมหาวิทยาลัย Top 50 ของโลกในสาขานี้มักมีศูนย์อาชีพที่เชื่อมต่อกับบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น PwC, Deloitte, KPMG, และ EY ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในซิดนีย์และเมลเบิร์น
เส้นทางการสมัครเรียนจากระบบการศึกษาไทยสู่มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย
นักเรียนไทยที่ต้องการเข้าศึกษาต่อสาขาธุรกิจและการจัดการในออสเตรเลียมีหลายเส้นทาง โดยเส้นทางหลักคือการใช้ คะแนน GAT/PAT หรือ IGCSE ร่วมกับวุฒิการศึกษาไทย เช่น ม.6 หรือ ปวช.

สำหรับนักเรียนที่กำลังเรียนในระบบการศึกษาไทย การยื่นสมัครผ่านระบบ GAT/PAT ยังคงเป็นตัวเลือกหลัก โดยมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียส่วนใหญ่ยอมรับคะแนน GAT (General Aptitude Test) ที่มีคะแนนรวม 150 คะแนนขึ้นไป (จากเต็ม 300 คะแนน) สำหรับการสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรปริญญาตรีสาขาธุรกิจ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Melbourne และ UNSW มักกำหนดคะแนน GAT ขั้นต่ำที่ 180-200 คะแนน
อีกเส้นทางหนึ่งคือการใช้ IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) ซึ่งเป็นที่นิยมในโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนสองภาษาในประเทศไทย โดยนักเรียนที่สอบ IGCSE ผ่าน 5 วิชาขึ้นไป (รวมถึงวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ) ในระดับ C ขึ้นไป สามารถสมัครเข้าเรียนในหลักสูตร Foundation Year หรือ Diploma Pathway ของมหาวิทยาลัยออสเตรเลียได้โดยตรง
นอกจากนี้ นักเรียนไทยยังสามารถใช้ วุฒิการศึกษาจากระบบไทย เช่น ม.6 โดยต้องมีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.5-3.0 (จาก 4.0) ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กำหนดให้ต้องเรียน Foundation Year ก่อนเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ยกเว้นนักเรียนที่มีคะแนน IELTS 6.5 ขึ้นไปและเกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป ซึ่งอาจได้รับการพิจารณาให้เข้าเรียนโดยตรง
ค่าใช้จ่ายในการสมัคร แตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย โดยค่าสมัครเฉลี่ยอยู่ที่ 75-125 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,800-3,000 บาท) ต่อหลักสูตร ส่วนค่าเล่าเรียนสำหรับสาขาธุรกิจและการจัดการในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 35,000-50,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี (ประมาณ 840,000-1,200,000 บาท)
ทุน OCSC Royal Scholarship: โอกาสสำหรับนักเรียนไทยที่มีศักยภาพสูง
ทุน OCSC (Office of the Civil Service Commission) หรือทุนรัฐบาลไทยเพื่อพัฒนาข้าราชการพลเรือน เป็นหนึ่งในทุนที่มีเกียรติสูงสุดสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยในปี 2026 มีการจัดสรรทุนสำหรับสาขาบริหารธุรกิจและการจัดการเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากความต้องการบุคลากรด้านการจัดการในภาครัฐ
คุณสมบัติเบื้องต้นสำหรับทุน OCSC ประกอบด้วย:
- อายุไม่เกิน 35 ปี
- มีประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจอย่างน้อย 2 ปี
- คะแนน IELTS 6.5 ขึ้นไป (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0)
- ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียที่ติดอันดับ Top 200 ของโลก
นักเรียนไทยที่ได้รับทุน OCSC มักเลือกศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลีย เช่น University of Melbourne, UNSW, University of Sydney, และ Monash University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ Top 50 ของโลกสาขาธุรกิจและการจัดการ
กระบวนการขอทุน เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมกราคมของทุกปี โดยเปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. และมีการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผู้ได้รับทุนจะต้องเดินทางไปศึกษาต่อในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป
ข้อควรทราบคือ ทุน OCSC ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัวในอัตราที่กำหนด โดยผู้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานต้นสังกัดเป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับทุน บวกเพิ่มอีก 1 ปี
อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิมในเมืองเรียนของออสเตรเลีย
สำหรับนักเรียนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม การปรับตัวด้านอาหารและวัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเรียนต่อต่างประเทศ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมาก
ซิดนีย์ มีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 500 แห่ง โดยเฉพาะในย่าน Lakemba, Auburn, และ Punchbowl ซึ่งมีร้านอาหารไทยฮาลาลหลายแห่ง นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในซิดนีย์ เช่น University of Sydney และ UNSW มีโรงอาหารที่ให้บริการอาหารฮาลาลและมีห้องละหมาดภายในมหาวิทยาลัย
เมลเบิร์น มีชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ในย่าน Brunswick, Coburg, และ Dandenong โดยมีร้านอาหารฮาลาลและมัสยิดหลายแห่ง นักเรียนสามารถหาร้านอาหารไทยฮาลาลได้ในย่าน Richmond และ Springvale
บริสเบน มีชุมชนมุสลิมที่กำลังขยายตัว โดยมีมัสยิดหลักในย่าน Holland Park และ Darra รวมถึงร้านอาหารฮาลาลที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรมุสลิม
วัดไทยในออสเตรเลีย เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญสำหรับนักเรียนไทยทุกศาสนา โดยมีวัดไทยพุทธกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น วัดป่าสิริวัฒนวิเวก (Wat Pa Buddharangsee) ในซิดนีย์ วัดไทยนอร์ธเทิร์นบีช (Wat Thai Northern Beaches) และวัดไทยเมลเบิร์น (Wat Phra Dhammakaya Melbourne) ซึ่งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมไทย รวมถึงเป็นแหล่งพบปะของชุมชนไทย
สำหรับนักเรียนไทยมุสลิม การเลือกเมืองที่มีชุมชนมุสลิมเข้มแข็งจะช่วยให้การปรับตัวทางวัฒนธรรมง่ายขึ้น โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มี Islamic Society หรือชมรมมุสลิมที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและสังคม รวมถึงการให้คำปรึกษาเรื่องอาหารฮาลาลในมหาวิทยาลัย
เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-ซิดนีย์ และการเดินทางสู่ออสเตรเลีย
เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-ซิดนีย์ เป็นเส้นทางบินที่สะดวกที่สุดสำหรับนักเรียนไทย โดยในปี 2026 มีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานซิดนีย์ (SYD) จำนวน 3-4 เที่ยวบินต่อวัน ใช้เวลาบินประมาณ 9-10 ชั่วโมง
สายการบินที่ให้บริการเส้นทางนี้รวมถึง Thai Airways (TG) ซึ่งมีเที่ยวบินวันละ 2 เที่ยวบิน และ Qantas (QF) ซึ่งมีเที่ยวบินวันละ 1-2 เที่ยวบิน โดยค่าโดยสารไปกลับในช่วงเปิดเทอม (กุมภาพันธ์-มีนาคม) อยู่ที่ประมาณ 25,000-40,000 บาท สำหรับชั้นประหยัด
สำหรับนักเรียนที่ต้องการเดินทางไปยังเมืองอื่น เช่น เมลเบิร์น บริสเบน หรือเพิร์ธ สามารถใช้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองเหล่านั้นได้เช่นกัน โดย Thai Airways มีเที่ยวบินตรงไปเมลเบิร์นวันละ 1 เที่ยวบิน (ใช้เวลา 9 ชั่วโมง) และ Jetstar มีเที่ยวบินตรงไปบริสเบนสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน (ใช้เวลา 9 ชั่วโมง)
ข้อแนะนำในการเดินทาง สำหรับนักเรียนไทยที่เดินทางไปออสเตรเลียครั้งแรก:
- ควรเดินทางถึงออสเตรเลียล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเปิดเทอม เพื่อปรับตัวกับเวลาและสภาพอากาศ
- ออสเตรเลียอยู่ในเขตเวลา AEST (UTC+10) ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง
- ฤดูกาลเปิดเทอมหลักคือเดือนกุมภาพันธ์ (ฤดูร้อนของออสเตรเลีย) และเดือนกรกฎาคม (ฤดูหนาว)
- นักเรียนไทยสามารถนำกระเป๋าเดินทางได้ 2 ใบ น้ำหนักรวมไม่เกิน 40 กิโลกรัม สำหรับสายการบินไทย
การเดินทางภายในออสเตรเลีย ระหว่างเมืองต่างๆ สามารถใช้บริการรถไฟ (เช่น XPT จากซิดนีย์ไปเมลเบิร์น ใช้เวลา 11 ชั่วโมง) หรือเครื่องบินภายในประเทศ (เช่น Jetstar, Virgin Australia) ซึ่งมีราคาถูกหากจองล่วงหน้า
สาขา IT และ Hotel Management: ตัวเลือกเสริมสำหรับนักเรียนไทย
นอกเหนือจากสาขาธุรกิจและการจัดการแล้ว นักเรียนไทยจำนวนมากเลือกเรียนสาขา IT (Information Technology) และ Hotel Management ซึ่งเป็นสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงานออสเตรเลียและไทย

สาขา IT ในออสเตรเลียเป็นหนึ่งในสาขาที่มีอัตราการจ้างงานสูงที่สุด โดยในปี 2026 มีตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศว่างกว่า 100,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยชั้นนำด้าน IT ได้แก่ University of Melbourne, UNSW, และ University of Technology Sydney ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีสาขา Computer Science, Data Science, และ Cybersecurity
สำหรับนักเรียนไทยที่สนใจเรียน IT ข้อดีคือสามารถทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนได้ โดยในปี 2026 นักเรียนต่างชาติสามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม และเต็มเวลาในช่วงปิดเทอม โดยอัตราค่าจ้างสำหรับงานด้าน IT อยู่ที่ประมาณ 30-50 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง
สาขา Hotel Management เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนไทย โดยเฉพาะที่ Blue Mountains International Hotel Management School (BMIHMS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Torrens University Australia และ Le Cordon Bleu Australia ซึ่งมีวิทยาเขตในซิดนีย์ เมลเบิร์น และแอดิเลด
หลักสูตร Hotel Management ในออสเตรเลียมักรวมการฝึกงานในโรงแรมระดับ 5 ดาว เช่น Hilton, Marriott, และ Accor Hotels โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้ทั้งด้านการจัดการ การตลาด และการบริการ ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำกลับมาประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย
การเลือกสาขา ควรพิจารณาจากความสนใจส่วนตัวและแนวโน้มตลาดแรงงาน โดยสาขา IT มีแนวโน้มการเติบโตสูงในระยะยาว ขณะที่ Hotel Management เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานบริการและต้องการทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ต้องใช้คะแนน IELTS เท่าไหร่ถึงจะเข้าเรียนสาขาธุรกิจในออสเตรเลียได้?
มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียส่วนใหญ่กำหนดคะแนน IELTS ขั้นต่ำสำหรับสาขาธุรกิจและการจัดการที่ 6.5 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0) สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี และ 7.0 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.5) สำหรับหลักสูตรปริญญาโท อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Melbourne และ UNSW อาจกำหนดคะแนน IELTS 7.0 สำหรับปริญญาตรีบางหลักสูตร เช่น Bachelor of Commerce (Honours) โดยในปี 2026 มีนักเรียนไทยที่สอบ IELTS ได้คะแนน 6.5-7.0 เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2024
Q2: ค่าใช้จ่ายรวมในการเรียนต่อออสเตรเลีย 1 ปี สำหรับสาขาธุรกิจเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับนักเรียนไทยที่เรียนสาขาธุรกิจในออสเตรเลียในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 55,000-75,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี (ประมาณ 1,320,000-1,800,000 บาท) แบ่งเป็นค่าเล่าเรียน 35,000-50,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ค่าที่พัก 15,000-25,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ขึ้นอยู่กับเมืองและประเภทที่พัก) และค่าใช้จ่ายส่วนตัว 5,000-10,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยนักเรียนที่เรียนในซิดนีย์หรือเมลเบิร์นจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในบริสเบนหรือแอดิเลดประมาณ 15-20%
Q3: โอกาสในการทำงานหลังเรียนจบสำหรับนักเรียนไทยที่เรียนสาขาธุรกิจในออสเตรเลียเป็นอย่างไร?
นักเรียนไทยที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าในสาขาธุรกิจและการจัดการจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียสามารถขอ Visa 485 (Temporary Graduate Visa) ได้นานสูงสุด 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา โดยในปี 2026 อัตราการได้งานทำภายใน 6 เดือนหลังจบการศึกษาของนักเรียนไทยในออสเตรเลียอยู่ที่ 78% สำหรับสาขาธุรกิจ และ 85% สำหรับสาขา IT โดยเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยสำหรับบัณฑิตสาขาธุรกิจอยู่ที่ 65,000-80,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี (ประมาณ 1,560,000-1,920,000 บาท)
参考资料
- QS Quacquarelli Symonds, 2026, QS World University Rankings by Subject 2026: Business & Management Studies
- Department of Home Affairs (Australia), 2026, Student Visa and Temporary Graduate Visa Statistics
- Universities Australia, 2026, International Student Enrolment Data 2025-2026
- สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), 2026, ประกาศรับสมัครทุนรัฐบาลเพื่อพัฒนาข้าราชการพลเรือน ประจำปี 2569
- Tourism Australia, 2026, Muslim-friendly Travel and Halal Food Guide for International Students