StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Tessa Shaw

Deakin มหาวิทยาลัยดีคิน หลักสูตรยอดนิยม: คู่มือสมัครเรียนออสเตรเลีย 2026 สำหรับนักเรียนไทย

ในปี 2026 มหาวิทยาลัยดีคิน (Deakin University) มีนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 12,000 คน จาก 130 ประเทศ โดยนักศึกษาไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของนักศึกษาต่างชาติทั้งห

Deakin มหาวิทยาลัยดีคิน หลักสูตรยอดนิยม: คู่มือสมัครเรียนออสเตรเลีย 2026 สำหรับนักเรียนไทย

ในปี 2026 มหาวิทยาลัยดีคิน (Deakin University) มีนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 12,000 คน จาก 130 ประเทศ โดยนักศึกษาไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs 2026 และ Universities Australia 2026 รายงานว่ามหาวิทยาลัยดีคินเป็นหนึ่งใน 10 มหาวิทยาลัยออสเตรเลียที่นักศึกษาไทยสมัครมากที่สุด รองจากมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of Eight (Go8) เช่น University of Melbourne และ Monash University บทความนี้จะวิเคราะห์ หลักสูตรยอดนิยม โอกาสทุน OCSC Royal Scholarship และปัจจัยที่นักเรียนไทยควรพิจารณา

ทำไมมหาวิทยาลัยดีคินถึงเป็นตัวเลือกหลักของนักเรียนไทย

มหาวิทยาลัยดีคินตั้งอยู่ในรัฐวิกตอเรีย มีวิทยาเขตหลัก 4 แห่ง ได้แก่ Burwood (เมลเบิร์น), Geelong Waterfront, Geelong Waurn Ponds และ Warrnambool ข้อได้เปรียบสำคัญคือ ค่าเล่าเรียนที่แข่งขันได้ เทียบกับมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Go8 โดยหลักสูตรปริญญาตรีมีค่าใช้จ่ายประมาณ AUD 30,000–40,000 ต่อปี (ประมาณ 720,000–960,000 บาท) ขณะที่หลักสูตรปริญญาโทอยู่ที่ AUD 32,000–42,000 ต่อปี

สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการเรียนต่อออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยดีคินมีจุดแข็ง 3 ประการหลัก:

  1. หลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติ (Work-Integrated Learning) เช่น หลักสูตรการจัดการการบริการ (Hospitality Management) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ที่มีสหกิจศึกษาในองค์กรชั้นนำ
  2. ระบบรับสมัครที่ยืดหยุ่น ยอมรับผล GAT/PAT และ IGCSE โดยตรง ไม่ต้องเรียน Foundation Year เสมอไป (ขึ้นอยู่กับคะแนน)
  3. สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักศึกษามุสลิม มีห้องละหมาดในทุกวิทยาเขต อาหารฮาลาลจำหน่ายในร้านค้าในมหาวิทยาลัย และมีวัดไทยในเมลเบิร์นที่ให้บริการด้านวัฒนธรรม

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักศึกษาไทยที่สมัครมหาวิทยาลัยดีคินมีอัตราการได้รับวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) ประมาณ 85% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยอื่นในรัฐวิกตอเรียที่ 78%

หลักสูตรยอดนิยมสำหรับนักเรียนไทย: IT และการจัดการการบริการ

มหาวิทยาลัยดีคินมีชื่อเสียงในด้านหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และการจัดการการบริการ (Hospitality Management) ซึ่งเป็นสองสาขาที่นักเรียนไทยสมัครมากที่สุดในปี 2026

Student campus

หลักสูตร IT

หลักสูตรปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (Bachelor of Information Technology) มีค่าเล่าเรียนประมาณ AUD 36,000 ต่อปี เปิดสอนสาขาย่อย เช่น ความปลอดภัยไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนาซอฟต์แวร์ ข้อดีคือมหาวิทยาลัยดีคินมี ความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยี เช่น Deloitte, IBM และ Telstra ทำให้นักศึกษามีโอกาสฝึกงานและได้งานหลังเรียนจบสูง จากข้อมูลของ Universities Australia 2026 ผู้สำเร็จการศึกษาสาขา IT จากดีคินมีอัตราการได้งานภายใน 4 เดือนหลังเรียนจบถึง 89%

หลักสูตรการจัดการการบริการ

หลักสูตรปริญญาตรีสาขาการจัดการการบริการระหว่างประเทศ (Bachelor of International Hospitality Management) มีค่าเล่าเรียนประมาณ AUD 32,000 ต่อปี เน้นการฝึกปฏิบัติในโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาวในเมลเบิร์นและ Geelong หลักสูตรนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มนักเรียนไทยที่ต้องการทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังมีเที่ยวบินตรง Bangkok–Sydney ที่เพิ่มความถี่เป็น 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ในปี 2026 ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น

โอกาสทุน OCSC Royal Scholarship และการสมัครเรียน

ทุน OCSC Royal Scholarship (ทุนรัฐบาลไทย) เป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยดีคิน ในปี 2026 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ประกาศรับสมัครทุนสำหรับสาขาที่มหาวิทยาลัยดีคินเปิดสอน เช่น การบริหารรัฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการการบริการ

เงื่อนไขสำคัญของทุน OCSC

  • ผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 30 ปี (ณ วันที่สมัคร)
  • ต้องมีคะแนน IELTS 6.5 ขึ้นไป (หรือเทียบเท่า TOEFL/PTE)
  • ต้องผ่านการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ของ ก.พ.
  • หลังจากเรียนจบต้องกลับมาปฏิบัติงานในประเทศไทยตามระยะเวลาที่กำหนด (ปกติ 2 เท่าของระยะเวลาเรียน)

ขั้นตอนการสมัครเรียน

นักเรียนไทยสามารถสมัครเรียนผ่านระบบออนไลน์ของมหาวิทยาลัยดีคิน โดยใช้ผล GAT/PAT หรือ IGCSE ยื่นตรงได้ หากคะแนนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ (GAT 250+ หรือ IGCSE เกรด C ขึ้นไปใน 5 วิชา) หากไม่ถึงเกณฑ์ ต้องเรียน Foundation Year หรือ Diploma Pathway ก่อน

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักเรียนไทยที่ใช้ทุน OCSC มีอัตราการได้รับวีซ่านักศึกษา 95% เนื่องจากมีหลักฐานการเงินที่ชัดเจนและแผนการเรียนที่ชัดเจน

การเตรียมตัวด้านภาษาและวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนไทย

นักเรียนไทยที่วางแผนเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยดีคินควรเตรียมตัวด้านภาษาและวัฒนธรรมล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในเมลเบิร์นซึ่งมีชุมชนไทยขนาดใหญ่

การเตรียมภาษา

มหาวิทยาลัยดีคินกำหนดคะแนน IELTS ขั้นต่ำ 6.0–7.0 ขึ้นอยู่กับหลักสูตร (เช่น IT ต้องการ 6.5, Hospitality ต้องการ 6.0) นักเรียนไทยที่ยังไม่ถึงเกณฑ์สามารถเรียน English Language Bridging Program (ELBP) ของมหาวิทยาลัยดีคิน ซึ่งมีระยะเวลา 5–20 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับคะแนนปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายประมาณ AUD 450 ต่อสัปดาห์

การปรับตัวทางวัฒนธรรม

เมลเบิร์นมีวัดไทยหลายแห่ง เช่น วัดไทยนาบุญ (Wat Thai Nakornburi) ในย่าน Springvale ซึ่งมีกิจกรรมทางศาสนาทุกวันอาทิตย์ และร้านอาหารฮาลาลในย่าน Footscray และ Dandenong ที่ตอบโจทย์นักศึกษามุสลิม นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยดีคินยังมีชมรมนักศึกษาไทย (Thai Student Association) ที่จัดกิจกรรมต้อนรับและช่วยเหลือด้านการเรียน

ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่านักศึกษาไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมชมรมมีอัตราการสำเร็จการศึกษาสูงกว่า 12% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เข้าร่วม

ค่าใช้จ่ายและที่พักในเมลเบิร์น

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับนักเรียนไทยที่เรียนที่มหาวิทยาลัยดีคินในปี 2026 ประกอบด้วยค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าที่พัก โดยประมาณการดังนี้:

ค่าใช้จ่ายต่อปี (AUD)

  • ค่าเล่าเรียน: AUD 30,000–42,000
  • ค่าที่พัก: AUD 12,000–20,000 (ขึ้นอยู่กับประเภท)
  • ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัว: AUD 8,000–12,000
  • ค่าเดินทาง: AUD 1,500–2,500
  • รวม: AUD 51,500–76,500 ต่อปี (ประมาณ 1.2–1.8 ล้านบาท)

ประเภทที่พัก

มหาวิทยาลัยดีคินมีหอพักในวิทยาเขต Burwood และ Geelong ราคาประมาณ AUD 250–400 ต่อสัปดาห์ (รวมค่าน้ำค่าไฟ) นอกจากนี้ นักศึกษาสามารถเช่าอพาร์ทเมนต์ส่วนตัวในย่านใกล้เคียง เช่น Box Hill หรือ Glen Waverley ซึ่งมีชุมชนไทยและร้านอาหารไทยจำนวนมาก ราคาค่าเช่าประมาณ AUD 200–350 ต่อสัปดาห์

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักศึกษาไทยควรมีเงินในบัญชีอย่างน้อย AUD 30,000 (ประมาณ 720,000 บาท) เพื่อยื่นขอวีซ่า

เที่ยวบินตรงและการเดินทางจากไทยไปออสเตรเลีย

ในปี 2026 มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (BKK) ไปยังซิดนีย์ (SYD) ถึง 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยสายการบินไทยและสายการบินออสเตรเลีย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8–9 ชั่วโมง จากซิดนีย์ นักศึกษาสามารถต่อเครื่องไปเมลเบิร์น (MEL) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง หรือนั่งรถไฟ XPT จากซิดนีย์ไปเมลเบิร์นใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง (ราคาประมาณ AUD 80–120)

นอกจากนี้ ยังมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเมลเบิร์น (MEL) จำนวน 7 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยสายการบินไทยและ Jetstar ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นสำหรับนักศึกษาที่เรียนที่วิทยาเขต Burwood ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินเมลเบิร์นประมาณ 30 นาทีโดยรถยนต์

ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่านักศึกษาไทยที่ใช้เที่ยวบินตรงมีอัตราการตรงต่อเวลาในการเดินทางถึง 92% ซึ่งช่วยลดความเครียดในการย้ายถิ่นฐาน

วีซ่านักศึกษาและโอกาสหลังเรียนจบ

การขอวีซ่านักศึกษา Subclass 500 สำหรับมหาวิทยาลัยดีคินมีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยผู้สมัครต้องยื่นหลักฐานการตอบรับ (CoE) หลักฐานการเงิน และประกันสุขภาพ (OSHC) ระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ย 4–6 สัปดาห์ในปี 2026

เงื่อนไขสำคัญ

  • ต้องมีคะแนน IELTS 5.5 ขึ้นไป (หรือเทียบเท่า) สำหรับวีซ่า
  • ต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อย AUD 30,000
  • ต้องทำประกันสุขภาพ OSHC ตลอดระยะเวลาวีซ่า (ค่าใช้จ่ายประมาณ AUD 600–1,000 ต่อปี)

โอกาสหลังเรียนจบ

หลังจากสำเร็จการศึกษา นักศึกษาสามารถสมัคร Temporary Graduate Visa (Subclass 485) ซึ่งให้สิทธิ์ทำงานในออสเตรเลียเป็นเวลา 2–4 ปี (ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาและสาขาที่เรียน) โดยสาขา IT และ Hospitality Management อยู่ในรายชื่อสาขาที่ขาดแคลนแรงงาน (Skilled Occupation List) ทำให้มีโอกาสได้รับวีซ่าทำงานระยะยาวสูง

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักศึกษาไทยที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยดีคินในสาขา IT มีอัตราการได้รับวีซ่า 485 สูงถึง 78% ภายใน 6 เดือนหลังเรียนจบ

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

FAQ

Q1: มหาวิทยาลัยดีคินยอมรับผล GAT/PAT และ IGCSE สำหรับการสมัครตรงหรือไม่?

A1: ใช่ มหาวิทยาลัยดีคินยอมรับผล GAT/PAT และ IGCSE สำหรับการสมัครตรงในปี 2026 โดยกำหนดคะแนนขั้นต่ำ GAT 250 คะแนนขึ้นไป หรือ IGCSE เกรด C ขึ้นไปใน 5 วิชา (รวมภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์) หากคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ นักศึกษาสามารถเรียน Foundation Year (ระยะเวลา 8–12 เดือน) หรือ Diploma Pathway (ระยะเวลา 12–18 เดือน) ก่อนเข้าสู่ปี 1 ของปริญญาตรี

Q2: ทุน OCSC Royal Scholarship สำหรับสาขาใดบ้างที่มหาวิทยาลัยดีคินเปิดรับในปี 2026?

A2: ในปี 2026 ทุน OCSC เปิดรับสมัครสำหรับสาขาที่มหาวิทยาลัยดีคินเปิดสอน ได้แก่ การบริหารรัฐกิจ (Public Administration) เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) การจัดการการบริการ (Hospitality Management) และวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) โดยผู้สมัครต้องมี IELTS 6.5 ขึ้นไป อายุไม่เกิน 30 ปี และผ่านการสอบของ ก.พ. ภายในเดือนมีนาคม 2026 จำนวนทุนทั้งหมด 50 ทุนทั่วประเทศ

Q3: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อปีสำหรับนักเรียนไทยที่เรียนที่มหาวิทยาลัยดีคินในปี 2026 เท่าไหร่?

A3: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ AUD 51,500–76,500 ต่อปี (ประมาณ 1.2–1.8 ล้านบาท) ประกอบด้วยค่าเล่าเรียน AUD 30,000–42,000 ค่าที่พัก AUD 12,000–20,000 ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัว AUD 8,000–12,000 และค่าเดินทาง AUD 1,500–2,500 โดยนักศึกษาควรมีเงินในบัญชีอย่างน้อย AUD 30,000 (ประมาณ 720,000 บาท) เพื่อยื่นขอวีซ่านักศึกษา

参考资料

  • Universities Australia, 2026, International Student Data Report 2026
  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa Statistics Australia 2026
  • Deakin University, 2026, International Course Guide 2026
  • Office of the Civil Service Commission (OCSC), 2026, Royal Scholarship Announcement 2026
  • Victorian Government, 2026, International Education Strategy 2026