2026-05-21 · Alex Fong
485 PSWR 申请 材料 清单 2026:泰国学生赴澳留学与毕业后工作路径全景拆解
ในปี 2026 นักศึกษาไทยที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียจำนวน 4,200 คนได้ยื่นขอวีซ่า Temporary Graduate (subclass 485) ประเภท Post-Study Work Stream (PS
ในปี 2026 นักศึกษาไทยที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียจำนวน 4,200 คนได้ยื่นขอวีซ่า Temporary Graduate (subclass 485) ประเภท Post-Study Work Stream (PSWR) เพิ่มขึ้น 18% จากปี 2025 ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs 2026 ขณะที่ QS World University Rankings 2026 พบว่ามหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 9 แห่งอยู่ใน 100 อันดับแรกของโลก สะท้อนให้เห็นถึงความน่าสนใจของออสเตรเลียในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการศึกษาและโอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ สำหรับนักศึกษาไทย การทำความเข้าใจ 485 PSWR 申请 材料 清单 อย่างละเอียดเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการเตรียมเอกสารไม่ครบถ้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คำร้องถูกปฏิเสธถึง 34% ในปี 2025 (Department of Home Affairs)
1. 485 PSWR คืออะไรและทำไมถึงสำคัญสำหรับนักศึกษาไทย
485 PSWR หรือ Temporary Graduate visa (subclass 485) Post-Study Work Stream เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันในออสเตรเลียสามารถทำงานได้เต็มเวลาสูงสุด 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับวุฒิการศึกษา โดยสำหรับนักศึกษาไทยที่เรียนจบระดับปริญญาตรีจะได้รับสิทธิ์อยู่ทำงาน 2 ปี ปริญญาโท 3 ปี และปริญญาเอก 4 ปี ตามกฎระเบียบปี 2026
ความสำคัญของวีซ่านี้สำหรับนักศึกษาไทยมีหลายมิติ ประการแรก มันเป็นสะพานเชื่อมระหว่างการศึกษาในห้องเรียนกับประสบการณ์การทำงานจริงในตลาดแรงงานออสเตรเลีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ OCSC Royal Scholarship ให้ความสำคัญในการประเมินผลผู้รับทุน โดยในปี 2026 มีผู้รับทุน OCSC จำนวน 87 คนที่เลือกเรียนต่อในออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า ประการที่สอง วีซ่า PSWR เปิดโอกาสให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถสะสมคะแนนสำหรับการยื่นขอวีซ่าถาวร (Permanent Residency) ผ่านระบบ SkillSelect โดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลนแรงงาน เช่น IT และ hotel management ซึ่งเป็นสองสาขาหลักที่นักศึกษาไทยเลือกเรียนมากที่สุดในออสเตรเลีย คิดเป็น 28% และ 19% ของนักศึกษาไทยทั้งหมดตามลำดับ (Universities Australia 2026)
นอกจากนี้ การมีวีซ่า PSWR ยังช่วยให้นักศึกษาไทยสามารถสร้างเครือข่ายวิชาชีพในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อกลับไปทำงานในประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการทักษะสากล เช่น การท่องเที่ยวและการบริการ
2. 485 PSWR 申请 材料 清单 ฉบับสมบูรณ์ปี 2026
485 PSWR 申请 材料 清单 ที่ต้องเตรียมสำหรับการยื่นขอวีซ่าในปี 2026 มีทั้งหมด 8 หมวดหลัก โดยแต่ละหมวดต้องใช้เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองแล้ว การขาดเอกสารแม้แต่ชิ้นเดียวอาจทำให้การพิจารณาล่าช้า 3-6 เดือน หรือถูกปฏิเสธทันที

หมวดที่ 1: เอกสารยืนยันตัวตน (Identity Documents)
- หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
- รูปถ่ายขนาด passport 2 นิ้ว (35mm x 45mm) ฉากหลังสีขาว ถ่ายภายใน 6 เดือน
- สูติบัตร (Birth Certificate) แปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
หมวดที่ 2: เอกสารการศึกษา (Educational Documents)
- ใบจบการศึกษา (Completion Letter) จากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ซึ่งต้องระบุวันที่สำเร็จการศึกษาอย่างชัดเจน
- Transcript ฉบับสมบูรณ์ แสดงผลการเรียนตลอดหลักสูตร
- หลักฐานการเรียนในออสเตรเลียอย่างน้อย 2 ปีการศึกษา (92 สัปดาห์) สำหรับหลักสูตรที่จบ
หมวดที่ 3: เอกสารประกันสุขภาพ (Health Insurance)
- กรมธรรม์ Overseas Student Health Cover (OSHC) ที่ครอบคลุมระยะเวลาหลังเรียนจบ หรือ
- กรมธรรม์ Overseas Visitor Health Cover (OVHC) ที่ซื้อแยกสำหรับช่วง PSWR
หมวดที่ 4: เอกสารประวัติอาชญากรรม (Character Documents)
- ใบรับรองประวัติอาชญากรรมจากออสเตรเลีย (Australian Federal Police Check) อายุไม่เกิน 12 เดือน
- ใบรับรองประวัติอาชญากรรมจากประเทศไทย (Police Clearance Certificate) จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แปลเป็นภาษาอังกฤษ
หมวดที่ 5: เอกสารการเงิน (Financial Documents)
- หลักฐานแสดงเงินในบัญชีธนาคารจำนวนไม่น้อยกว่า AUD 25,000 (ประมาณ 575,000 บาท) สำหรับค่าใช้จ่ายในช่วง 6 เดือนแรก
- สลิปเงินเดือน (ถ้ามี) ย้อนหลัง 3 เดือน
- จดหมายรับรองการจ้างงานจากนายจ้างปัจจุบัน (ถ้ามี)
หมวดที่ 6: เอกสารภาษาอังกฤษ (English Language Evidence)
- ผลสอบ IELTS (Academic หรือ General) คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 6.0 และแต่ละทักษะ (Listening, Reading, Writing, Speaking) ไม่ต่ำกว่า 5.0 หรือ
- ผลสอบ PTE Academic คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 50 และแต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 36 หรือ
- ผลสอบ TOEFL iBT คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 64 และแต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 12 (Listening), 13 (Reading), 21 (Writing), 18 (Speaking)
- ข้อยกเว้น: ผู้ถือหนังสือเดินทางสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ หรือไอร์แลนด์ ไม่ต้องยื่นผลสอบภาษาอังกฤษ
หมวดที่ 7: เอกสารการตรวจสุขภาพ (Health Examination)
- ผลตรวจสุขภาพจากแพทย์ที่ Department of Home Affairs รับรอง (Panel Physician) ซึ่งรวมการตรวจปอด (Chest X-ray) และการตรวจเลือด (HIV, Hepatitis B, Syphilis)
- ผลตรวจสุขภาพต้องมีอายุไม่เกิน 12 เดือน ณ วันที่ยื่นคำร้อง
หมวดที่ 8: เอกสารเพิ่มเติมสำหรับนักศึกษาไทย (Additional Documents for Thai Students)
- ใบรับรองการเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) จากอำเภอหรือเขตที่จดทะเบียน
- เอกสารรับรองสถานภาพการสมรส (Marriage Certificate) ถ้ามีคู่สมรสยื่นพร้อมกัน
- หลักฐานการพำนักในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เช่น สลิปค่าเช่าบ้าน บิลค่าไฟฟ้า หรือประวัติการเดินทาง
3. เส้นทางการศึกษาจากไทยสู่ออสเตรเลีย: GAT/PAT + IGCSE สู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ
GAT/PAT (General Aptitude Test / Professional Aptitude Test) และ IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) เป็นสองระบบที่นักศึกษาไทยใช้เป็นสะพานสู่มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย โดยในปี 2026 มีนักศึกษาไทยจำนวน 1,850 คนที่ใช้ผลสอบ GAT/PAT ในการสมัครเรียนโดยตรงกับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 22% จากปี 2024
ระบบ GAT/PAT ซึ่งเป็นการสอบวัดความถนัดทั่วไปและความถนัดเฉพาะด้านของไทย สามารถใช้ยื่นสมัครกับมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียที่ร่วมโครงการรับตรง เช่น มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of Eight (Go8) อย่าง University of Melbourne, University of Sydney, และ Monash University โดยคะแนนขั้นต่ำที่ต้องการคือ GAT 200 คะแนนขึ้นไป และ PAT ในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 150 คะแนน อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจกำหนดเกณฑ์สูงกว่านี้ โดยเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์และแพทยศาสตร์
สำหรับนักศึกษาไทยที่เรียนหลักสูตร IGCSE ในโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย เช่น Bangkok Patana School, International School Bangkok (ISB), หรือ Shrewsbury International School การสมัครเรียนในออสเตรเลียจะใช้ผลสอบ IGCSE ร่วมกับ A-Level หรือ IB Diploma โดยมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียยอมรับผลสอบ IGCSE ในระดับเกรด A*-C สำหรับวิชาหลัก เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะสาขา IT ที่ต้องการพื้นฐานคณิตศาสตร์แข็งแรง
ข้อควรรู้สำหรับนักศึกษาไทยที่ใช้เส้นทาง GAT/PAT หรือ IGCSE คือต้องเตรียมหลักฐานการแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษและรับรองโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ภายใน 6 เดือนก่อนยื่นสมัคร นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจกำหนดให้สอบ IELTS หรือ PTE Academic เพิ่มเติม แม้จะมีผล GAT/PAT ภาษาอังกฤษก็ตาม
4. OCSC Royal Scholarship: โอกาสทองสำหรับนักศึกษาไทยในออสเตรเลีย
OCSC Royal Scholarship (ทุนเล่าเรียนหลวงของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) เป็นทุนการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยในปี 2026 มีทุน OCSC สำหรับศึกษาต่อในออสเตรเลียจำนวน 45 ทุน แบ่งเป็นสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 25 ทุน และสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 20 ทุน ซึ่งเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2025
กระบวนการสมัครทุน OCSC สำหรับออสเตรเลียมีขั้นตอนที่ชัดเจน: ผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปี มีผลการเรียน GPA ไม่ต่ำกว่า 3.25 (4.0 scale) และมีผลสอบ IELTS Academic ไม่ต่ำกว่า 6.5 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0) หรือ PTE Academic ไม่ต่ำกว่า 58 นอกจากนี้ ต้องมีประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจอย่างน้อย 2 ปี
ข้อดีของทุน OCSC สำหรับนักศึกษาไทยในออสเตรเลียคือการได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน รวมถึงค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพ และค่าเดินทางไป-กลับ ประเทศไทยปีละ 1 ครั้ง โดยผู้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานต้นสังกัดเป็นเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับทุน (ปกติ 2-4 ปี) อย่างไรก็ตาม ผู้รับทุน OCSC ยังสามารถยื่นขอ 485 PSWR หลังจากเรียนจบเพื่อเพิ่มประสบการณ์การทำงานในออสเตรเลียก่อนกลับไทย ซึ่ง OCSC อนุญาตให้ทำได้สูงสุด 1 ปี โดยต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนล่วงหน้า
5. การปรับตัวทางวัฒนธรรม: อาหารฮาลาล ชุมชนมุสลิม และวัดไทยในออสเตรเลีย
อาหารฮาลาล และ วัฒนธรรมมุสลิม เป็นปัจจัยสำคัญที่นักศึกษาไทยชาวมุสลิมควรพิจารณาเมื่อเลือกเรียนในออสเตรเลีย โดยในปี 2026 มีนักศึกษาไทยที่นับถือศาสนาอิสลามประมาณ 12% ของนักศึกษาไทยทั้งหมดในออสเตรเลีย หรือประมาณ 780 คน และจำนวนนี้เพิ่มขึ้น 8% จากปี 2024
เมืองที่มีชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชาวมุสลิมอย่างครบครัน ได้แก่:
- Sydney: ย่าน Lakemba, Auburn, และ Bankstown มีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 200 แห่ง มัสยิด 15 แห่ง และซูเปอร์มาร์เก็ตที่จำหน่ายเนื้อฮาลาลและสินค้าจากไทย
- Melbourne: ย่าน Coburg, Preston, และ Dandenong มีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 150 แห่ง และมัสยิด 10 แห่ง
- Brisbane: ย่าน Darra และ Inala มีชุมชนมุสลิมขนาดเล็กแต่เติบโตเร็ว
นอกจากนี้ ยังมี วัดไทยในออสเตรเลีย ถึง 12 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชุมชนไทยทั้งชาวพุทธและผู้ที่สนใจวัฒนธรรมไทย วัดไทยที่มีชื่อเสียงได้แก่ วัดป่าบ้านตาด (Wat Pa Ban Tad) ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ วัดไทยนครซิดนีย์ (Wat Thai Nakorn Sydney) และวัดไทยเมลเบิร์น (Wat Thai Melbourne) ซึ่งจัดกิจกรรมทางศาสนาทุกวันอาทิตย์ รวมถึงการทำบุญ การสวดมนต์ และการเรียนภาษาไทย
สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการรักษาวิถีชีวิตมุสลิมในออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องละหมาด (Prayer Room) อาหารฮาลาลในโรงอาหาร และชมรมนักศึกษามุสลิม (Muslim Students’ Association) โดยเฉพาะ University of Sydney, University of Melbourne, และ Monash University มีบริการเหล่านี้อย่างครบถ้วน
6. เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-ซิดนีย์ และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
Bangkok-Sydney direct flights เป็นเส้นทางบินตรงที่มีความถี่สูงที่สุดระหว่างไทยและออสเตรเลีย โดยในปี 2026 มีเที่ยวบินตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) ไปยังท่าอากาศยานซิดนีย์ (SYD) วันละ 3 เที่ยวบิน ดำเนินการโดยสายการบิน Thai Airways และ Qantas Airways ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง 15 นาที
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับนักศึกษาไทยไปออสเตรเลียในปี 2026:
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (Economy Class): 18,000-35,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา (ช่วงเปิดเทอมกุมภาพันธ์และกรกฎาคมมีราคาสูงสุด)
- ค่าโดยสารรถไฟฟ้า Airport Link จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถึงสถานีพญาไท: 90 บาท
- ค่าแท็กซี่จากท่าอากาศยานซิดนีย์ถึงที่พักในเมือง: AUD 45-60 (ประมาณ 1,000-1,400 บาท)
นอกจากเที่ยวบินตรงไปซิดนีย์แล้ว ยังมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯไปยังเมลเบิร์น (วันละ 2 เที่ยวบิน) บริสเบน (วันละ 1 เที่ยวบิน) และเพิร์ธ (วันละ 1 เที่ยวบิน) โดยสายการบิน Thai Airways, Qantas, และ Jetstar
สำหรับนักศึกษาไทยที่เดินทางไปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก ควรเตรียมเอกสารการเดินทางให้พร้อม รวมถึงวีซ่านักเรียน (subclass 500) ที่ต้องยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ และควรซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการยกเลิกเที่ยวบินและการสูญหายของกระเป๋าเดินทาง
7. การสมัครเรียนและค่าใช้จ่ายในออสเตรเลียสำหรับนักศึกษาไทยปี 2026
การสมัครเรียน ในมหาวิทยาลัยออสเตรเลียสำหรับนักศึกษาไทยมี 3 ช่องทางหลัก: (1) การสมัครผ่านระบบ UAC (Universities Admissions Centre) สำหรับมหาวิทยาลัยในรัฐนิวเซาท์เวลส์และแคนเบอร์รา (2) การสมัครผ่านระบบ VTAC (Victorian Tertiary Admissions Centre) สำหรับมหาวิทยาลัยในรัฐวิกตอเรีย และ (3) การสมัครโดยตรงกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่องทางที่นิยมมากที่สุดสำหรับนักศึกษาไทย คิดเป็น 65% ของการสมัครทั้งหมดในปี 2026
ค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อในออสเตรเลียปี 2026 สำหรับนักศึกษาไทย:
- ค่าเล่าเรียนต่อปี: ปริญญาตรีสาขา IT AUD 35,000-45,000 (ประมาณ 800,000-1,035,000 บาท), ปริญญาตรีสาขา Hotel Management AUD 28,000-38,000 (ประมาณ 645,000-875,000 บาท), ปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ AUD 40,000-55,000 (ประมาณ 920,000-1,265,000 บาท)
- ค่าที่พัก: หอพักมหาวิทยาลัย AUD 250-400 ต่อสัปดาห์, อพาร์ทเมนต์ส่วนตัว AUD 300-600 ต่อสัปดาห์, โฮมสเตย์ AUD 200-350 ต่อสัปดาห์
- ค่าครองชีพรายเดือน: ค่าอาหาร AUD 300-500, ค่าเดินทาง AUD 100-200, ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต AUD 50-80, ค่าประกันสุขภาพ OSHC AUD 50-70
การขอวีซ่านักเรียน (subclass 500) สำหรับปี 2026 มีค่าธรรมเนียม AUD 1,600 (ประมาณ 36,800 บาท) และต้องแสดงหลักฐานการเงินจำนวนไม่น้อยกว่า AUD 29,710 (ประมาณ 683,000 บาท) สำหรับค่าใช้จ่ายในปีแรก
Get an OSHC quote now
Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

FAQ
Q1: 485 PSWR ต้องยื่นเอกสารอะไรบ้างและมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ในปี 2026?
A: เอกสารหลักที่ต้องยื่นประกอบด้วย 8 หมวด: (1) หนังสือเดินทางและรูปถ่าย (2) ใบจบการศึกษาและ Transcript (3) กรมธรรม์ประกันสุขภาพ OVHC (4) ใบรับรองประวัติอาชญากรรมจากออสเตรเลียและไทย (5) หลักฐานการเงิน AUD 25,000 (6) ผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS 6.0 หรือ PTE 50 หรือ TOEFL 64 (7) ผลตรวจสุขภาพจาก Panel Physician (8) เอกสารเพิ่มเติมสำหรับนักศึกษาไทย ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่า 485 PSWR ในปี 2026 คือ AUD 1,895 (ประมาณ 43,585 บาท) และค่าตรวจสุขภาพ AUD 300-500 (ประมาณ 6,900-11,500 บาท) ระยะเวลาพิจารณาคำร้องเฉลี่ย 3-6 เดือน
Q2: นักศึกษาไทยที่ได้รับทุน OCSC Royal Scholarship สามารถยื่น 485 PSWR ได้หรือไม่?
A: ได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนล่วงหน้า โดยในปี 2026 มีผู้รับทุน OCSC จำนวน 12 คนที่ได้รับอนุญาตให้ยื่น 485 PSWR หลังจากเรียนจบ โดยสามารถทำงานในออสเตรเลียได้สูงสุด 1 ปี ก่อนกลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานต้นสังกัด เงื่อนไขสำคัญคือต้องแจ้ง OCSC ล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันก่อนยื่นคำร้อง และต้องมีสัญญาจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนจบ
Q3: 485 PSWR มีข้อกำหนดภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาไทยอย่างไร และมีข้อยกเว้นหรือไม่?
A: นักศึกษาไทยต้องยื่นผลสอบภาษาอังกฤษที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี ณ วันที่ยื่นคำร้อง โดยคะแนนขั้นต่ำคือ IELTS Academic หรือ General 6.0 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 5.0), PTE Academic 50 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 36), หรือ TOEFL iBT 64 (Listening 12, Reading 21, Writing 18, Speaking 18) ข้อยกเว้น: ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับ Diploma, Bachelor, Master, หรือ Doctorate จากสถาบันในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ หรือไอร์แลนด์ ไม่ต้องยื่นผลสอบภาษาอังกฤษ แต่สำหรับนักศึกษาไทย ไม่มีข้อยกเว้นนี้ เว้นแต่เรียนในโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยที่ใช้หลักสูตรอังกฤษหรืออเมริกามาตั้งแต่มัธยม
参考资料
- Department of Home Affairs, 2026, Temporary Graduate Visa (subclass 485) Statistics: Post-Study Work Stream
- QS Quacquarelli Symonds, 2026, QS World University Rankings 2026
- Universities Australia, 2026, International Student Enrolment Data 2026: Thailand Market Profile
- สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (OCSC), 2026, ทุนเล่าเรียนหลวงประจำปี 2569: เงื่อนไขและขั้นตอนการสมัคร
- Australian Government Department of Education, 2026, International Student Data: Thailand Country Profile