StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Nathan Hartley

เพิร์ธ vs อเดเลด เมืองไหนดีกว่าสำหรับเรียน: ข้อมูลตัดสินใจปี 2026

ข้อมูลจาก QS Best Student Cities 2026 ระบุว่า เพิร์ธอยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก ขณะที่อเดเลดอยู่ในอันดับที่ 26 ซึ่งแคบลงจากปีก่อนหน้าเพียง 8 อันดับ ด้านข้อมูลการย

เพิร์ธ vs อเดเลด เมืองไหนดีกว่าสำหรับเรียน: ข้อมูลตัดสินใจปี 2026

ข้อมูลจาก QS Best Student Cities 2026 ระบุว่า เพิร์ธอยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก ขณะที่อเดเลดอยู่ในอันดับที่ 26 ซึ่งแคบลงจากปีก่อนหน้าเพียง 8 อันดับ ด้านข้อมูลการยื่นวีซ่านักเรียนจาก Department of Home Affairs 2026 พบว่าจำนวนนักศึกษาไทยที่เลือกเพิร์ธเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปี 2025 ในขณะที่อเดเลดเพิ่มขึ้น 8% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่แตกต่างกันของทั้งสองเมือง

ค่าใช้จ่าย: เพิร์ธ vs อเดเลด ใครถูกกว่ากัน?

ค่าครองชีพเป็นปัจจัยแรกที่นักศึกษาไทยควรพิจารณา ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่าค่าครองชีพรายปีในเพิร์ธอยู่ที่ประมาณ 25,000–30,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 600,000–720,000 บาท) ส่วนอเดเลดอยู่ที่ 22,000–27,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 530,000–650,000 บาท) อเดเลดถูกกว่าประมาณ 10–15%

ค่าเช่าที่พักเป็นส่วนต่างหลัก ในเพิร์ธ ค่าเช่าห้องเดี่ยวในเขตมหาวิทยาลัยอยู่ที่ 250–400 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ส่วนอเดเลดอยู่ที่ 200–350 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ อเดเลดจึงประหยัดกว่าในระยะยาว

ค่าเล่าเรียนแตกต่างกันเล็กน้อย มหาวิทยาลัยในเพิร์ธ เช่น University of Western Australia (UWA) และ Curtin University มีค่าเล่าเรียนสาขา IT ประมาณ 38,000–45,000 ดอลลาร์ต่อปี ส่วน University of Adelaide และ Flinders University ในอเดเลดอยู่ที่ 36,000–42,000 ดอลลาร์ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ทุนการศึกษาเป็นปัจจัยชี้ขาด มหาวิทยาลัยทั้งสองเมืองมีทุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะทุน OCSC Royal Scholarship ที่นักศึกษาไทยสามารถสมัครได้ ทุนนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ แต่ต้องสอบ GAT/PAT และ IGCSE ให้ได้คะแนนสูง ซึ่งเป็นเส้นทางที่นักศึกษาไทยจำนวนมากใช้

โอกาสการทำงานหลังเรียน: เมืองไหนมีงานมากกว่า

ตลาดแรงงานในเพิร์ธและอเดเลดมีความแตกต่างกันชัดเจน เพิร์ธเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหมืองแร่และพลังงานของออสเตรเลีย ซึ่งเปิดโอกาสให้กับนักศึกษา IT และวิศวกรรมศาสตร์ที่สนใจทำงานในภาคทรัพยากรธรรมชาติ ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า Graduate Visa (Subclass 485) ในเพิร์ธมีอัตราการยื่นขอสูงกว่าอเดเลด 18% ในสาขาวิศวกรรม

Student campus

อเดเลดมีจุดแข็งด้านการผลิตและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะในเขต Lot Fourteen ซึ่งเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัล เมืองนี้มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็กถึงกลางจำนวนมากที่ต้องการบุคลากร IT และการจัดการโรงแรม ซึ่งเป็นสาขาที่นักศึกษาไทยนิยมเรียน

เส้นทางสู่การทำงานหลังเรียนจบ: ทั้งสองเมืองอยู่ในพื้นที่ Regional Australia สำหรับวัตถุประสงค์ของวีซ่า ซึ่งหมายความว่านักศึกษาที่เรียนในเพิร์ธหรืออเดเลดจะได้รับสิทธิ์ในการขอวีซ่าทำงานหลังเรียนนานกว่าเมืองซิดนีย์หรือเมลเบิร์น 2 ปี (รวมเป็น 4–6 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา)

สำหรับนักศึกษาไทยที่เรียนสาขา การจัดการโรงแรม (Hotel Management) อเดเลดมีข้อได้เปรียบเนื่องจากเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวและไวน์ มีโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ทจำนวนมากที่เปิดรับนักศึกษาฝึกงาน ขณะที่เพิร์ธเน้นอุตสาหกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับเหมืองแร่

วัฒนธรรมฮาลาลและชุมชนมุสลิม: เพิร์ธ vs อเดเลด

อาหารฮาลาลเป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักศึกษาไทยมุสลิม เพิร์ธมีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 200 แห่ง กระจายตัวทั่วเมือง โดยเฉพาะในย่าน Northbridge และ Victoria Park มีมัสยิดหลัก 5 แห่งและศูนย์อิสลามอีก 15 แห่ง ชุมชนมุสลิมในเพิร์ธมีประมาณ 50,000 คน คิดเป็น 2.5% ของประชากร

อเดเลดมีร้านอาหารฮาลาลประมาณ 120 แห่ง แต่มีความหนาแน่นสูงในย่าน Gilles Plains และ Para Hills ซึ่งเป็นที่ตั้งของมัสยิดขนาดใหญ่และร้านขายอาหารฮาลาล ชุมชนมุสลิมในอเดเลดมีประมาณ 30,000 คน คิดเป็น 2% ของประชากร

วัดไทยในออสเตรเลียเป็นอีกปัจจัยที่นักศึกษาไทยให้ความสำคัญ เพิร์ธมีวัดไทย 2 แห่งคือ Wat Thai Perth (Ananda Temple) และ Wat Phutthawararam ซึ่งจัดกิจกรรมทางศาสนาทุกวันอาทิตย์และวันสำคัญทางพุทธศาสนา อเดเลดมีวัดไทย 1 แห่งคือ Wat Thai Adelaide ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าแต่มีพระสงฆ์จำพรรษา 3–5 รูป

สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการรักษาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตมุสลิมหรือพุทธ เพิร์ธมีชุมชนที่หลากหลายกว่าเล็กน้อย แต่ทั้งสองเมืองมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ

การเดินทางและการเชื่อมต่อ: Bangkok-Sydney direct flights และการเดินทางภายใน

เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯไปยังออสเตรเลียมีผลต่อการเลือกเมือง ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–เพิร์ธของ Thai Airways และ Jetstar ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 30 นาที เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–อเดเลดไม่มีให้บริการในปี 2026 นักศึกษาที่ต้องการไปอเดเลดต้องต่อเครื่องที่ซิดนีย์หรือเมลเบิร์น ทำให้ใช้เวลาเดินทางรวม 10–14 ชั่วโมง

เพิร์ธจึงได้เปรียบด้านการเดินทางสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการกลับบ้านบ่อยครั้งหรือมีครอบครัวมาเยี่ยม นอกจากนี้ สายการบินต้นทุนต่ำอย่าง AirAsia X และ Scoot มีเที่ยวบินไปเพิร์ธจากกรุงเทพฯ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์หรือสิงคโปร์ ซึ่งราคาถูกกว่าเที่ยวบินตรง

การเดินทางภายในเมือง: เพิร์ธมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมกว่า มีรถไฟสายหลัก 5 สาย รถประจำทาง และเรือข้ามฟาก นักศึกษาสามารถใช้บัตร SmartRider ซึ่งให้ส่วนลด 40% สำหรับค่าโดยสาร อเดเลดมีระบบรถรางและรถประจำทางที่ครอบคลุมน้อยกว่า แต่มีบัตร MetroCard ที่ให้ส่วนลดคล้ายกัน

ทั้งสองเมืองมีสนามบินนานาชาติที่เชื่อมต่อกับเมืองไทย เพิร์ธ Airport อยู่ห่างจากใจกลางเมือง 12 กิโลเมตร ใช้เวลา 20 นาทีโดยรถแท็กซี่ อเดเลด Airport อยู่ห่างจากใจกลางเมือง 7 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 นาที

มหาวิทยาลัยและสาขาที่เด่น: IT, Hotel Management และอื่นๆ

มหาวิทยาลัยในเพิร์ธมี 5 แห่งหลัก: University of Western Australia (UWA) อันดับ 77 ของโลก (QS 2026), Curtin University อันดับ 183, Murdoch University, Edith Cowan University และ University of Notre Dame Australia

UWA มีความโดดเด่นด้าน IT และวิศวกรรมซอฟต์แวร์ โดยมีศูนย์วิจัย AI และ Data Science ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก Curtin University มีสาขา Mining Engineering ติดอันดับ 2 ของโลก และมีหลักสูตร Business Information Systems ที่แข็งแกร่ง

มหาวิทยาลัยในอเดเลดมี 3 แห่งหลัก: University of Adelaide อันดับ 89 ของโลก (QS 2026), Flinders University อันดับ 266, และ University of South Australia (UniSA) ซึ่งกำลังจะควบรวมกับ University of Adelaide ในปี 2026 เป็น Adelaide University แห่งใหม่

University of Adelaide มีความโดดเด่นด้าน การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว โดยมีหลักสูตร Bachelor of Tourism and Event Management ที่ร่วมมือกับอุตสาหกรรมท้องถิ่น Flinders University มีสาขา IT และ Cybersecurity ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในด้าน Health Informatics

สำหรับนักศึกษาไทยที่สนใจทุน OCSC Royal Scholarship มหาวิทยาลัยทั้งสองเมืองมีหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.พ. แต่ควรตรวจสอบรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองล่าสุดจากเว็บไซต์ OCSC ก่อนสมัคร

การสอบ GAT/PAT และ IGCSE: เส้นทางสู่ออสเตรเลียสำหรับนักศึกษาไทย

การเตรียมตัวด้านการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการเรียนต่อที่เพิร์ธหรืออเดเลดมีสองเส้นทางหลัก: การใช้คะแนน GAT/PAT หรือ IGCSE

ระบบ GAT/PAT (General Aptitude Test / Professional Aptitude Test) เป็นการสอบที่ใช้สำหรับการสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยไทย แต่มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียยอมรับคะแนน GAT/PAT สำหรับการพิจารณาเข้าเรียน โดยเฉพาะในหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน นักศึกษาที่ต้องการสมัครเรียนที่ UWA หรือ University of Adelaide ควรมีคะแนน GAT ไม่ต่ำกว่า 60% และ PAT ไม่ต่ำกว่า 50% ขึ้นอยู่กับสาขา

IGCSEเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยม นักศึกษาไทยที่สอบ IGCSE ในวิชาหลัก 5 วิชา (รวมภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์) ด้วยคะแนน A–C สามารถสมัครเข้าเรียน Foundation Year หรือ Diploma Pathway ของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียได้ โดยไม่ต้องใช้คะแนน GAT/PAT

สำหรับทุน OCSC Royal Scholarship นักศึกษาต้องมีผลการเรียนดีเยี่ยม (GPA ≥ 3.50 ในระบบ 4.0) และผ่านการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ของ OCSC ทุนนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าประกันสุขภาพสำหรับการศึกษาระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก

วันที่สำคัญ: การสมัครทุน OCSC รอบปกติเปิดรับในเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ของทุกปี สำหรับการเริ่มเรียนในเดือนกุมภาพันธ์หรือกรกฎาคมของปีถัดไป นักศึกษาควรเริ่มเตรียมตัวสอบ GAT/PAT หรือ IGCSE อย่างน้อย 12–18 เดือนก่อนวันปิดรับสมัคร

ข้อสรุป: เพิร์ธหรืออเดเลด เมืองไหนเหมาะกับคุณ

ปัจจัยตัดสินใจขึ้นอยู่กับเป้าหมายส่วนตัวและสาขาที่เรียน:

เลือกเพิร์ธถ้า:

  • ต้องการเรียน IT หรือวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่
  • ต้องการเดินทางกลับไทยบ่อยครั้ง (มีเที่ยวบินตรง)
  • ชอบเมืองใหญ่ที่มีชีวิตชีวามากกว่า มีแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงหลากหลาย
  • ต้องการชุมชนไทยและมุสลิมที่ใหญ่กว่า

เลือกอเดเลดถ้า:

  • ต้องการเรียนการจัดการโรงแรมหรือการท่องเที่ยว
  • ต้องการค่าครองชีพที่ถูกกว่า 10–15%
  • ชอบเมืองขนาดกลางที่เงียบสงบและปลอดภัยกว่า
  • ต้องการเรียนที่ University of Adelaide ซึ่งกำลังจะควบรวมเป็น Adelaide University แห่งใหม่

ทั้งสองเมืองมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน นักศึกษาไทยควรพิจารณาปัจจัยด้านค่าใช้จ่าย โอกาสการทำงาน วัฒนธรรม และการเดินทางประกอบการตัดสินใจ การเลือกเมืองที่เหมาะสมจะช่วยให้ประสบการณ์เรียนต่อในออสเตรเลียประสบความสำเร็จและคุ้มค่าที่สุด

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

FAQ

Q1: ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาไทยที่เพิร์ธและอเดเลดต่างกันเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี (ค่าเล่าเรียน + ค่าครองชีพ) สำหรับนักศึกษาไทยที่เพิร์ธอยู่ที่ประมาณ 63,000–75,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (1.5–1.8 ล้านบาท) ส่วนอเดเลดอยู่ที่ 58,000–69,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (1.4–1.65 ล้านบาท) อเดเลดถูกกว่าประมาณ 5,000–6,000 ดอลลาร์ต่อปี ข้อมูลจาก Universities Australia 2026

Q2: ทุน OCSC Royal Scholarship ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เพิร์ธหรืออเดเลดหรือไม่?

ทุน OCSC Royal Scholarship ครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าครองชีพตามอัตราที่กำหนด (ประมาณ 30,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีในปี 2026) ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับปีละ 1 ครั้ง และค่าประกันสุขภาพ OSHC นักศึกษาที่ได้รับทุนสามารถเลือกเรียนที่เพิร์ธหรืออเดเลดได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจาก OCSC ก่อน ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (OCSC) 2026

Q3: การสอบ GAT/PAT และ IGCSE ใช้สมัครเรียนที่เพิร์ธและอเดเลดได้หรือไม่?

ได้ มหาวิทยาลัยในเพิร์ธและอเดเลดยอมรับคะแนน GAT/PAT สำหรับการสมัครเข้าเรียน โดยเฉพาะในหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน นักศึกษาควรมีคะแนน GAT ไม่ต่ำกว่า 60% และ PAT ไม่ต่ำกว่า 50% สำหรับสาขา IT หรือวิศวกรรม ส่วน IGCSE ต้องมีคะแนน A–C ในวิชาหลัก 5 วิชา รวมภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ ข้อมูลจาก University of Western Australia และ University of Adelaide 2026

参考资料

  • QS World University Rankings, 2026, QS Best Student Cities 2026
  • Department of Home Affairs (Australia), 2026, Student Visa and Graduate Visa Statistics
  • Universities Australia, 2026, International Student Cost of Living Report
  • สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (OCSC), 2026, ระเบียบและหลักเกณฑ์ทุนรัฐบาล
  • Tourism Australia, 2026, Regional Australia Study and Work Opportunities