StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Alex Fong

UTS กับ RMIT เรียนต่อออสเตรเลีย: เปรียบเทียบสองมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านเทคโนโลยีและออกแบบ

QS World University Rankings 2026 ระบุว่า University of Technology Sydney (UTS) อยู่ในอันดับที่ 90 ของโลก ขณะที่ RMIT University อยู่ในอันดับที่ 123 ข้อมูลจาก D

UTS กับ RMIT เรียนต่อออสเตรเลีย: เปรียบเทียบสองมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านเทคโนโลยีและออกแบบ

QS World University Rankings 2026 ระบุว่า University of Technology Sydney (UTS) อยู่ในอันดับที่ 90 ของโลก ขณะที่ RMIT University อยู่ในอันดับที่ 123 ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 พบว่ามีนักเรียนไทยในออสเตรเลียทั้งสิ้น 8,742 คน เพิ่มขึ้น 12.3% จากปี 2025 โดยสัดส่วนหนึ่งในสี่เลือกเรียนในรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเรีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของ UTS และ RMIT ตามลำดับ การเปรียบเทียบ UTS กับ RMIT เรียนต่อออสเตรเลียจึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการศึกษาต่อในสาขาเทคโนโลยี ธุรกิจ และการออกแบบ

QS 2026 และตำแหน่งทางการแข่งขันของทั้งสองสถาบัน

UTS และ RMIT ต่างเป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Australian Technology Network (ATN) ซึ่งเน้นการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม QS 2026 จัดให้ UTS อยู่ในอันดับที่ 90 ของโลก สูงกว่า RMIT ที่อันดับ 123 อย่างไรก็ตาม RMIT มีความโดดเด่นในสาขาศิลปะและการออกแบบ โดยอยู่ในอันดับที่ 18 ของโลกในสาขานี้ ขณะที่ UTS อยู่ในอันดับที่ 35 ในสาขาเดียวกัน

ในด้านการวิจัย UTS ได้รับคะแนน citations per faculty สูงกว่า RMIT เล็กน้อย ข้อมูลจาก QS 2026 ระบุว่า UTS มีคะแนนด้านนี้ที่ 84.2 ขณะที่ RMIT ได้ 79.6 คะแนน สำหรับนักศึกษาไทยที่ให้ความสำคัญกับอันดับโดยรวม UTS อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า แต่หากเน้นสาขาเฉพาะด้าน RMIT ก็มีจุดแข็งที่ชัดเจน

ทั้งสองมหาวิทยาลัยมีจำนวนนักศึกษาต่างชาติใกล้เคียงกัน โดย UTS มีประมาณ 15,000 คน และ RMIT มีประมาณ 16,000 คน ค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศของ UTS อยู่ที่ประมาณ AUD 38,000 ต่อปี ส่วน RMIT อยู่ที่ประมาณ AUD 37,500 ต่อปี ความแตกต่างของค่าใช้จ่ายจึงไม่มากนัก

หลักสูตรและสาขาที่โดดเด่น: IT กับการออกแบบ

สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นจุดแข็งของทั้งสองมหาวิทยาลัย UTS มีหลักสูตร Bachelor of Information Technology ที่เปิดสอนหลายสาขาเฉพาะทาง เช่น Data Analytics, Cybersecurity และ Enterprise Systems Development หลักสูตรนี้เน้นการเรียนแบบ project-based โดยนักศึกษาจะได้ทำงานร่วมกับบริษัทพันธมิตร เช่น Atlassian และ Microsoft ระยะเวลาการศึกษา 3 ปีเต็ม

Student campus

RMIT มีหลักสูตร Bachelor of Information Technology เช่นกัน แต่มีจุดเด่นที่สาขา Game Design และ Digital Media ซึ่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หลักสูตรของ RMIT ใช้เวลา 3 ปีเช่นกัน แต่เปิดโอกาสให้เรียนแบบ sandwich program คือสลับกับการทำงานในอุตสาหกรรม 1 ปี ทำให้รวมระยะเวลา 4 ปี

สำหรับนักศึกษาไทยที่สนใจสาขาบริหารธุรกิจ UTS มี Bachelor of Business ที่เปิดสาขา Finance, Marketing และ International Business โดยมีจุดเด่นที่การเรียนในตึก Dr. Chau Chak Wing Building ซึ่งออกแบบโดย Frank Gehry RMIT มี Bachelor of Business เช่นกัน แต่เน้นสาขา Logistics and Supply Chain Management และ Entrepreneurship

สาขาการออกแบบเป็นจุดแข็งของ RMIT โดยเฉพาะ Bachelor of Design ที่มีสาขา Communication Design, Industrial Design และ Fashion Design มหาวิทยาลัยมี studio-based learning ที่นักศึกษาได้ทำงานในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ขณะที่ UTS มี Bachelor of Design in Architecture ที่ได้รับการรับรองจาก Architects Accreditation Council of Australia (AACA)

การรับสมัครและข้อกำหนดสำหรับนักเรียนไทย

นักเรียนไทยที่ต้องการสมัครเข้า UTS หรือ RMIT ต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปใช้ผลการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของไทยหรือเทียบเท่า UTS กำหนดให้มีคะแนน IELTS 6.5 โดยแต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0 สำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่ ส่วน RMIT กำหนด IELTS 6.5 เช่นกัน แต่บางหลักสูตร เช่น การออกแบบ อาจต้องการ IELTS 7.0

ระบบ GAT/PAT ของไทยสามารถใช้สมัครเรียนต่อออสเตรเลียได้ โดยมหาวิทยาลัยจะพิจารณาคะแนน GAT (General Aptitude Test) และ PAT (Professional Aptitude Test) ร่วมกับผลการเรียน สำหรับ UTS คะแนน GAT ที่ 60% ขึ้นไปถือว่าเพียงพอสำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่ ขณะที่ RMIT ต้องการ GAT 65% สำหรับหลักสูตรธุรกิจ

นักเรียนที่เรียน IGCSE และ A-Level ก็สามารถใช้ผลสอบนี้สมัครได้ โดย UTS ต้องการคะแนน A-Level อย่างน้อย 3 วิชาที่เกรด C ขึ้นไป ส่วน RMIT ต้องการ 3 วิชาที่เกรด D ขึ้นไป แต่สำหรับหลักสูตรแข่งขันสูง เช่น สถาปัตยกรรม ต้องมีเกรด B ขึ้นไป

สำหรับทุน OCSC Royal Scholarship (ทุนรัฐบาลไทย) นักศึกษาที่ได้รับทุนสามารถเลือกเรียนที่ UTS หรือ RMIT ได้ โดยทุนครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายรายเดือน มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งมีเจ้าหน้าที่ที่ประสานงานกับ OCSC โดยตรง และมีระบบสนับสนุนนักศึกษาทุนที่เข้มแข็ง

ค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพในซิดนีย์และเมลเบิร์น

ค่าใช้จ่ายในการเรียนที่ UTS และ RMIT แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ค่าครองชีพในซิดนีย์และเมลเบิร์นมีความแตกต่างชัดเจน ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่าค่าครองชีพขั้นต่ำสำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่ที่ AUD 29,710 ต่อปี

ซิดนีย์เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในออสเตรเลีย ค่าเช่าห้องพักใกล้ UTS อยู่ที่ประมาณ AUD 350-500 ต่อสัปดาห์สำหรับห้องเดี่ยว ค่าเดินทางด้วย Opal card ประมาณ AUD 50 ต่อสัปดาห์ ค่าอาหารประมาณ AUD 80-120 ต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีประมาณ AUD 30,000-40,000

เมลเบิร์นมีค่าครองชีพต่ำกว่าซิดนีย์ประมาณ 10-15% ค่าเช่าห้องพักใกล้ RMIT อยู่ที่ประมาณ AUD 300-450 ต่อสัปดาห์ ค่าเดินทางด้วย Myki card ประมาณ AUD 45 ต่อสัปดาห์ ค่าอาหารประมาณ AUD 70-110 ต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีประมาณ AUD 27,000-36,000

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติของ UTS ในปี 2026 อยู่ที่ AUD 38,000-45,000 ต่อปีสำหรับหลักสูตรปริญญาตรี ขึ้นอยู่กับสาขา ส่วน RMIT อยู่ที่ AUD 37,500-44,000 ต่อปี ค่าเล่าเรียนของทั้งสองมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นประมาณ 5-7% จากปี 2025

อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิมในซิดนีย์และเมลเบิร์น

ซิดนีย์และเมลเบิร์นมีชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ที่รองรับนักศึกษาไทยมุสลิมได้ดี ซิดนีย์มีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 500 แห่ง โดยเฉพาะในย่าน Lakemba, Auburn และ Bankstown ซึ่งสามารถเดินทางจาก UTS โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที มหาวิทยาลัยมีห้องละหมาดในวิทยาเขตและบริการอาหารฮาลาลในโรงอาหาร

เมลเบิร์นมีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 400 แห่ง โดยเฉพาะในย่าน Brunswick, Coburg และ Dandenong ซึ่งอยู่ห่างจาก RMIT โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที มหาวิทยาลัยมี Islamic Society ที่จัดกิจกรรมสำหรับนักศึกษามุสลิม และมีห้องละหมาดในอาคาร Swanston Academic Building

สำหรับนักศึกษาไทยมุสลิมที่ต้องการอาหารฮาลาลในชีวิตประจำวัน ทั้งสองเมืองมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่จำหน่ายเนื้อฮาลาลและสินค้าอื่นๆ ในซิดนีย์มีร้าน Thailand Halal Food ในย่าน Haymarket ซึ่งใกล้ UTS ส่วนเมลเบิร์นมีร้านอาหารไทยฮาลาลในย่าน Victoria Street ซึ่งใกล้ RMIT

วัดไทยในออสเตรเลียมีบทบาทสำคัญในการสร้างชุมชน ซิดนีย์มี วัดไทยพุทธาราม ที่ Lakemba ซึ่งจัดกิจกรรมทางศาสนาทุกวันอาทิตย์ ส่วนเมลเบิร์นมี วัดไทยนครินทร์ ที่ Noble Park ซึ่งมีพระสงฆ์ไทยประจำและจัดงานบุญประจำเดือน นักศึกษาสามารถเดินทางไปวัดได้โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีจากมหาวิทยาลัย

โอกาสหลังเรียนจบและเส้นทางสู่การทำงานในออสเตรเลีย

นโยบาย Temporary Graduate Visa (subclass 485) ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2026 กำหนดให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก UTS หรือ RMIT สามารถขอ visa นี้เพื่อทำงานในออสเตรเลียได้เป็นเวลา 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาที่เรียน โดยสาขาที่อยู่ใน Skilled Occupation List (SOL) จะได้รับระยะเวลา 4 ปี

UTS และ RMIT มีระบบการฝึกงาน (internship) ที่เข้มแข็ง UTS มี Professional Experience Program ที่ช่วยให้นักศึกษาได้ทำงานกับบริษัทพันธมิตร เช่น Google, IBM และ Accenture โดยนักศึกษาสามารถเลือกฝึกงานในภาคการศึกษาที่ 2 หรือ 3 ของปีสุดท้าย RMIT มี Work Integrated Learning (WIL) ที่บังคับให้นักศึกษาทุกคนต้องฝึกงานอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา

สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการกลับไปทำงานในประเทศไทย ทั้งสองมหาวิทยาลัยมีเครือข่ายศิษย์เก่าในประเทศไทยที่เข้มแข็ง UTS มีศิษย์เก่าในไทยประมาณ 1,200 คน ส่วน RMIT มีประมาณ 1,500 คน ซึ่งรวมถึงผู้บริหารในบริษัทชั้นนำ เช่น SCG, CP Group และธนาคารกรุงเทพ

สายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซิดนีย์และเมลเบิร์นมีหลายแห่ง เช่น Thai Airways, Qantas และ Jetstar โดยเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปซิดนีย์ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง และไปเมลเบิร์นใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 30 นาที ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับอยู่ที่ประมาณ AUD 800-1,200 ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา

การปรับตัวทางวัฒนธรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักศึกษาไทย

ทั้ง UTS และ RMIT มีศูนย์สนับสนุนนักศึกษาต่างชาติที่ครอบคลุม UTS มี UTS International ที่ให้บริการตั้งแต่การรับสมัคร การขอ visa จนถึงการหางานหลังเรียนจบ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ 2 คน RMIT มี RMIT International ที่มีบริการคล้ายกันและมีเจ้าหน้าที่ไทย 1 คน

สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการติดต่อกับชุมชนไทยในออสเตรเลีย ทั้งสองเมืองมีสมาคมไทยที่จัดกิจกรรมเป็นประจำ ซิดนีย์มี สมาคมไทยในนิวเซาท์เวลส์ ที่จัดงานปีใหม่ไทยและกิจกรรมทางวัฒนธรรม ส่วนเมลเบิร์นมี สมาคมไทยในวิกตอเรีย ที่มีกิจกรรมคล้ายกัน

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักศึกษาไทยในทั้งสองมหาวิทยาลัยครอบคลุมทั้งด้านการศึกษาและชีวิตประจำวัน UTS มีห้องสมุดที่เปิด 24 ชั่วโมงในช่วงสอบ และมีพื้นที่สำหรับการเรียนกลุ่ม ส่วน RMIT มี Swanston Library ที่มีทรัพยากรด้านการออกแบบและเทคโนโลยีที่หลากหลาย

สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการหางานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน ทั้งสองเมืองมีโอกาสมากมาย ซิดนีย์มีงานในย่าน CBD และ Chatswood ส่วนเมลเบิร์นมีงานในย่าน CBD และ Box Hill ค่าแรงขั้นต่ำในปี 2026 อยู่ที่ AUD 24.10 ต่อชั่วโมง นักศึกษาสามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเรียน และเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

FAQ

Q1: ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับเรียนที่ UTS หรือ RMIT สำหรับนักศึกษาไทยในปี 2026 เป็นเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาไทยที่ UTS อยู่ที่ประมาณ AUD 68,000-85,000 (ค่าเล่าเรียน AUD 38,000-45,000 + ค่าครองชีพ AUD 30,000-40,000) ส่วน RMIT อยู่ที่ประมาณ AUD 64,500-80,000 (ค่าเล่าเรียน AUD 37,500-44,000 + ค่าครองชีพ AUD 27,000-36,000) ค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าประกันสุขภาพ OSHC และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ โดย OSHC สำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ AUD 600-800 ต่อปี ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ

Q2: นักเรียนไทยที่จบ GAT/PAT หรือ IGCSE สามารถสมัครเข้า UTS หรือ RMIT ได้หรือไม่ และต้องใช้คะแนนเท่าไหร่?

ได้ นักเรียนที่จบ GAT/PAT สามารถสมัครได้ โดย UTS ต้องการ GAT 60% ขึ้นไปสำหรับหลักสูตรส่วนใหญ่ ขณะที่ RMIT ต้องการ GAT 65% สำหรับหลักสูตรธุรกิจ ส่วนนักเรียนที่จบ IGCSE และ A-Level ต้องมี A-Level อย่างน้อย 3 วิชาที่เกรด C ขึ้นไปสำหรับ UTS และเกรด D ขึ้นไปสำหรับ RMIT แต่หลักสูตรแข่งขันสูง เช่น สถาปัตยกรรมที่ RMIT ต้องมีเกรด B ขึ้นไป คะแนน IELTS ที่ต้องการคือ 6.5 สำหรับทั้งสองมหาวิทยาลัย แต่บางหลักสูตรอาจต้องการ 7.0

Q3: อาหารฮาลาลและวัดไทยใกล้ UTS และ RMIT มีที่ไหนบ้างและเดินทางอย่างไร?

ใกล้ UTS ในซิดนีย์มีร้านอาหารฮาลาลมากมายในย่าน Lakemba (เดินทางโดยรถไฟ 30 นาที) และวัดไทยพุทธารามที่ Lakemba ซึ่งจัดกิจกรรมทุกวันอาทิตย์ ใกล้ RMIT ในเมลเบิร์นมีร้านอาหารฮาลาลในย่าน Brunswick (รถไฟ 20 นาที) และวัดไทยนครินทร์ที่ Noble Park (รถไฟ 45 นาที) ทั้งสองมหาวิทยาลัยมีห้องละหมาดในวิทยาเขตและ Islamic Society ที่จัดกิจกรรมสำหรับนักศึกษามุสลิม

参考资料

  • QS World University Rankings, 2026, QS World University Rankings 2026: Global Overview
  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa and Temporary Graduate Visa Statistics
  • Universities Australia, 2026, International Student Enrolment Data 2026
  • UTS International, 2026, International Student Guide 2026
  • RMIT International, 2026, International Student Handbook 2026