StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Tessa Shaw

วิธีประหยัดค่าครองชีพออสเตรเลีย 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักศึกษาไทย

ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับนักศึกษาไทยในออสเตรเลีย ปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 42,000–65,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ตามข้อมูลจาก Department of Home Affairs และ Universities A

วิธีประหยัดค่าครองชีพออสเตรเลีย 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักศึกษาไทย

ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับนักศึกษาไทยในออสเตรเลีย ปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 42,000–65,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ตามข้อมูลจาก Department of Home Affairs และ Universities Australia ซึ่งรวมค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 8–12% จากปี 2024 เนื่องด้วยอัตราเงินเฟ้อและค่าเช่าที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม มีกลยุทธ์เชิงปฏิบัติที่สามารถลดภาระนี้ได้ถึง 30–40% โดยไม่ต้องลดคุณภาพชีวิต บทความนี้วิเคราะห์ 7 วิธีประหยัดค่าครองชีพออสเตรเลีย 2026 ที่นักศึกษาไทยควรรู้ ตั้งแต่การเลือกที่พัก การใช้สิทธิ์ส่วนลด การทำงานระหว่างเรียน ไปจนถึงการวางแผนการเงินล่วงหน้า

ทำความเข้าใจโครงสร้างค่าใช้จ่ายปี 2026

ค่าใช้จ่ายหลักของนักศึกษาไทยในออสเตรเลียแบ่งเป็น 3 ส่วน: ค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าครองชีพอื่น ๆ ค่าเล่าเรียนสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Group of Eight (Go8) อยู่ระหว่าง 35,000–52,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา สาขา IT และวิศวกรรมมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสาขามนุษยศาสตร์ 10–15%

ค่าที่พักเป็นส่วนที่ปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดในปี 2026 ค่าเช่าห้องในหอพักมหาวิทยาลัยในซิดนีย์และเมลเบิร์นอยู่ที่ 350–600 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2024 เมืองราคาถูกกว่าเช่นแอดิเลด เพิร์ธ และโกลด์โคสต์ มีค่าเช่าเฉลี่ย 250–400 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์

ค่าครองชีพอื่น ๆ รวมถึงอาหาร ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ และค่ารักษาพยาบาล (OSHC) อยู่ที่ประมาณ 400–600 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ นักศึกษาไทยที่เลือกศึกษาต่อในเมืองหลัก เช่น ซิดนีย์หรือเมลเบิร์น จะต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 25–30%

ข้อมูลจาก Universities Australia ปี 2026 ระบุว่า นักศึกษาต่างชาติโดยเฉลี่ยใช้จ่ายค่าครองชีพประมาณ 29,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ซึ่งรวมค่าที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัว การวางแผนล่วงหน้าสามารถลดตัวเลขนี้ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

การเลือกที่พักและเมืองที่เหมาะสม

การเลือกเมือง เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าครองชีพมากที่สุด ซิดนีย์และเมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีค่าเช่าสูงที่สุดในประเทศ แต่นักศึกษาไทยมีทางเลือกอื่นที่ประหยัดกว่า เช่น บริสเบน โกลด์โคสต์ แอดิเลด เพิร์ธ และโฮบาร์ต เมืองเหล่านี้มีค่าเช่าต่ำกว่า 30–40% และยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี

Student campus

การเลือกที่พักแบบ แชร์อพาร์ทเมนต์ (shared accommodation) เป็นวิธีประหยัดที่ได้ผลมากที่สุด ค่าเช่าห้องส่วนตัวในแฟลตหรือบ้านที่แชร์กับผู้อื่นในซิดนีย์อยู่ที่ 250–350 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ เทียบกับหอพักมหาวิทยาลัยที่ 450–600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย การแชร์ที่พักยังช่วยลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

หอพักมหาวิทยาลัย (on-campus accommodation) แม้มีราคาแพงกว่า แต่มีข้อดีคือไม่ต้องเสียค่าเดินทางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นักศึกษาที่ได้รับทุน OCSC Royal Scholarship หรือทุนอื่น ๆ มักมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดค่าหอพักหรือที่พักราคาพิเศษ

การหาที่พักผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือกลุ่ม Facebook สำหรับนักศึกษาไทยในออสเตรเลียเป็นวิธีที่ปลอดภัยและประหยัด หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินมัดจำก่อนดูห้องจริง ควรตรวจสอบสัญญาเช่าและกฎหมายคุ้มครองผู้เช่าในแต่ละรัฐอย่างละเอียด

สำหรับนักศึกษาที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว การเลือกที่พักในย่านชานเมือง (suburbs) ที่มีค่าเช่าต่ำกว่าใจกลางเมือง 20–30% และมีระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อถึงมหาวิทยาลัยเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า

การทำงานระหว่างเรียนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี

นักศึกษาไทยที่ถือวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ ในช่วงเปิดภาคเรียน และเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน ตามกฎหมายที่ปรับปรุงในปี 2026 รายได้จากการทำงานสามารถช่วยลดค่าครองชีพได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะงานในร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้าปลีก และงานบริการลูกค้า

ค่าแรงขั้นต่ำในออสเตรเลียปี 2026 อยู่ที่ 24.10 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง สำหรับนักศึกษาที่ทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะมีรายได้ประมาณ 1,928 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ซึ่งเพียงพอต่อค่าที่พักและค่าอาหารในเมืองราคาปานกลาง

นักศึกษาไทยที่มีทักษะด้าน IT หรือการจัดการโรงแรม (hotel management) สามารถหางานพาร์ทไทม์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาได้ ซึ่งให้ค่าตอบแทนสูงกว่าและเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์ต่ออาชีพในอนาคต งานในอุตสาหกรรมการบริการในซิดนีย์และเมลเบิร์นมีอัตราค่าจ้างสูงถึง 30–35 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง

สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญคือ Tax File Number (TFN) และการขอคืนภาษีประจำปี นักศึกษาสามารถหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่น ค่าเดินทาง ค่าเครื่องแบบ และค่าอุปกรณ์การทำงาน นอกจากนี้ยังมี Tax-Free Threshold ที่รายได้ไม่เกิน 18,200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีไม่ต้องเสียภาษี

นักศึกษาไทยควรเปิดบัญชีธนาคารในออสเตรเลียเพื่อรับเงินเดือนและจัดการค่าใช้จ่าย ธนาคารหลักเช่น Commonwealth Bank, ANZ, และ NAB มีบริการสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ รวมถึงการโอนเงินระหว่างประเทศในอัตราที่ถูกกว่า

การใช้สิทธิ์ส่วนลดและโปรแกรมช่วยเหลือนักศึกษา

รัฐบาลออสเตรเลียและมหาวิทยาลัยมีโปรแกรมช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติหลายรูปแบบที่นักศึกษาไทยควรใช้ประโยชน์ Concession Card หรือบัตรส่วนลดสำหรับนักศึกษาช่วยลดค่าเดินทาง ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว และค่าบริการต่าง ๆ ได้ถึง 50% ในทุกรัฐ ยกเว้นนิวเซาท์เวลส์ที่นักศึกษาต่างชาติอาจไม่มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดค่าเดินทางเต็มจำนวน

ส่วนลดค่าเดินทางในรัฐวิกตอเรีย (เมลเบิร์น) สำหรับนักศึกษาต่างชาติคิดเป็น 50% ของค่าโดยสารปกติ ในรัฐควีนส์แลนด์ (บริสเบน โกลด์โคสต์) มีส่วนลด 50% เช่นกัน ส่วนรัฐเซาท์ออสเตรเลีย (แอดิเลด) มีส่วนลด 40% การใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการขับรถส่วนตัวสามารถประหยัดค่าที่จอดรถและค่าน้ำมันได้มาก

มหาวิทยาลัยหลายแห่งมี Food Pantry หรือธนาคารอาหารสำหรับนักศึกษาที่มีรายได้น้อย นักศึกษาสามารถรับอาหารแห้ง ผักสด และสิ่งของจำเป็นฟรีหรือราคาถูก นอกจากนี้ยังมีโครงการแลกเปลี่ยนหนังสือและอุปกรณ์การเรียนระหว่างนักศึกษา

ส่วนลดค่าอาหารฮาลาลสำหรับนักศึกษาไทยมุสลิมสามารถหาได้จากร้านอาหารในย่าน Lakemba (ซิดนีย์) และ Brunswick (เมลเบิร์น) ซึ่งมีร้านอาหารฮาลาลราคาถูกมากมาย วัดไทยในออสเตรเลีย เช่น วัดพุทธไทยวชิรธรรม (Wat Pa Buddharangsi) ในซิดนีย์ หรือ Wat Thai Melbourne ในเมลเบิร์น มักมีกิจกรรมแจกอาหารฟรีในวันสำคัญทางศาสนา

นักศึกษาไทยที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เที่ยวบินตรง Bangkok-Sydney ของสายการบินไทยและ Qantas ซึ่งมีราคาตั๋วไปกลับในช่วงโปรโมชั่นประมาณ 15,000–20,000 บาท การจองล่วงหน้า 2–3 เดือนจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มาก

การจัดการอาหารและค่าใช้จ่ายประจำวัน

ค่าอาหาร เป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถควบคุมได้ง่ายที่สุด การทำอาหารกินเองที่บ้านแทนการซื้ออาหารนอกบ้านสามารถประหยัดได้ถึง 60–70% ค่าอาหารต่อสัปดาห์สำหรับนักศึกษาที่ทำอาหารเองอยู่ที่ประมาณ 80–120 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เทียบกับการกินนอกบ้านที่ 200–350 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

ซูเปอร์มาร์เก็ตหลักในออสเตรเลีย ได้แก่ Coles, Woolworths, และ ALDI ALDI เป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุด โดยมีราคาต่ำกว่า Coles และ Woolworths ประมาณ 15–20% การซื้อสินค้าช่วงลดราคา (markdown) ในช่วงเย็นจะช่วยประหยัดค่าอาหารสดและเนื้อสัตว์ได้มาก

นักศึกษาไทยสามารถหาซื้อวัตถุดิบทำอาหารไทยได้จากร้านขายของเอเชียในย่าน Haymarket (ซิดนีย์) หรือ Victoria Market (เมลเบิร์น) ซึ่งมีข้าวหอมมะลิ น้ำปลา พริกสด และเครื่องปรุงไทยในราคาที่ถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปถึง 30–40%

การวางแผนเมนูล่วงหน้า 1 สัปดาห์และการทำอาหารมื้อใหญ่แล้วแช่แข็งไว้กินหลายวันเป็นวิธีประหยัดเวลาที่ได้ผล การซื้อของเป็นกลุ่มกับเพื่อนร่วมห้อง (bulk buying) โดยเฉพาะข้าวสาร น้ำมันพืช และเครื่องปรุง ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้มาก

สำหรับนักศึกษาที่ต้องกินอาหารฮาลาล การเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากร้านขายเนื้อฮาลาลโดยเฉพาะในย่าน Auburn (ซิดนีย์) หรือ Preston (เมลเบิร์น) จะมีราคาถูกกว่าและมั่นใจได้ในมาตรฐาน การทำอาหารไทยฮาลาลเองที่บ้านเป็นทางเลือกที่ประหยัดและปลอดภัย

การใช้บริการสุขภาพและสวัสดิการของมหาวิทยาลัย

นักศึกษาไทยทุกคนต้องมี OSHC (Overseas Student Health Cover) ซึ่งเป็นประกันสุขภาพภาคบังคับ ค่าใช้จ่าย OSHC ปี 2026 สำหรับนักศึกษาเดี่ยวอยู่ที่ประมาณ 600–800 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ การเลือกแผนประกันที่ครอบคลุมการตรวจสุขภาพทั่วไปและการรักษาพยาบาลเบื้องต้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝัน

มหาวิทยาลัยทุกแห่งมีบริการคลินิกสุขภาพฟรีสำหรับนักศึกษา รวมถึงการตรวจสุขภาพทั่วไป การให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา และการฉีดวัคซีนราคาถูก บริการทันตกรรมบางแห่งมีส่วนลดสำหรับนักศึกษาต่างชาติ การใช้บริการเหล่านี้แทนการไปโรงพยาบาลเอกชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก

นักศึกษาไทยที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตสามารถใช้บริการ counselling service ฟรีของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีนักจิตวิทยาที่พูดภาษาไทยหรือมีล่ามให้บริการ การดูแลสุขภาพจิตช่วยลดความเครียดและป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายสูง

สำหรับนักศึกษาที่ต้องการตรวจสุขภาพหรือรับคำปรึกษาด้านสุขภาพทางเพศ คลินิกของมหาวิทยาลัยหรือองค์กรอย่าง Family Planning NSW ให้บริการในราคาถูกหรือฟรีสำหรับนักศึกษา

วัดไทยในออสเตรเลีย เช่น วัดพุทธไทยวชิรธรรมในซิดนีย์ หรือวัดไทยในเมลเบิร์น มักมีกิจกรรมนั่งสมาธิและให้คำปรึกษาทางจิตวิญญาณฟรี ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับนักศึกษาที่ต้องการความช่วยเหลือด้านจิตใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

การวางแผนการเงินระยะยาวและการใช้ทุนการศึกษา

ทุน OCSC Royal Scholarship เป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการศึกษาต่อในออสเตรเลียโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทุนนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าครองชีพ นักศึกษาที่ได้รับทุนควรวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบเพื่อให้เงินทุนเพียงพอตลอดระยะเวลาการศึกษา

นอกเหนือจากทุน OCSC ยังมีทุนจากมหาวิทยาลัยออสเตรเลียที่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติ เช่น ทุน Australia Awards Scholarship และทุนเฉพาะสาขาจากคณะต่าง ๆ นักศึกษาไทยที่มีผลการเรียนดีหรือมีคะแนน IELTS สูง (7.0 ขึ้นไป) มีโอกาสได้รับทุนส่วนลดค่าเล่าเรียน 10–50%

การเปิดบัญชีออมทรัพย์ที่มีดอกเบี้ยสูง (high-interest savings account) ช่วยให้เงินเก็บงอกเงยในอัตราดอกเบี้ย 4–5% ต่อปี การฝากเงินเดือนหรือรายได้ส่วนหนึ่งเข้าบัญชีนี้ทุกเดือนเป็นนิสัยที่ดี

นักศึกษาไทยควรศึกษาระบบ GAT/PAT และ IGCSE เพื่อเทียบโอนหน่วยกิตหรือสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย การวางแผนการเรียนล่วงหน้าตั้งแต่มัธยมปลายช่วยลดระยะเวลาเรียนและค่าใช้จ่ายโดยรวม

การเลือกสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานออสเตรเลีย เช่น IT, วิศวกรรม, การพยาบาล, และการจัดการโรงแรม ช่วยเพิ่มโอกาสในการหางานหลังเรียนจบและได้รับค่าตอบแทนสูง ซึ่งช่วยคืนทุนการศึกษาได้เร็วขึ้น

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

FAQ

Q1: นักศึกษาไทยสามารถทำงานได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในปี 2026?

นักศึกษาไทยที่ถือวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคเรียน และเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน ตามกฎหมายที่ปรับปรุงในปี 2026 ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 24.10 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง นักศึกษาที่ทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะมีรายได้ประมาณ 1,928 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ซึ่งเพียงพอต่อค่าที่พักและค่าอาหารในเมืองราคาปานกลาง

Q2: ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาไทยในออสเตรเลียปี 2026 เท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับนักศึกษาไทยในออสเตรเลียปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 42,000–65,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี แบ่งเป็นค่าเล่าเรียน 35,000–52,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าครองชีพ 29,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (รวมค่าที่พัก อาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัว) เมืองซิดนีย์และเมลเบิร์นมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองอื่น 25–30%

Q3: มีส่วนลดอะไรบ้างสำหรับนักศึกษาต่างชาติในออสเตรเลีย?

นักศึกษาต่างชาติมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดค่าเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะในหลายรัฐ เช่น รัฐวิกตอเรีย 50% รัฐควีนส์แลนด์ 50% และรัฐเซาท์ออสเตรเลีย 40% นอกจากนี้ยังมีส่วนลดค่าอาหารจาก Food Pantry ของมหาวิทยาลัย ส่วนลดค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียนจากโครงการแลกเปลี่ยน และส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินจากเที่ยวบินตรง Bangkok-Sydney ซึ่งมีราคาตั๋วไปกลับในช่วงโปรโมชั่นประมาณ 15,000–20,000 บาท

参考资料

  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa (Subclass 500) Work Conditions and Financial Requirements
  • Universities Australia, 2026, International Student Cost of Living Survey and Accommodation Report
  • Australian Taxation Office, 2026, Tax-Free Threshold and Student Income Guidelines
  • OCSC (Office of the Civil Service Commission), 2026, Royal Scholarship Program for Studying Abroad
  • Study Australia Official Portal, 2026, Living Costs and Budgeting Guide for International Students