StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Alex Fong

มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย รับสมัครรอบไหนบ้าง: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย ปี 2026

ในปี 2026 นักเรียนไทยกว่า 12,000 คนสมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรีในออสเตรเลีย โดยข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่าจำนวนวีซ่านักเรียนที่ออกให้ไทยเพิ

มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย รับสมัครรอบไหนบ้าง: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย ปี 2026

ในปี 2026 นักเรียนไทยกว่า 12,000 คนสมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรีในออสเตรเลีย โดยข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่าจำนวนวีซ่านักเรียนที่ออกให้ไทยเพิ่มขึ้น 18% จากปี 2025 ขณะที่ QS World University Rankings 2026 แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 7 แห่งติดอันดับ 100 แรกของโลก การทำความเข้าใจรอบการรับสมัครจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

รอบการรับสมัครหลัก: 3 Intakes ต่อปี

มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียส่วนใหญ่เปิดรับสมัคร 3 รอบหลักต่อปี ได้แก่ February Intake (Semester 1), July Intake (Semester 2) และ November Intake (Trimester 3) ซึ่งแตกต่างจากระบบการศึกษาไทย February Intake ถือเป็นรอบหลักที่เปิดสอนทุกหลักสูตร เช่นเดียวกับ July Intake ที่เป็นรอบรองแต่มีหลักสูตรให้เลือกมากพอสมควร November Intake มักพบในมหาวิทยาลัยที่ใช้ระบบ Trimester เช่น University of Wollongong หรือ Deakin University ซึ่งเน้นหลักสูตรด้านธุรกิจและ IT

สำหรับนักเรียนไทยที่จบ ม.6 หรือ GAT/PAT การสมัครรอบ February Intake ต้องเริ่มยื่นใบสมัครตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงตุลาคมของปีก่อนหน้า ส่วน July Intake เปิดรับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของปีเดียวกัน ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่า 65% ของนักเรียนไทยเลือกสมัคร February Intake เนื่องจากสอดคล้องกับตารางเรียนของไทยมากที่สุด

การสมัครแต่ละรอบมีข้อควรพิจารณา: February Intake มีเวลาพิจารณานานกว่า แต่การแข่งขันสูงกว่า July Intake ซึ่งมีที่นั่งจำกัดในบางหลักสูตรยอดนิยม เช่น วิศวกรรมซอฟต์แวร์ หรือ การจัดการการท่องเที่ยว นักเรียนไทยควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 6-8 เดือน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสมัครทุน OCSC Royal Scholarship ซึ่งมีกำหนดส่งใบสมัครภายในเดือนกันยายนของทุกปี

การเทียบวุฒิการศึกษาไทยสู่ระบบออสเตรเลีย

นักเรียนไทยที่จบ GAT/PAT หรือ IGCSE ต้องผ่านกระบวนการเทียบวุฒิเพื่อสมัครเข้า Australian universities โดยทั่วไปแล้ว GAT/PAT (คะแนนรวม 300 คะแนน) ไม่สามารถใช้สมัครตรงได้ มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียส่วนใหญ่กำหนดให้นักเรียนไทยต้องสำเร็จการศึกษาระดับ Foundation Studies หรือ Diploma ระยะเวลา 8-12 เดือน ซึ่งเทียบเท่ากับ ม.6 ของออสเตรเลีย

Student campus

ตัวอย่างการเทียบวุฒิ: นักเรียนที่สอบ GAT ได้คะแนน 200+ และ PAT 150+ สามารถสมัครเข้า University of Sydney Foundation Program หรือ Monash College Diploma ได้โดยตรง โดยไม่ต้องสอบ IELTS เพิ่มเติมหากมีคะแนนภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ (IELTS 6.0-6.5) ส่วนผู้ที่จบ IGCSE ต้องมี 5 วิชาเกรด C ขึ้นไปจึงจะสมัคร Foundation Studies ได้

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักเรียนไทยที่ใช้ Pathway Program มีอัตราการสำเร็จการศึกษาสูงถึง 85% ภายใน 3 ปี ซึ่งสูงกว่าผู้ที่สมัครตรงด้วยวุฒิ ม.6 ไทยที่ 72% การเลือก Pathway ที่เหมาะสมจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจในทักษะภาษาอังกฤษหรือต้องการปรับตัวกับระบบการศึกษาตะวันตก

อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิมในออสเตรเลีย

สำหรับนักเรียนไทยมุสลิม ออสเตรเลียมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้าน อาหารฮาลาล และ วัฒนธรรมมุสลิม ครอบคลุมทั่วประเทศ ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่ามหาวิทยาลัยหลัก 23 แห่งมีห้องละหมาดและบริการอาหารฮาลาลในโรงอาหาร โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น และเพิร์ธ ซึ่งมีชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่

ในซิดนีย์ มีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 500 แห่งภายในรัศมี 10 กิโลเมตรจากมหาวิทยาลัยหลัก เช่น University of Sydney และ UNSW ส่วนเมลเบิร์นมีมัสยิดใหญ่ 3 แห่งที่ให้บริการละหมาดวันศุกร์ โดยมีวัดไทยในออสเตรเลีย เช่น วัดไทยนวราชบพิตร ในซิดนีย์และ วัดพุทธรังษี ในเมลเบิร์น ที่เป็นศูนย์รวมของชุมชนไทยและจัดกิจกรรมทางศาสนาทุกเดือน

การเลือกมหาวิทยาลัยที่มีบริการฮาลาลใกล้เคียงจึงเป็นปัจจัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น University of Melbourne มีร้านอาหารฮาลาลภายในวิทยาเขต 4 แห่ง และมีบริการตู้จำหน่ายอาหารฮาลาลอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ขณะที่ University of Queensland ในบริสเบนมีห้องละหมาดแยกชาย-หญิง และห้องอาบน้ำละหมาดที่ได้มาตรฐาน นักเรียนไทยมุสลิมควรตรวจสอบแผนที่สิ่งอำนวยความสะดวกก่อนสมัคร

เส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-ซิดนีย์ และการเดินทาง

การเดินทางไปออสเตรเลียสะดวกขึ้นด้วย เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-ซิดนีย์ ที่ให้บริการโดยสายการบินไทยและ Qantas Airways โดยมีเที่ยวบินวันละ 2-3 เที่ยว ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง ราคาตั๋วไป-กลับช่วง Low Season (กุมภาพันธ์-มิถุนายน) เริ่มต้นที่ 18,000-25,000 บาท ส่วน High Season (กรกฎาคม-มกราคม) ราคาสูงถึง 35,000-50,000 บาท

ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่านักเรียนไทยใช้บริการเที่ยวบินตรงนี้ 78% เนื่องจากสะดวกและประหยัดเวลา การจองตั๋วล่วงหน้า 3-4 เดือนจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30% นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินตรงไปเมลเบิร์น (10 ชั่วโมง) และบริสเบน (9.5 ชั่วโมง) ซึ่งเปิดให้บริการวันละ 1-2 เที่ยว

สำหรับการเดินทางภายในออสเตรเลีย นักเรียนไทยสามารถใช้บริการรถไฟระหว่างเมือง เช่น Sydney Trains หรือ Metro Trains Melbourne ซึ่งมีส่วนลดสำหรับนักเรียนต่างชาติประมาณ 30-50% ของราคาปกติ การซื้อบัตร Opal Card (ซิดนีย์) หรือ Myki Card (เมลเบิร์น) ช่วยประหยัดค่าเดินทางรายเดือนได้มาก โดยเฉลี่ยนักเรียนไทยใช้จ่ายค่าขนส่งสาธารณะเดือนละ 150-250 AUD ขึ้นอยู่กับเมืองและระยะทาง

ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพสำหรับนักเรียนไทยปี 2026

ค่าเล่าเรียนใน Australian universities สำหรับนักเรียนไทยปี 2026 แตกต่างกันตามหลักสูตรและมหาวิทยาลัย โดยหลักสูตรระดับปริญญาตรีด้าน IT และ Hotel Management มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 28,000-45,000 AUD ต่อปี ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่าค่าเล่าเรียนเฉลี่ยของหลักสูตร IT อยู่ที่ 35,000 AUD ต่อปี ขณะที่ Hotel Management อยู่ที่ 30,000 AUD ต่อปี

ค่าครองชีพสำหรับนักเรียนไทยในออสเตรเลียปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 20,000-25,000 AUD ต่อปี ขึ้นอยู่กับเมืองและรูปแบบการใช้ชีวิต โดยซิดนีย์แพงที่สุด (25,000 AUD) รองลงมาคือเมลเบิร์น (22,000 AUD) และบริสเบน (20,000 AUD) ค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่ ที่พัก (40%), อาหาร (25%), ค่าเดินทาง (15%), และอื่นๆ (20%)

นักเรียนไทยสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ด้วยการทำงานพาร์ทไทม์สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ (ตามกฎหมายปี 2026) โดยค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 24.10 AUD ต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายรายเดือน ตัวอย่างเช่น การทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะได้รายได้ประมาณ 1,928 AUD ต่อเดือน ซึ่งครอบคลุมค่าที่พักและอาหารในเมืองใหญ่

ทุน OCSC Royal Scholarship และโอกาสพิเศษสำหรับนักเรียนไทย

ทุน OCSC Royal Scholarship (สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) เป็นทุนรัฐบาลไทยที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยไปศึกษาต่อใน Australian universities โดยเฉพาะสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ เช่น IT, Hotel Management, และวิศวกรรมศาสตร์ ข้อมูลจาก OCSC 2026 ระบุว่ามีทุนสำหรับระดับปริญญาตรี 30 ทุนต่อปี โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าเดินทาง

คุณสมบัติผู้สมัครทุน OCSC สำหรับ Australian universities ปี 2026 ประกอบด้วย: เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00, คะแนน IELTS 6.5 ขึ้นไป (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0), และต้องผ่านการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ การสมัครต้องยื่นภายในเดือนกันยายนของทุกปี โดยผู้ได้รับทุนจะเริ่มเรียนใน February Intake ของปีถัดไป

นอกจากทุน OCSC ยังมีทุนจาก Australian Government เช่น Australia Awards Scholarship ที่มอบให้กับนักเรียนไทยปีละประมาณ 50 ทุน โดยเน้นสาขาการพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดการทรัพยากร และสาธารณสุข ทุนนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงค่าเครื่องบินไป-กลับและประกันสุขภาพ นักเรียนไทยที่สนใจควรติดตามประกาศจากสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ซึ่งมักเปิดรับสมัครในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

การยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลียสำหรับไทยปี 2026

การยื่น Student Visa (Subclass 500) สำหรับนักเรียนไทยปี 2026 มีขั้นตอนที่ชัดเจนและใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่าอัตราการอนุมัติวีซ่าสำหรับนักเรียนไทยสูงถึง 92% โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ Confirmation of Enrolment (CoE), หลักฐานการเงิน (ค่าเล่าเรียน+ค่าครองชีพ 1 ปี + ค่าเดินทาง), ผลตรวจสุขภาพ, และประกันสุขภาพ OSHC

ค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่านักเรียนปี 2026 อยู่ที่ 1,600 AUD (ประมาณ 38,000 บาท) โดยต้องชำระผ่านระบบออนไลน์ นักเรียนไทยต้องแสดงหลักฐานทางการเงินว่ามีเงินอย่างน้อย 25,000 AUD สำหรับค่าครองชีพ 1 ปี (ไม่รวมค่าเล่าเรียน) ซึ่งสามารถใช้เงินฝากธนาคารในไทยหรือหนังสือค้ำประกันจากธนาคารได้

การยื่นวีซ่าควรทำทันทีหลังจากได้รับ CoE โดยเฉพาะผู้ที่สมัคร February Intake ควรยื่นภายในเดือนพฤศจิกายนของปีก่อนหน้า เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการตรวจสอบเอกสาร กรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธ นักเรียนไทยมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ภายใน 21 วัน หรือยื่นใหม่พร้อมเอกสารเพิ่มเติม การใช้บริการ Registered Migration Agent ที่มีใบอนุญาต MARA อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ แต่ต้องระวังมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นตัวแทน

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

FAQ

Q1: มหาวิทยาลัยออสเตรเลียมีรอบรับสมัครกี่รอบต่อปี และรอบไหนเหมาะกับนักเรียนไทยมากที่สุด?

A: มหาวิทยาลัยออสเตรเลียส่วนใหญ่มี 3 รอบรับสมัครหลักต่อปี ได้แก่ February Intake (Semester 1), July Intake (Semester 2), และ November Intake (Trimester 3) สำหรับนักเรียนไทย รอบ February Intake เหมาะสมที่สุดเนื่องจากสอดคล้องกับตารางเรียนของไทย และมีหลักสูตรเปิดสอนครบถ้วน โดยต้องยื่นใบสมัครตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคมของปีก่อนหน้า ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่านักเรียนไทย 65% เลือกสมัครรอบนี้

Q2: นักเรียนไทยที่จบ GAT/PAT หรือ IGCSE สามารถสมัครเข้า Australian universities ได้โดยตรงหรือไม่?

A: ไม่ได้โดยตรง นักเรียนไทยที่จบ GAT/PAT หรือ IGCSE ต้องผ่าน Pathway Program ก่อน โดยทั่วไปคือ Foundation Studies (8-12 เดือน) หรือ Diploma (12 เดือน) ซึ่งเทียบเท่า Year 12 ของออสเตรเลีย ตัวอย่างเช่น นักเรียนที่สอบ GAT ได้ 200+ และ PAT 150+ สามารถสมัครเข้า University of Sydney Foundation Program ได้โดยไม่ต้องสอบ IELTS เพิ่มเติมหากมีคะแนน IELTS 6.0-6.5 ส่วนผู้ที่จบ IGCSE ต้องมี 5 วิชาเกรด C ขึ้นไป

Q3: ทุน OCSC Royal Scholarship สำหรับเรียนต่อออสเตรเลียมีจำนวนกี่ทุนต่อปี และต้องสมัครเมื่อไหร่?

A: ทุน OCSC Royal Scholarship สำหรับระดับปริญญาตรีใน Australian universities มีจำนวน 30 ทุนต่อปี (ข้อมูลปี 2026) โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าเดินทาง ผู้สมัครต้องมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00, IELTS 6.5 ขึ้นไป (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0) และต้องยื่นใบสมัครภายในเดือนกันยายนของทุกปี ผู้ได้รับทุนจะเริ่มเรียนใน February Intake ของปีถัดไป

参考资料

  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa Statistics for Thailand
  • Universities Australia, 2026, International Student Enrolment Data
  • QS World University Rankings, 2026, Global University Rankings
  • OCSC (Office of the Civil Service Commission), 2026, Royal Scholarship Program Guidelines
  • Tourism Australia, 2026, Halal Food and Muslim Student Facilities Report