2026-05-21 · Marcus Whitlam
ซิดนีย์ vs เมลเบิร์น เมืองไหนดีสำหรับเรียน: คู่มือตัดสินใจเชิงลึกสำหรับนักศึกษาไทย ปี 2026
ในปี 2026 นักศึกษาไทยที่สมัครเรียนต่อออสเตรเลียผ่านระบบ GAT/PAT และ IGCSE มีจำนวนเพิ่มขึ้น 18% จากปี 2025 ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs ขณะที่ Univers
ในปี 2026 นักศึกษาไทยที่สมัครเรียนต่อออสเตรเลียผ่านระบบ GAT/PAT และ IGCSE มีจำนวนเพิ่มขึ้น 18% จากปี 2025 ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs ขณะที่ Universities Australia รายงานว่าค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาต่างชาติในซิดนีย์อยู่ที่ประมาณ 45,000-60,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และในเมลเบิร์นอยู่ที่ 40,000-55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความแตกต่างสำคัญที่นักศึกษาไทยต้องพิจารณา ก่อนตัดสินใจเลือกเมืองที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการศึกษาและการใช้ชีวิต
ภาพรวมการเปรียบเทียบ: ซิดนีย์ vs เมลเบิร์น สำหรับนักศึกษาไทย
การเลือกเมืองสำหรับเรียนต่อในออสเตรเลียไม่ได้มีคำตอบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลต่อประสบการณ์โดยรวม ซิดนีย์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และเป็นศูนย์กลางทางการเงินของประเทศ ขณะที่ เมลเบิร์น ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในออสเตรเลียหลายปีติดต่อกัน โดย Economist Intelligence Unit ปี 2025
สำหรับนักศึกษาไทย ปัจจัยเรื่อง ค่าใช้จ่าย และ โอกาสการทำงานหลังเรียน มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ซิดนีย์มีค่าครองชีพสูงกว่าเมลเบิร์นประมาณ 10-15% โดยเฉพาะค่าเช่าที่พัก ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 600-800 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ในขณะที่เมลเบิร์นอยู่ที่ 450-650 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ซิดนีย์มีตลาดงานที่ใหญ่กว่า โดยเฉพาะในสาย IT และการเงิน ซึ่งเป็นสาขาที่นักศึกษาไทยนิยมเรียน
เมลเบิร์นมีข้อได้เปรียบในด้าน วัฒนธรรมและความหลากหลาย โดยมีชุมชนไทยที่เข้มแข็ง และวัดไทยหลายแห่ง เช่น วัดป่าศรัทธาราม ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและสังคมสำหรับนักศึกษาไทยมุสลิมและพุทธ อาหารฮาลาลในเมลเบิร์นก็มีให้เลือกหลากหลายกว่า เนื่องจากมีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 200 แห่งในย่าน CBD และชานเมือง
เส้นทางการสมัครเรียน: GAT/PAT, IGCSE และ OCSC Royal Scholarship
นักศึกษาไทยที่ต้องการเรียนต่อออสเตรเลียมีช่องทางการสมัครหลัก 3 ช่องทางที่ควรทราบ การสมัครผ่านระบบ GAT/PAT เป็นเส้นทางที่ใช้สำหรับนักศึกษาที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในประเทศไทย โดยคะแนน GAT (General Aptitude Test) และ PAT (Professional Aptitude Test) สามารถใช้ยื่นสมัครตรงไปยังมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียได้ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น University of Sydney และ University of Melbourne มักกำหนดคะแนน IELTS หรือ TOEFL เพิ่มเติม โดยขั้นต่ำ IELTS 6.5 (ไม่มีส่วนใดต่ำกว่า 6.0)

สำหรับนักศึกษาที่มีพื้นฐาน IGCSE ซึ่งเป็นระบบการศึกษาของอังกฤษที่ใช้ในโรงเรียนนานาชาติในไทย การสมัครเรียนจะง่ายกว่า เนื่องจากมหาวิทยาลัยออสเตรเลียยอมรับผล IGCSE และ A-Level โดยตรง โดยเฉพาะในสาขา IT และวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีความต้องการสูง
ทุน OCSC Royal Scholarship เป็นอีกเส้นทางสำคัญที่นักศึกษาไทยควรพิจารณา ทุนนี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าครองชีพเต็มจำนวน โดยในปี 2026 มีจำนวนทุนเพิ่มขึ้นเป็น 50 ทุนต่อปี จากเดิม 40 ทุนในปี 2024 นักศึกษาที่ได้รับทุนนี้สามารถเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในซิดนีย์และเมลเบิร์น โดยสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ IT, วิศวกรรมศาสตร์ และการจัดการการท่องเที่ยว
ค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพ: ซิดนีย์ vs เมลเบิร์น
การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยสำคัญที่นักศึกษาไทยต้องพิจารณาอย่างละเอียด ซิดนีย์ มีค่าครองชีพสูงกว่าเมลเบิร์นในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะค่าเช่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าอาหาร ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs ปี 2026 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับนักศึกษาต่างชาติในซิดนีย์อยู่ที่ 2,500-3,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ในขณะที่เมลเบิร์นอยู่ที่ 2,000-3,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
ค่าเล่าเรียน แตกต่างกันตามสาขาและมหาวิทยาลัย โดยสาขา IT และวิศวกรรมศาสตร์ในซิดนีย์มีค่าเล่าเรียนเฉลี่ย 40,000-50,000 ดอลลาร์ต่อปี ขณะที่เมลเบิร์นอยู่ที่ 35,000-45,000 ดอลลาร์ต่อปี สำหรับสาขาการจัดการการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักศึกษาไทย ค่าเล่าเรียนในเมลเบิร์นเฉลี่ย 30,000-38,000 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งถูกกว่าซิดนีย์ประมาณ 10-15%
ค่าที่พัก ในซิดนีย์เป็นปัจจัยที่กดดันมากที่สุด โดยหอพักในมหาวิทยาลัยมีราคาเฉลี่ย 450-600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ขณะที่เมลเบิร์นอยู่ที่ 350-500 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ การเลือกที่พักในเขตชานเมืองที่ห่างจากมหาวิทยาลัย 20-30 นาที สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30% ในทั้งสองเมือง
โอกาสการทำงานหลังเรียน: IT, Hotel Management และสาขาอื่น
สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการทำงานในออสเตรเลียหลังเรียนจบ ซิดนีย์ มีข้อได้เปรียบในด้านตลาดงานที่ใหญ่กว่า โดยเฉพาะในสาย IT ซึ่งเป็นสาขาที่มีความต้องการสูงที่สุดในประเทศ ตามข้อมูลของ Universities Australia ปี 2026 อัตราการจ้างงานของบัณฑิต IT ในซิดนีย์ภายใน 6 เดือนหลังเรียนจบอยู่ที่ 92% สูงกว่าเมลเบิร์นที่ 88%
สาขาการจัดการการท่องเที่ยว และ การบริการ (hospitality) เป็นอีกสาขาที่นักศึกษาไทยนิยมเรียน และมีโอกาสงานที่ดีในทั้งสองเมือง เมลเบิร์นมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่แข็งแรง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี ในขณะที่ซิดนีย์มีนักท่องเที่ยวประมาณ 4 ล้านคนต่อปี อย่างไรก็ตาม เมลเบิร์นมีข้อได้เปรียบในด้านการแข่งขันที่น้อยกว่า เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนสาขานี้น้อยกว่า
เส้นทางสู่การย้ายถิ่น หลังเรียนจบเป็นปัจจัยที่นักศึกษาไทยหลายคนให้ความสำคัญ นักศึกษาที่เรียนจบในสาขาที่อยู่ในรายชื่อ紧缺职业 (Skilled Occupation List) เช่น IT, วิศวกรรมศาสตร์ และการพยาบาล สามารถสมัคร Temporary Graduate Visa (subclass 485) ซึ่งให้สิทธิทำงานในออสเตรเลียได้นาน 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา
วัฒนธรรมมุสลิมและอาหารฮาลาลในซิดนีย์และเมลเบิร์น
สำหรับนักศึกษาไทยมุสลิม การมีชุมชนมุสลิมที่เข้มแข็งและอาหารฮาลาลที่เข้าถึงง่ายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเมือง เมลเบิร์น มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในด้านนี้ โดยมีมัสยิดมากกว่า 50 แห่ง และร้านอาหารฮาลาลกว่า 200 แห่งในย่าน CBD และชานเมือง เช่น Preston, Fawkner และ Coburg ซึ่งเป็นย่านที่มีชุมชนมุสลิมหนาแน่น
ซิดนีย์ ก็มีชุมชนมุสลิมที่สำคัญ โดยเฉพาะในย่าน Lakemba, Auburn และ Bankstown ซึ่งมีร้านอาหารฮาลาลและมัสยิดจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จำนวนร้านอาหารฮาลาลในซิดนีย์น้อยกว่าเมลเบิร์นประมาณ 30% ตามข้อมูลของ清真协会 Australia ปี 2025
วัดไทยในออสเตรเลีย เป็นอีกปัจจัยที่นักศึกษาไทยให้ความสำคัญ เมลเบิร์นมีวัดไทยหลายแห่ง เช่น วัดป่าศรัทธาราม (Wat Phra Sritharam) ใน Springvale และ วัดไทยนครปฐม (Wat Thai Nakorn Pathom) ใน Keysborough ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและสังคมสำหรับนักศึกษาไทย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น วันสงกรานต์ และวันลอยกระทง ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
การเดินทาง: เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-ซิดนีย์ และการเดินทางภายในเมือง
เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซิดนีย์ เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับนักศึกษาไทยที่เลือกเรียนในซิดนีย์ ปัจจุบันมีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรง เช่น Thai Airways และ Qantas โดยใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง ซึ่งสั้นกว่าเที่ยวบินไปเมลเบิร์นที่ต้องต่อเครื่องหรือใช้เวลาบินตรงประมาณ 10 ชั่วโมง

การเดินทางภายในเมือง เป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา ซิดนีย์มีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม รวมถึงรถไฟ รถบัส และเรือข้ามฟาก ซึ่งสะดวกสำหรับการเดินทางไปมหาวิทยาลัยและสถานที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ค่าโดยสารในซิดนีย์สูงกว่าเมลเบิร์นประมาณ 15-20% โดยค่าโดยสารรายเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 150-200 ดอลลาร์
เมลเบิร์นมีระบบรถราง (tram) ที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง รวมถึงรถไฟและรถบัส ซึ่งมีค่าโดยสารที่ถูกกว่า โดยค่าโดยสารรายเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 120-160 ดอลลาร์ นอกจากนี้ นักศึกษาไทยที่เรียนในเมลเบิร์นยังสามารถใช้บริการรถรางฟรีในเขต CBD ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
การเลือกที่พัก ควรพิจารณาระยะทางจากมหาวิทยาลัยและสถานีขนส่งสาธารณะ โดยนักศึกษาไทยส่วนใหญ่เลือกพักในเขตชานเมืองที่ห่างจากมหาวิทยาลัย 20-30 นาที เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งซิดนีย์และเมลเบิร์นมีตัวเลือกที่พักในราคาที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาไทยในซิดนีย์และเมลเบิร์นแตกต่างกันเท่าไร?
ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาไทยในซิดนีย์อยู่ที่ประมาณ 45,000-60,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (รวมค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าครองชีพ) ขณะที่เมลเบิร์นอยู่ที่ 40,000-55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs ปี 2026 ความแตกต่างหลักอยู่ที่ค่าเช่าที่พัก ซึ่งในซิดนีย์แพงกว่าเมลเบิร์นประมาณ 15-20% โดยเฉพาะในย่าน CBD และใกล้มหาวิทยาลัยชั้นนำ
Q2: นักศึกษาไทยที่ได้รับทุน OCSC Royal Scholarship สามารถเลือกเรียนในซิดนีย์หรือเมลเบิร์นได้หรือไม่?
ได้ ทุน OCSC Royal Scholarship ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในซิดนีย์และเมลเบิร์น โดยในปี 2026 มีจำนวนทุนเพิ่มขึ้นเป็น 50 ทุนต่อปี จากเดิม 40 ทุนในปี 2024 สาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ IT, วิศวกรรมศาสตร์ และการจัดการการท่องเที่ยว นักศึกษาที่ได้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติงานในประเทศไทยตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยปกติคือ 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุน
Q3: อาหารฮาลาลและชุมชนมุสลิมในเมลเบิร์นดีกว่าซิดนีย์อย่างไร?
เมลเบิร์นมีข้อได้เปรียบในด้านอาหารฮาลาลและชุมชนมุสลิม โดยมีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 200 แห่งในย่าน CBD และชานเมือง เช่น Preston, Fawkner และ Coburg ขณะที่ซิดนีย์มีร้านอาหารฮาลาลประมาณ 150 แห่ง ตามข้อมูลของ清真协会 Australia ปี 2025 นอกจากนี้ เมลเบิร์นยังมีมัสยิดมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งมากกว่าซิดนีย์ที่มีประมาณ 40 แห่ง สำหรับนักศึกษาไทยมุสลิม เมลเบิร์นจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าในด้านการเข้าถึงอาหารฮาลาลและชุมชนทางศาสนา
参考资料
- Department of Home Affairs, 2026, Student Visa Statistics and Cost of Living Analysis
- Universities Australia, 2026, International Student Data Report and Employment Outcomes
- Economist Intelligence Unit, 2025, Global Liveability Index
- 清真协会 Australia, 2025, Halal Food and Mosque Directory
- OCSC (Office of the Civil Service Commission), 2026, Royal Scholarship Program Guidelines