StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Diana Chu

ซิดนีย์กับเมลเบิร์น ต่างกันยังไง การใช้ชีวิต: คู่มือเลือกเมืองเรียนต่อออสเตรเลียสำหรับนักเรียนไทย

ในปี 2026 นักเรียนไทยมากกว่า 12,000 คนกำลังศึกษาอยู่ในออสเตรเลีย โดยซิดนีย์และเมลเบิร์นเป็นสองเมืองที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากข้อมูลของ QS Best Student Cities 2

ซิดนีย์กับเมลเบิร์น ต่างกันยังไง การใช้ชีวิต: คู่มือเลือกเมืองเรียนต่อออสเตรเลียสำหรับนักเรียนไทย

ในปี 2026 นักเรียนไทยมากกว่า 12,000 คนกำลังศึกษาอยู่ในออสเตรเลีย โดยซิดนีย์และเมลเบิร์นเป็นสองเมืองที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากข้อมูลของ QS Best Student Cities 2026 ซิดนีย์ครองอันดับ 7 และเมลเบิร์นอันดับ 5 ของโลก ขณะที่ค่าครองชีพเฉลี่ยในซิดนีย์อยู่ที่ 2,200–2,800 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ส่วนเมลเบิร์นอยู่ที่ 2,000–2,600 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน การเลือกเมืองที่ใช่จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งค่าใช้จ่ายและการใช้ชีวิตตลอดระยะเวลาการศึกษา

ค่าครองชีพและค่าเช่าที่พัก: ซิดนีย์กับเมลเบิร์นแตกต่างกันเท่าไหร่?

ค่าครองชีพ ในซิดนีย์สูงกว่าเมลเบิร์นประมาณ 10–15% สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องบริหารงบประมาณอย่างจำกัด ความแตกต่างนี้ชัดเจนที่สุดในเรื่องค่าเช่าที่พัก ข้อมูลจาก Department of Home Affairs 2026 ระบุว่า ค่าเช่าห้องพักเดี่ยวในซิดนีย์เฉลี่ย 450–650 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์ ขณะที่เมลเบิร์นอยู่ที่ 380–550 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อสัปดาห์

ค่าใช้จ่ายด้านอาหารสำหรับนักเรียนไทยในซิดนีย์สูงกว่าเมลเบิร์นเล็กน้อย เนื่องจากร้านอาหารไทยและเอเชียในซิดนีย์มีราคาสูงกว่า อาหารจานเดียวตามร้านไทยในซิดนีย์เริ่มต้นที่ 18–25 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ส่วนเมลเบิร์นเริ่มต้นที่ 15–22 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

ค่าเดินทาง ในเมลเบิร์นมีระบบรถรางครอบคลุมพื้นที่ CBD และชานเมือง ทำให้นักเรียนไม่ต้องพึ่งพารถยนต์มากนัก ซิดนีย์มีระบบรถไฟและเรือเฟอร์รี่ที่ครอบคลุมแต่มีค่าโดยสารสูงกว่าเล็กน้อย

สำหรับนักเรียนไทยที่ถือทุน OCSC Royal Scholarship หรือทุนรัฐบาลไทย ค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเมือง เพราะทุนมักกำหนดวงเงินค่าครองชีพรายเดือนไว้ตายตัว โดยทุน OCSC 2026 กำหนดวงเงินค่าครองชีพสำหรับซิดนีย์และเมลเบิร์นในอัตราเดียวกันที่ 2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ซึ่งในซิดนีย์อาจต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น

โอกาสการทำงานหลังเรียน: เมืองไหนมีเส้นทางสู่ตลาดแรงงานดีกว่า?

ตลาดแรงงาน ของทั้งสองเมืองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซิดนีย์เป็นศูนย์กลางทางการเงินและการธนาคารของออสเตรเลีย โดยมีสำนักงานใหญ่ของธนาคารชั้นนำและบริษัทการเงินระหว่างประเทศตั้งอยู่ ขณะที่เมลเบิร์นเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การผลิต และการออกแบบ

Student campus

สำหรับนักเรียนไทยที่เรียนสาขา IT หรือวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เมลเบิร์นมีข้อได้เปรียบเนื่องจากเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Canva, REA Group และสำนักงานใหญ่ของ Microsoft Australia และ Google Australia ซึ่งเปิดรับนักศึกษาฝึกงานและบัณฑิตจบใหม่จำนวนมาก

ส่วนสาขา Hotel Management และการบริการ ซิดนีย์มีข้อได้เปรียบเนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีโรงแรมระดับห้าดาวและรีสอร์ทมากกว่า รวมถึงมีท่าเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย สร้างโอกาสในการทำงานในอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวสูงกว่าเมลเบิร์น

ข้อมูลจาก Universities Australia 2026 ระบุว่า อัตราการได้งานทำภายใน 6 เดือนหลังจบการศึกษาสำหรับบัณฑิตในซิดนีย์อยู่ที่ 78% ส่วนเมลเบิร์นอยู่ที่ 76% แต่รายได้เฉลี่ยของบัณฑิตในซิดนีย์สูงกว่าประมาณ 5% เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงกว่า

สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการทำงานหลังเรียน Graduate visa (Subclass 485) ปัจจุบันในปี 2026 มีระยะเวลา 2–4 ปีขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา โดยซิดนีย์และเมลเบิร์นถูกจัดอยู่ในภูมิภาคเมืองใหญ่เดียวกัน ทำให้ระยะเวลาของวีซ่าไม่แตกต่างกัน

วัฒนธรรมและสังคม: เมืองไหนเหมาะกับนักเรียนไทยมากกว่า?

ชุมชนไทย ในออสเตรเลียมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตของนักเรียนไทย ซิดนีย์มีชุมชนไทยขนาดใหญ่ในย่าน Haymarket, Campsie และ Cabramatta ซึ่งมีร้านอาหารไทย ร้านขายของชำไทย และวัดไทยหลายแห่ง โดยเฉพาะ วัดไทยในออสเตรเลีย ที่ซิดนีย์มีวัดไทยพุทธาวาส (Wat Thai Buddha Vihara) ที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมสำหรับคนไทยในพื้นที่

เมลเบิร์นมีชุมชนไทยในย่าน Richmond, Springvale และ Footscray ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าแต่ก็มีร้านอาหารไทยและวัดไทย เช่น วัดป่าบ้านตาดในวิกตอเรีย (Wat Pa Ban Tad) ที่เป็นศูนย์รวมของคนไทยในเมลเบิร์น

อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิม เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักเรียนไทยมุสลิม ซิดนีย์มีย่าน Lakemba และ Bankstown ที่มีร้านอาหารฮาลาลและมัสยิดจำนวนมาก รวมถึงมีห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าฮาลาลโดยเฉพาะ ส่วนเมลเบิร์นมีชุมชนมุสลิมในย่าน Brunswick, Coburg และ Preston ซึ่งมีร้านอาหารฮาลาลและมัสยิดเช่นกัน แต่มีขนาดเล็กกว่า

สำหรับนักเรียนไทยที่เคร่งครัดในศาสนา การเลือกเมืองที่มีชุมชนมุสลิมเข้มแข็งจะช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น โดยซิดนีย์มีมัสยิดมากกว่า 50 แห่ง ส่วนเมลเบิร์นมีประมาณ 40 แห่ง

สภาพอากาศ เป็นอีกปัจจัยที่แตกต่างกัน ซิดนีย์มีอากาศอบอุ่นแบบกึ่งร้อนชื้น ฤดูร้อน (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ย 25–30°C ฤดูหนาว (มิถุนายน–สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 8–17°C ส่วนเมลเบิร์นมีอากาศแบบอบอุ่นชื้น ฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ย 20–30°C แต่ฤดูหนาวหนาวเย็นกว่า โดยอุณหภูมิเฉลี่ย 6–14°C และมีลมแรง

การเดินทางและการเชื่อมต่อ: จากกรุงเทพฯ ถึงซิดนีย์หรือเมลเบิร์น

เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักเรียนไทย ปัจจุบันในปี 2026 มีเที่ยวบินตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) ไปยังซิดนีย์ (SYD) โดยสายการบินไทยและสายการบินอื่นๆ ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง ส่วนเที่ยวบินตรงไปเมลเบิร์น (MEL) ใช้เวลาประมาณ 9.5 ชั่วโมง

จำนวนเที่ยวบินตรงไปซิดนีย์มีมากกว่าไปเมลเบิร์น โดยเฉลี่ยวันละ 4–5 เที่ยวบิน ขณะที่ไปเมลเบิร์นมีวันละ 2–3 เที่ยวบิน ทำให้นักเรียนที่เลือกซิดนีย์มีตัวเลือกเที่ยวบินที่ยืดหยุ่นกว่า

การเดินทางภายในเมือง แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซิดนีย์มีระบบขนส่งสาธารณะที่ประกอบด้วยรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และรถไฟฟ้าใต้ดินสายใหม่ (Sydney Metro) ที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2026 เชื่อมต่อ CBD กับชานเมืองได้อย่างรวดเร็ว

เมลเบิร์นมีระบบรถราง (Tram) ที่ครอบคลุมพื้นที่ CBD และชานเมืองชั้นใน โดยมีเส้นทางรถรางฟรีในเขต CBD (Free Tram Zone) ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำหรับนักเรียนที่พักในเมือง นอกจากนี้ยังมีระบบรถไฟชานเมืองที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง

สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการเดินทางระหว่างเมือง บริการรถไฟและรถประจำทางระหว่างซิดนีย์และเมลเบิร์นมีให้บริการทุกวัน โดยใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงด้วยรถไฟ หรือ 1.5 ชั่วโมงด้วยเครื่องบิน ซึ่งมีเที่ยวบินระหว่างสองเมืองทุก 30 นาที

การศึกษาและมหาวิทยาลัย: เมืองไหนมีตัวเลือกด้านการศึกษาที่ดีกว่า?

มหาวิทยาลัยชั้นนำ ในทั้งสองเมืองล้วนติดอันดับโลก โดยซิดนีย์มีมหาวิทยาลัยหลัก 6 แห่ง ได้แก่ University of Sydney (QS 2026: อันดับ 19), University of New South Wales (อันดับ 44), University of Technology Sydney (อันดับ 90), Macquarie University (อันดับ 130), Western Sydney University และ University of Wollongong

เมลเบิร์นมีมหาวิทยาลัยหลัก 7 แห่ง ได้แก่ University of Melbourne (QS 2026: อันดับ 14), Monash University (อันดับ 42), RMIT University (อันดับ 123), Deakin University (อันดับ 213), La Trobe University, Swinburne University of Technology และ Victoria University

สำหรับนักเรียนไทยที่สนใจสาขา IT และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นมีจุดเด่นที่หลักสูตรด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และวิศวกรรมซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะ Monash University และ University of Melbourne ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

ส่วนสาขา Hotel Management และการบริการ มหาวิทยาลัยในซิดนีย์มีหลักสูตรที่เข้มข้นกว่า โดยเฉพาะ University of Technology Sydney และ Western Sydney University ที่มีหลักสูตรร่วมกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ

การรับเข้าศึกษาสำหรับนักเรียนไทย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียยอมรับผลสอบ GAT/PAT และ IGCSE ในการสมัครเข้าเรียน สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการสมัครโดยตรง มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ 3.0 จาก 4.0 หรือเทียบเท่า และคะแนนภาษาอังกฤษ IELTS 6.5–7.0 หรือ TOEFL 79–100 ขึ้นอยู่กับสาขา

นักเรียนไทยที่สอบ GAT/PAT สามารถใช้คะแนนในการยื่นสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยบางแห่ง โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนนักเรียนที่เรียนหลักสูตร IGCSE และ A-Level สามารถใช้คะแนนในการยื่นสมัครได้โดยตรง

วีซ่าและข้อกำหนดการเข้าเมือง: สิ่งที่นักเรียนไทยต้องรู้ในปี 2026

วีซ่านักเรียน (Student visa Subclass 500) ในปี 2026 มีข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับนักเรียนไทย โดยผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานทางการเงินว่ามีเงินเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพอย่างน้อย 12 เดือน โดยอัตราค่าครองชีพขั้นต่ำสำหรับนักเรียนในซิดนีย์และเมลเบิร์นอยู่ที่ 29,710 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี

นอกจากนี้ นักเรียนไทยต้องมีประกันสุขภาพนักเรียน (OSHC) ตลอดระยะเวลาการศึกษา โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 500–700 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีสำหรับความคุ้มครองเดี่ยว

สิทธิในการทำงาน นักเรียนไทยที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดเทอม โดยอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2026 อยู่ที่ 24.10 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง

สำหรับนักเรียนที่ถือ ทุน OCSC Royal Scholarship ข้อกำหนดวีซ่าจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยทุนจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านวีซ่าและประกันสุขภาพ แต่ผู้ถือทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของทุนอย่างเคร่งครัด รวมถึงการรักษาผลการเรียนและกลับมาปฏิบัติงานในประเทศไทยตามระยะเวลาที่กำหนด

การยื่นขอวีซ่า ปัจจุบันใช้เวลาดำเนินการประมาณ 4–8 สัปดาห์สำหรับนักเรียนไทย โดยสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ของ Department of Home Affairs ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวแทนหรือเอเจนซี่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ค่าใช้จ่ายรวมในการเรียนต่อซิดนีย์และเมลเบิร์นสำหรับนักเรียนไทยในปี 2026 แตกต่างกันเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักเรียนไทยในซิดนีย์อยู่ที่ประมาณ 50,000–65,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (รวมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ ค่าประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว) ส่วนเมลเบิร์นอยู่ที่ประมาณ 45,000–60,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยค่าเล่าเรียนเฉลี่ยสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีในซิดนีย์อยู่ที่ 35,000–50,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ส่วนเมลเบิร์นอยู่ที่ 32,000–47,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ความแตกต่างหลักอยู่ที่ค่าที่พักซึ่งในซิดนีย์สูงกว่าเมลเบิร์นประมาณ 15–20%

Q2: นักเรียนไทยที่ต้องการเรียน IT หรือ Hotel Management ควรเลือกเมืองไหน?

สำหรับสาขา IT เมลเบิร์นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเนื่องจากเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของออสเตรเลีย โดยมีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำตั้งอยู่มากมาย และมีมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เช่น Monash University และ University of Melbourne ซึ่งมีหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งออสเตรเลีย (ACS) สำหรับสาขา Hotel Management ซิดนีย์เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีโรงแรมระดับห้าดาวและโอกาสในการฝึกงานมากกว่า โดย University of Technology Sydney และ Western Sydney University มีหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการบริการโดยตรง

Q3: มีวัดไทยและร้านอาหารฮาลาลในซิดนีย์และเมลเบิร์นมากน้อยแค่ไหน?

ซิดนีย์มีวัดไทยพุทธาวาส (Wat Thai Buddha Vihara) ในย่าน Stanmore และวัดไทยอีกหลายแห่งในชานเมือง รวมถึงมีร้านอาหารไทยมากกว่า 200 แห่ง และร้านอาหารฮาลาลกว่า 100 แห่งในย่าน Lakemba และ Bankstown เมลเบิร์นมีวัดไทยป่าบ้านตาดในวิกตอเรียและวัดไทยในย่าน Springvale รวมถึงมีร้านอาหารไทยประมาณ 150 แห่ง และร้านอาหารฮาลาลประมาณ 70 แห่งในย่าน Brunswick และ Coburg สำหรับนักเรียนไทยมุสลิม ซิดนีย์มีตัวเลือกด้านอาหารฮาลาลมากกว่าและมีชุมชนมุสลิมที่เข้มแข็งกว่า

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

参考资料

  • QS World University Rankings, 2026, QS Best Student Cities 2026
  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa Processing and Cost of Living Requirements
  • Universities Australia, 2026, International Student Data and Graduate Outcomes Survey
  • Study Australia, 2026, Living Costs and Accommodation Guide for International Students
  • Tourism Australia, 2026, Regional Migration and Post-Study Work Rights Update