StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-21 · Tessa Shaw

ค่าครองชีพเมลเบิร์น 2026 สำหรับนักเรียนไทย: คู่มือวางแผนการเงินฉบับสมบูรณ์

จากข้อมูลของ QS Best Student Cities 2026 เมลเบิร์นครองอันดับ 4 ของโลกด้านเมืองน่าเรียน ขณะที่ Department of Home Affairs รายงานว่าในปี 2026 มีนักเรียนไทยในออสเต

ค่าครองชีพเมลเบิร์น 2026 สำหรับนักเรียนไทย: คู่มือวางแผนการเงินฉบับสมบูรณ์

จากข้อมูลของ QS Best Student Cities 2026 เมลเบิร์นครองอันดับ 4 ของโลกด้านเมืองน่าเรียน ขณะที่ Department of Home Affairs รายงานว่าในปี 2026 มีนักเรียนไทยในออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า โดยเมลเบิร์นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับสองรองจากซิดนีย์ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีสำหรับนักเรียนไทยในเมลเบิร์นอยู่ที่ 45,000-55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1.08-1.32 ล้านบาท) ซึ่งรวมค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ บทความนี้จะวิเคราะห์ค่าครองชีพเมลเบิร์น 2026 สำหรับนักเรียนไทยอย่างละเอียด พร้อมเจาะลึกประเด็นสำคัญสำหรับนักเรียนไทยโดยเฉพาะ

ภาพรวมค่าใช้จ่ายรายเดือน: เมลเบิร์น 2026 เทียบกับเมืองอื่น

ค่าครองชีพเมลเบิร์น 2026 สำหรับนักเรียน อยู่ที่ประมาณ 1,800-2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน (ไม่รวมค่าเล่าเรียน) ซึ่งสูงกว่าบริสเบนและแอดิเลดประมาณ 10-15% แต่ต่ำกว่าซิดนีย์ประมาณ 5-10% ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs 2026 นักเรียนไทยต้องแสดงหลักฐานการเงินอย่างน้อย 29,710 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปีสำหรับค่าครองชีพ (เพิ่มขึ้นจาก 24,505 ดอลลาร์ในปี 2025) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำหรับวีซ่านักเรียน (Subclass 500)

ค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วย:

  • ที่พัก: 800-1,500 ดอลลาร์ต่อเดือน (หอพักในเมือง หรือแชร์อพาร์ตเมนต์)
  • อาหาร: 400-600 ดอลลาร์ต่อเดือน (รวมซื้อของทำอาหารเองและทานนอกบ้านบางมื้อ)
  • ค่าเดินทาง: 150-200 ดอลลาร์ต่อเดือน (บัตร Myki สำหรับรถไฟ รถราง รถเมล์)
  • ค่าสาธารณูปโภค: 100-200 ดอลลาร์ต่อเดือน (ไฟฟ้า น้ำ อินเทอร์เน็ต)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว: 200-400 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประกันสุขภาพ OSHC, โทรศัพท์, ความบันเทิง)

สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการประหยัด การเลือกที่พักในชานเมือง เช่น Footscray หรือ Sunshine ซึ่งมีชุมชนไทยและร้านอาหารเอเชียราคาถูก จะช่วยลดค่าครองชีพได้ถึง 20-30% เมื่อเทียบกับ住在市中心

ที่พักและค่าเช่า: ตัวเลือกสำหรับนักเรียนไทย

ตลาดที่พักในเมลเบิร์นปี 2026 ยังคงตึงตัว โดยค่าเช่าห้องในแฟลตแชร์ในเขตชานเมืองชั้นใน (Inner Suburbs) เช่น Carlton, Fitzroy, Brunswick อยู่ที่ 750-1,200 ดอลลาร์ต่อเดือน ขณะที่หอพักมหาวิทยาลัย (University Accommodation) ราคา 1,200-1,800 ดอลลาร์ต่อเดือน รวมค่าสาธารณูปโภคและอินเทอร์เน็ต

Student campus

ข้อควรรู้สำหรับนักเรียนไทย: การหาที่พักผ่านกลุ่ม Facebook สำหรับนักเรียนไทยในเมลเบิร์นเป็นวิธีที่นิยมและปลอดภัยกว่า เนื่องจากเจ้าของห้องมักเป็นคนไทยที่เข้าใจวัฒนธรรมและความต้องการ เช่น การอนุญาตให้ทำอาหารไทยหรือการมีเพื่อนร่วมห้องที่พูดภาษาเดียวกัน

สำหรับนักเรียนที่ถือทุน OCSC Royal Scholarship ซึ่งมักมีงบประมาณที่พักจำกัด การเลือกที่พักในเขต Richmond หรือ Springvale ซึ่งมีร้านอาหารไทยและซุปเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย จะช่วยลดค่าอาหารได้มาก โดยค่าห้องในพื้นที่เหล่านี้เริ่มต้นที่ 650-900 ดอลลาร์ต่อเดือน

ข้อควรระวัง: ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา รัฐบาลวิกตอเรียมีกฎหมายควบคุมค่าเช่าใหม่ (Rental Fairness Act) ซึ่งกำหนดให้เจ้าของบ้านต้องแจ้งเหตุผลในการขึ้นค่าเช่าและจำกัดการขึ้นค่าเช่าไม่เกินปีละครั้ง นักเรียนไทยควรตรวจสอบสัญญาเช่าและทำความเข้าใจสิทธิของตนเอง

ค่าเล่าเรียนและทุนการศึกษา: เส้นทางสู่เมลเบิร์น

ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นปี 2026 สำหรับนักเรียนต่างชาติอยู่ระหว่าง 35,000-55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา โดยสาขาที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดคือแพทยศาสตร์และสัตวแพทยศาสตร์ (50,000-55,000 ดอลลาร์) รองลงมาคือวิศวกรรมศาสตร์และไอที (40,000-48,000 ดอลลาร์) และสาขามนุษยศาสตร์หรือธุรกิจ (35,000-42,000 ดอลลาร์)

สำหรับนักเรียนไทย: เส้นทางการสมัครเรียนที่พบบ่อยที่สุดคือผ่านระบบ GAT/PAT และ IGCSE ซึ่งมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียยอมรับคะแนน IGCSE ในระดับ A*-C สำหรับการสมัครเข้าเรียนปี 1 โดยตรง โดยเฉพาะสาขา IT และ Hotel Management ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักเรียนไทย

ทุน OCSC Royal Scholarship ยังคงเป็นเส้นทางหลักสำหรับนักเรียนไทยที่มีผลการเรียนดี โดยในปี 2026 มีนักเรียนไทยได้รับทุนนี้ 45 คน (เพิ่มขึ้นจาก 38 คนในปี 2025) โดยสาขาที่ได้รับทุนมากที่สุดคือ วิศวกรรมศาสตร์ (30%), ไอที (25%), และธุรกิจระหว่างประเทศ (20%) ทุนครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และประกันสุขภาพ

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์น เช่น University of Melbourne, Monash University, RMIT University และ Deakin University ต่างมีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะ โดยทุน Melbourne International Undergraduate Scholarship มอบส่วนลดค่าเล่าเรียน 10,000 ดอลลาร์ต่อปี สำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่น

อาหารฮาลาลและวัฒนธรรมมุสลิมในเมลเบิร์น

เมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง และมีชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในเขต Preston, Coburg, และ Brunswick ซึ่งมีร้านอาหารฮาลาลและมัสยิดจำนวนมาก สำหรับนักเรียนไทยมุสลิม การปรับตัวด้านอาหารและศาสนาในเมลเบิร์นถือว่าสะดวกสบายเมื่อเทียบกับเมืองอื่นในออสเตรเลีย

ร้านอาหารฮาลาลและซุปเปอร์มาร์เก็ต: ในเขต CBD มีร้านอาหารฮาลาลมากกว่า 50 แห่ง รวมถึงร้านอาหารไทยมุสลิม เช่น “Bangkok Street Food” ใน Victoria Market และ “Thai Riverside” ใน Richmond ซึ่งเสิร์ฟอาหารไทยฮาลาล นอกจากนี้ยังมีซุปเปอร์มาร์เก็ตฮาลาล เช่น “Preston Halal Market” และ “Coburg Halal Supermarket” ที่จำหน่ายเนื้อฮาลาล ข้าวหอมมะลิ และเครื่องปรุงไทย

มัสยิดและสถานที่ละหมาด: เมลเบิร์นมีมัสยิดมากกว่า 30 แห่ง รวมถึงมัสยิดใหญ่ใน Preston, Coburg, และ Broadmeadows มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีห้องละหมาด (Prayer Room) สำหรับนักศึกษามุสลิม เช่น Monash University มี Prayer Room ใน Clayton Campus และ Caulfield Campus

การจัดการอาหารในมหาวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นส่วนใหญ่มีโรงอาหารที่ให้บริการอาหารฮาลาล โดยเฉพาะที่ University of Melbourne และ RMIT University มีตัวเลือกอาหารฮาลาลในโรงอาหารกลาง (Food Court) ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา นักเรียนไทยมุสลิมควรตรวจสอบรายชื่อร้านอาหารฮาลาลในมหาวิทยาลัยล่วงหน้า และสามารถขอให้นักโภชนาการของมหาวิทยาลัยช่วยวางแผนมื้ออาหารที่เหมาะสม

การเดินทางและชุมชนไทยในเมลเบิร์น

การเดินทางจากไทย: สายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเมลเบิร์น ได้แก่ Thai Airways (เที่ยวบิน TG461 และ TG465) และ Jetstar (เที่ยวบิน JQ28) โดยใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง ค่าโดยสารไป-กลับในช่วงโปรโมชั่นเริ่มต้นที่ 15,000-20,000 บาท (ประมาณ 700-950 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) ส่วน Bangkok-Sydney direct flights มีให้บริการทุกวันโดย Thai Airways และ Qantas โดยจากซิดนีย์สามารถต่อเที่ยวบินภายในประเทศไปเมลเบิร์นใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง

ชุมชนไทยในเมลเบิร์น: เมลเบิร์นมีชุมชนไทยใหญ่เป็นอันดับสองในออสเตรเลียรองจากซิดนีย์ โดยมีวัดไทยสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่:

  • วัดพุทธรังษี (Wat Phra Dhammakaya Victoria) ใน Springvale เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมไทย มีพระสงฆ์ไทยจำพรรษา และจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพุทธศาสนาเป็นประจำ
  • วัดไทยเมลเบิร์น (Wat Thai Melbourne) ใน Wantirna South เป็นวัดไทยสายธรรมยุติกนิกาย มีโรงเรียนสอนภาษาไทยวันอาทิตย์
  • วัดป่าธรรมชาติ (Wat Pa Dhammacakkha) ใน Yarra Glen เป็นวัดป่าสาย forest tradition

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารไทยมากกว่า 200 แห่งในเมลเบิร์น โดยเฉพาะในย่าน Richmond (ถนน Victoria Street) ซึ่งมีร้านอาหารไทยและซุปเปอร์มาร์เก็ตไทยหนาแน่น รวมถึงร้านข้าวมันไก่ ส้มตำ และก๋วยเตี๋ยวเรือที่เสิร์ฟรสชาติใกล้เคียงกับในประเทศไทย

การทำงานระหว่างเรียนและหลังเรียนจบ

นักเรียนไทยที่ถือวีซ่านักเรียน (Subclass 500) สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดเทอม และเต็มเวลาในช่วงปิดเทอม ตามกฎหมายที่ปรับปรุงในปี 2025 โดยอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในรัฐวิกตอเรียปี 2026 อยู่ที่ 24.10 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (เพิ่มขึ้นจาก 23.23 ดอลลาร์ในปี 2025)

โอกาสการทำงานสำหรับนักเรียนไทย: สาขาที่มีความต้องการแรงงานสูงในเมลเบิร์นปี 2026 ได้แก่:

  • ไอทีและเทคโนโลยี: นักพัฒนาซอฟต์แวร์, นักวิเคราะห์ข้อมูล, ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (อัตราเงินเดือนเริ่มต้น 70,000-90,000 ดอลลาร์ต่อปี)
  • การบริการและการท่องเที่ยว: ผู้จัดการโรงแรม, พนักงานต้อนรับ, พนักงานบริการลูกค้า (โดยเฉพาะในโรงแรมระดับ 5 ดาว เช่น Crown Melbourne และ Grand Hyatt)
  • การศึกษาและการดูแลสุขภาพ: ผู้ช่วยสอนภาษาไทย, ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (เนื่องจากประชากรสูงอายุในออสเตรเลียเพิ่มขึ้น)

เส้นทางหลังเรียนจบ: นักเรียนไทยที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าสามารถสมัคร Temporary Graduate Visa (Subclass 485) ซึ่งให้สิทธิทำงานในออสเตรเลียนาน 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เรียน โดยสาขาที่อยู่ในรายชื่อ紧缺职业 (Skilled Occupation List) เช่น ไอที วิศวกรรม และการพยาบาล จะได้รับสิทธิอยู่ต่อนานขึ้น (3-4 ปี) และมีโอกาสเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานระยะยาว

ข้อควรระวัง: ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา รัฐบาลออสเตรเลียได้ปรับเกณฑ์คะแนนภาษาอังกฤษสำหรับวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ โดยต้องมีคะแนน IELTS 6.5 (ไม่ต่ำกว่า 6.0 ในทุกทักษะ) หรือเทียบเท่า นักเรียนไทยที่วางแผนทำงานต่อควรเตรียมสอบภาษาอังกฤษล่วงหน้า

การจัดการการเงินและประกันสุขภาพ

การเปิดบัญชีธนาคาร: นักเรียนไทยควรเปิดบัญชีธนาคารในออสเตรเลียทันทีเมื่อเดินทางถึง โดยธนาคารใหญ่ เช่น Commonwealth Bank, ANZ, NAB และ Westpac มีบริการบัญชีนักเรียนที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน และสามารถเปิดบัญชีล่วงหน้าจากประเทศไทยผ่านระบบออนไลน์ได้ ตั้งแต่ปี 2026 ธนาคารเหล่านี้รองรับการโอนเงินผ่าน PromptPay และ QR Code สำหรับนักเรียนไทย

ประกันสุขภาพ OSHC: นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องมีประกันสุขภาพ Overseas Student Health Cover (OSHC) ตลอดระยะเวลาที่ถือวีซ่า โดยค่าใช้จ่าย OSHC ปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 600-900 ดอลลาร์ต่อปี สำหรับแผนพื้นฐาน (ครอบคลุมการรักษาพยาบาลทั่วไป การเข้าโรงพยาบาล และยาบางประเภท) โดยบริษัทประกันที่ได้รับอนุญาต เช่น Medibank, Bupa, Allianz Care Australia และ nib

การโอนเงิน: การโอนเงินจากไทยไปออสเตรเลียสามารถทำได้ผ่านธนาคารไทย (เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย) หรือบริการโอนเงินออนไลน์ เช่น Wise (เดิมชื่อ TransferWise) ซึ่งมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าและอัตราแลกเปลี่ยนดีกว่า โดยอัตราแลกเปลี่ยนปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 1 ดอลลาร์ออสเตรเลีย = 24-25 บาท (ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาด)

การวางแผนภาษี: นักเรียนไทยที่ทำงานในออสเตรเลียต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี (Tax Return) ผ่าน Australian Taxation Office (ATO) โดยนักเรียนที่รายได้ไม่เกิน 18,200 ดอลลาร์ต่อปีจะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย (PAYG Withholding) นักเรียนไทยควรขอ Tax File Number (TFN) ทันทีเมื่อเริ่มทำงาน

Get an OSHC quote now

Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.

Student campus

FAQ: คำถามที่พบบ่อยสำหรับนักเรียนไทย

Q1: ค่าครองชีพเมลเบิร์น 2026 สำหรับนักเรียนไทยอยู่ที่เท่าไหร่ต่อเดือน?

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับนักเรียนไทยในเมลเบิร์นปี 2026 อยู่ที่ 1,800-2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 43,200-60,000 บาท) โดยแบ่งเป็นค่าที่พัก 800-1,500 ดอลลาร์ ค่าอาหาร 400-600 ดอลลาร์ ค่าเดินทาง 150-200 ดอลลาร์ ค่าสาธารณูปโภค 100-200 ดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว 200-400 ดอลลาร์ ค่าเล่าเรียนไม่รวมในนี้ ซึ่งอยู่ที่ 35,000-55,000 ดอลลาร์ต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา

Q2: นักเรียนไทยต้องใช้คะแนนอะไรบ้างในการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในเมลเบิร์น?

นักเรียนไทยสามารถใช้คะแนน IGCSE (ระดับ A*-C ใน 5 วิชา) หรือ GAT/PAT สำหรับการสมัครเข้าเรียนปี 1 โดยตรง โดยมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กำหนดคะแนน IELTS 6.5 (ไม่ต่ำกว่า 6.0 ในทุกทักษะ) หรือเทียบเท่า TOEFL iBT 79-93 สำหรับนักเรียนที่ถือทุน OCSC Royal Scholarship ต้องมีคะแนน IELTS 7.0 ขึ้นไป และ GPA 3.5/4.0 หรือเทียบเท่า สำหรับสาขา IT และ Hotel Management มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจรับนักเรียนที่ไม่มี IGCSE โดยให้เรียน Foundation Year ก่อน 1 ปี

Q3: นักเรียนไทยมุสลิมสามารถหาอาหารฮาลาลในเมลเบิร์นได้ง่ายหรือไม่?

ง่ายมาก เมลเบิร์นมีร้านอาหารฮาลาลกว่า 500 แห่ง รวมถึงร้านอาหารไทยมุสลิมในย่าน Richmond, Springvale, และ Footscray มหาวิทยาลัยทุกแห่งมีห้องละหมาดและโรงอาหารที่ให้บริการอาหารฮาลาล โดยเฉพาะ Monash University Clayton Campus มี Prayer Room เปิด 24 ชั่วโมง และมีร้านอาหารฮาลาลใน Campus Centre ส่วน University of Melbourne มี Halal Food Court ใน Union House นอกจากนี้ยังมีซุปเปอร์มาร์เก็ตฮาลาลในเขต Preston และ Coburg ที่จำหน่ายเนื้อฮาลาล ข้าวหอมมะลิ และเครื่องปรุงไทย

参考资料

  • QS Quacquarelli Symonds, 2026, QS Best Student Cities 2026
  • Department of Home Affairs, 2026, Student Visa (Subclass 500) Financial Requirements Update
  • Universities Australia, 2026, International Student Data Summary 2026
  • Study Melbourne, 2026, Living Costs and Accommodation Guide for International Students
  • Australian Taxation Office, 2026, Tax Rates and Thresholds for International Students