2026-05-22 · Nathan Hartley
Curtin vs UTS 2026: เปรียบเทียบหลักสูตร ค่าเทอม และโอกาสทำงานหลังเรียน สำหรับนักเรียนไทย
เปรียบเทียบ Curtin University และ UTS ปี 2026: หลักสูตรเด่น ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ โอกาสทำงานหลังเรียน (PSW) และข้อควรรู้ก่อนสมัครเรียนต่อออสเตรเลีย
ภาพรวม: ทำไมต้องเปรียบเทียบ Curtin และ UTS ในปี 2026
การเลือกมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียระหว่าง Curtin University (เพิร์ธ) และ University of Technology Sydney (UTS) (ซิดนีย์) เป็นการตัดสินใจที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายรวมและโอกาสในการทำงานหลังเรียน สำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 ข้อมูลจาก Department of Education (2025) ระบุว่า Curtin มีนักศึกษาต่างชาติประมาณ 14,000 คน ขณะที่ UTS มีประมาณ 21,000 คน โดยทั้งสองแห่งติดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกด้านนวัตกรรมและการจ้างงาน
จุดแตกต่างหลักอยู่ที่ค่าครองชีพ: ซิดนีย์มีค่าครองชีพสูงกว่าเพิร์ธประมาณ 25-30% ต่อปี ตามข้อมูลจาก Study Australia (2025) ค่าเช่าห้องในซิดนีย์เฉลี่ย 1,800-2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ในขณะที่เพิร์ธเฉลี่ย 1,200-1,800 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องจัดการงบประมาณอย่างจำกัด ความแตกต่างนี้สามารถส่งผลต่อการเลือกเมืองอย่างมีนัยสำคัญ
Curtin University ได้รับการจัดอันดับโดย QS World University Rankings 2026 อยู่ในอันดับที่ 193 ของโลก ขณะที่ UTS อยู่ในอันดับที่ 88 ของโลก อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับเพียงอย่างเดียวไม่ควรเป็นปัจจัยชี้ขาด ค่าเทอม ค่าครองชีพ โอกาสในการทำงานระหว่างเรียน และโอกาสในการขอวีซ่าทำงานหลังเรียน (Post-Study Work Visa) ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา
ทั้งสองมหาวิทยาลัยมีจุดแข็งด้าน STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) โดยเฉพาะ Curtin ที่มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมเหมืองแร่และพลังงาน ขณะที่ UTS มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการออกแบบดิจิทัล สำหรับนักศึกษาไทยที่สนใจสาขาเหล่านี้ การเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมกับเป้าหมายอาชีพและงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ
ค่าเทอมและค่าธรรมเนียม: เปรียบเทียบปี 2026
ค่าเทอมเป็นปัจจัยต้นทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของทั้งสองมหาวิทยาลัยสำหรับปีการศึกษา 2026 แสดงให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน
Curtin University มีค่าเทอมเฉลี่ยสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีอยู่ที่ 32,000-40,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี สำหรับหลักสูตรปริญญาโท อยู่ที่ 34,000-44,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ตัวอย่างเช่น หลักสูตรปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (Bachelor of Engineering) มีค่าเทอม 38,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ในขณะที่หลักสูตรปริญญาตรีบริหารธุรกิจ (Bachelor of Business) มีค่าเทอม 33,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี
UTS มีค่าเทอมสูงกว่า โดยเฉลี่ยสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีอยู่ที่ 38,000-48,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี สำหรับหลักสูตรปริญญาโท อยู่ที่ 40,000-52,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ตัวอย่างเช่น หลักสูตรปริญญาตรีเทคโนโลยีสารสนเทศ (Bachelor of Information Technology) มีค่าเทอม 44,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ในขณะที่หลักสูตรปริญญาตรีบริหารธุรกิจ (Bachelor of Business) มีค่าเทอม 40,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี
ความแตกต่างของค่าเทอมระหว่างสองมหาวิทยาลัยอยู่ที่ประมาณ 6,000-10,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี ความแตกต่างนี้อาจสูงถึง 40,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียตลอดหลักสูตร
นอกจากค่าเทอมแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา เช่น ค่าธรรมเนียมการสมัคร (application fee) ซึ่ง Curtin คิดประมาณ 100 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่ UTS คิดประมาณ 150 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ค่าธรรมเนียมประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (OSHC) ซึ่งทั้งสองมหาวิทยาลัยกำหนดให้มี โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 600-800 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี
ค่าครองชีพ: เพิร์ธ vs ซิดนีย์
ค่าครองชีพเป็นปัจจัยที่นักศึกษาไทยมักมองข้าม แต่มีผลกระทบอย่างมากต่องบประมาณรวม ข้อมูลจาก Study Australia (2025) และ Department of Home Affairs (2025) ระบุค่าครองชีพขั้นต่ำสำหรับนักศึกษาต่างชาติไว้ที่ 24,505 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจริงในแต่ละเมืองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ซิดนีย์ เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในออสเตรเลีย ค่าเช่าห้องเดี่ยวในเขตเมืองชั้นใน (CBD, Ultimo, Chippendale) เฉลี่ย 1,800-2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ค่าอาหารเฉลี่ย 400-600 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ค่าเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (Opal card) เฉลี่ย 150-250 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาที่อาศัยในซิดนีย์อยู่ที่ประมาณ 35,000-45,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
เพิร์ธ มีค่าครองชีพต่ำกว่าซิดนีย์ประมาณ 25-30% ค่าเช่าห้องเดี่ยวในเขตเมือง (Perth CBD, Northbridge) เฉลี่ย 1,200-1,800 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ค่าอาหารเฉลี่ย 300-500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ค่าเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (Transperth) เฉลี่ย 100-150 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาที่อาศัยในเพิร์ธอยู่ที่ประมาณ 25,000-35,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
ความแตกต่างของค่าครองชีพต่อปีระหว่างสองเมืองอยู่ที่ประมาณ 10,000-15,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี ความแตกต่างนี้อาจสูงถึง 60,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
โอกาสการทำงานระหว่างเรียนและหลังเรียน
นโยบายวีซ่าของออสเตรเลียในปี 2026 อนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคเรียน และไม่จำกัดชั่วโมงในช่วงปิดภาคเรียน ตามข้อมูลจาก Department of Home Affairs (2025)
ตลาดงานในซิดนีย์ มีขนาดใหญ่และหลากหลาย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเงิน และการให้บริการ ค่าแรงขั้นต่ำสำหรับงานพาร์ทไทม์ในซิดนีย์อยู่ที่ประมาณ 24-30 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทงาน นักศึกษาสามารถหารายได้ประมาณ 1,000-1,500 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือนจากการทำงาน 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์
ตลาดงานในเพิร์ธ มีขนาดเล็กกว่า แต่มีอัตราการว่างงานต่ำกว่า โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ พลังงาน และการก่อสร้าง ค่าแรงขั้นต่ำสำหรับงานพาร์ทไทม์ในเพิร์ธอยู่ที่ประมาณ 22-28 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง นักศึกษาสามารถหารายได้ประมาณ 800-1,200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเดือน
สำหรับโอกาสหลังเรียน Post-Study Work Visa (Subclass 485) ในปี 2026 มีระยะเวลา 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาและสาขาวิชา ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากทั้งสองมหาวิทยาลัยสามารถขอวีซ่าทำงานได้ 2 ปี สำหรับผู้ที่จบปริญญาโท สามารถขอได้ 3 ปี และสำหรับผู้ที่จบปริญญาเอก สามารถขอได้ 4 ปี
ข้อได้เปรียบของเพิร์ธ คือการเป็นส่วนหนึ่งของ Designated Regional Area ซึ่งทำให้ผู้ที่เรียนและทำงานในเพิร์ธมีสิทธิ์ขอวีซ่าทำงานหลังเรียนเพิ่มเติมอีก 1-2 ปี (Regional Post-Study Work Visa) รวมเป็น 3-4 ปีสำหรับปริญญาตรี และ 4-5 ปีสำหรับปริญญาโท
การจัดอันดับและชื่อเสียงทางวิชาการ
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นเครื่องมือหนึ่งในการประเมินคุณภาพการศึกษา แต่นักศึกษาควรพิจารณาการจัดอันดับเฉพาะสาขาที่สนใจด้วย
QS World University Rankings 2026 จัดอันดับ UTS อยู่ในอันดับที่ 88 ของโลก ขณะที่ Curtin อยู่ในอันดับที่ 193 ของโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาการจัดอันดับเฉพาะสาขา:
- วิศวกรรมเหมืองแร่และแร่ธาตุ: Curtin อยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก (QS 2025) ขณะที่ UTS ไม่อยู่ใน 50 อันดับแรก
- เทคโนโลยีสารสนเทศ: UTS อยู่ในอันดับที่ 51-100 ของโลก ขณะที่ Curtin อยู่ในอันดับที่ 101-150 ของโลก
- การออกแบบและศิลปะ: UTS อยู่ในอันดับที่ 51-100 ของโลก ขณะที่ Curtin อยู่ในอันดับที่ 101-150 ของโลก
- ธุรกิจและการจัดการ: UTS อยู่ในอันดับที่ 101-150 ของโลก ขณะที่ Curtin อยู่ในอันดับที่ 151-200 ของโลก
THE World University Rankings 2025 จัดอันดับ UTS อยู่ในอันดับที่ 201-250 ของโลก ขณะที่ Curtin อยู่ในอันดับที่ 251-300 ของโลก
สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการกลับมาทำงานในประเทศไทย ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยอาจมีผลต่อการพิจารณาของนายจ้าง UTS มีชื่อเสียงในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ในขณะที่ Curtin มีชื่อเสียงในกลุ่มบริษัทเหมืองแร่ พลังงาน และวิศวกรรม
ข้อกำหนดการรับเข้าเรียนและทุนการศึกษา
ข้อกำหนดการรับเข้าเรียนสำหรับนักศึกษาไทยในปี 2026 มีความแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างสองมหาวิทยาลัย
Curtin University กำหนดคะแนน IELTS ขั้นต่ำ 6.5 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0) สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีส่วนใหญ่ และ 7.0 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.5) สำหรับหลักสูตรปริญญาโทบางสาขา เช่น การศึกษาและการพยาบาล คะแนนสอบเทียบวุฒิการศึกษาไทย (GPA) ต้องไม่ต่ำกว่า 2.5 จาก 4.0 สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี
UTS กำหนดคะแนน IELTS ขั้นต่ำ 6.5 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0) สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีส่วนใหญ่ และ 7.0 (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.5) สำหรับหลักสูตรปริญญาโทบางสาขา เช่น การสื่อสารและการพยาบาล คะแนนสอบเทียบวุฒิการศึกษาไทย (GPA) ต้องไม่ต่ำกว่า 2.75 จาก 4.0 สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี
ทุนการศึกษา:
-
Curtin University มีทุน Curtin International Scholarship สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เรียนดี โดยลดค่าเทอม 25% สำหรับระยะเวลา 4 ปี นอกจากนี้ยังมีทุน Curtin Merit Scholarship สำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม โดยลดค่าเทอม 50% สำหรับระยะเวลา 4 ปี
-
UTS มีทุน UTS International Undergraduate Full Tuition Scholarship สำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม โดยครอบคลุมค่าเทอมทั้งหมด 100% สำหรับระยะเวลา 4 ปี นอกจากนี้ยังมีทุน UTS International Undergraduate Merit Scholarship โดยลดค่าเทอม 25% สำหรับระยะเวลา 4 ปี
สำหรับนักศึกษาไทยที่ต้องการสมัครทุนการศึกษา ควรตรวจสอบกำหนดการสมัครซึ่งมักจะปิดรับสมัคร 6-12 เดือนก่อนเริ่มภาคการศึกษา
Get an OSHC quote now
Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.
FAQ
คำถามที่ 1: ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสำหรับนักศึกษาไทยที่เรียนที่ Curtin และ UTS ในปี 2026 แตกต่างกันเท่าไร? คำตอบ: สำหรับนักศึกษาที่เรียนที่ Curtin ในเพิร์ธ ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี (ค่าเทอม + ค่าครองชีพ) อยู่ที่ประมาณ 57,000-75,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ในขณะที่นักศึกษาที่เรียนที่ UTS ในซิดนีย์ มีค่าใช้จ่ายรวมต่อปีอยู่ที่ประมาณ 73,000-93,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ความแตกต่างอยู่ที่ประมาณ 16,000-18,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี หรือประมาณ 64,000-72,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียตลอดหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี
คำถามที่ 2: โอกาสในการขอวีซ่าทำงานหลังเรียน (Post-Study Work Visa) สำหรับผู้ที่จบจาก Curtin และ UTS แตกต่างกันอย่างไร? คำตอบ: ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากทั้งสองมหาวิทยาลัยสามารถขอวีซ่า Subclass 485 ได้ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เรียนที่ Curtin ในเพิร์ธ ซึ่งเป็น Designated Regional Area จะมีสิทธิ์ขอ Regional Post-Study Work Visa เพิ่มเติมอีก 1-2 ปี รวมเป็น 3-4 ปี ในขณะที่ผู้ที่เรียนที่ UTS ในซิดนีย์ ซึ่งไม่ใช่ Regional Area จะได้รับเพียง 2 ปีเท่านั้น
คำถามที่ 3: ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทยที่ Curtin และ UTS ในปี 2026 มีอะไรบ้าง? คำตอบ: Curtin มีทุน Curtin International Scholarship ลดค่าเทอม 25% และ Curtin Merit Scholarship ลดค่าเทอม 50% สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เรียนดี UTS มีทุน UTS International Undergraduate Full Tuition Scholarship ครอบคลุมค่าเทอม 100% และ UTS International Undergraduate Merit Scholarship ลดค่าเทอม 25% นักศึกษาไทยควรสมัครทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 6-12 เดือนก่อนเริ่มภาคการศึกษา
References
- Department of Education, Australian Government. (2025). “International Student Data 2025: Monthly Summary”.
- QS Quacquarelli Symonds. (2026). “QS World University Rankings 2026”.
- Study Australia, Australian Government. (2025). “Cost of Living in Australia for International Students 2025”.
- Department of Home Affairs, Australian Government. (2025). “Student Visa (Subclass 500) and Post-Study Work Arrangements 2025”.
- Times Higher Education. (2025). “THE World University Rankings 2025”.