StudyAustralia
🌏 ไทย ▾

2026-05-22 · Diana Chu

กฎหมายทำงานพิเศษนักเรียนออสเตรเลีย 2026: คู่มือสิทธิ์ ชั่วโมงทำงาน และข้อกำหนดใหม่

เจาะลึกกฎหมายทำงานพิเศษสำหรับนักเรียนออสเตรเลียปี 2026: สิทธิ์ทำงาน 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์, ข้อกำหนดวีซ่านักเรียน, และผลกระทบจากนโยบายใหม่ อัปเดตข้อมูลจากรัฐบา

กฎหมายทำงานพิเศษนักเรียนออสเตรเลีย 2026: คู่มือสิทธิ์ ชั่วโมงทำงาน และข้อกำหนดใหม่

กฎหมายทำงานพิเศษนักเรียนออสเตรเลีย 2026: ภาพรวมสำคัญ

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2023 รัฐบาลออสเตรเลียได้ปรับเพิ่มชั่วโมงทำงานสำหรับผู้ถือวีซ่านักเรียน (Student Visa subclass 500) จากเดิม 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ เป็น 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ นโยบายนี้มีผลบังคับใช้อย่างถาวร ตามประกาศของ Department of Home Affairs (2023) ในรายงาน Migration Amendment (Work Limitations for Student Visa Holders) Regulation 2023 การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อนักเรียนต่างชาติกว่า 600,000 คนในปี 2024 (Australian Bureau of Statistics, 2024, International Student Enrolments in Australia) และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 650,000 คนในปี 2026 (Department of Education, 2025, Projections of International Student Numbers 2025-2027)

การเพิ่มชั่วโมงทำงานจาก 40 เป็น 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น 20% ซึ่งเป็นนโยบายที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคบริการและการค้าปลีก หลังจากการระบาดของ COVID-19 อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้มาพร้อมกับข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของประเภทงานต้องห้าม และการปฏิบัติตามเงื่อนไขวีซ่า (Visa Condition 8104/8105) ซึ่งหากละเมิดอาจนำไปสู่การเพิกถอนวีซ่าโดยอัตโนมัติ

Department of Home Affairs (2025) ในรายงาน Student Visa Compliance and Cancellation Statistics 2024-2025 รายงานว่าในปี 2024 มีการเพิกถอนวีซ่านักเรียน 12,347 ใบ โดย 34% ของการเพิกถอนมีสาเหตุมาจากการละเมิดเงื่อนไขการทำงาน ซึ่งเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2023 ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น และเป็นสัญญาณเตือนสำหรับนักเรียนที่วางแผนจะทำงานเกินขอบเขตที่กำหนด

ข้อจำกัดชั่วโมงทำงาน: 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ทำงานอย่างไร

ข้อจำกัด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ หมายถึงจำนวนชั่วโมงทำงานรวมทั้งหมดที่นักเรียนสามารถทำงานได้ในช่วงระยะเวลา 14 วันติดต่อกัน โดยนับรวมงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานพาร์ทไทม์ งานแคชเชียร์ งานเสิร์ฟ หรือแม้แต่งานฟรีแลนซ์ที่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสด การนับชั่วโมงจะเริ่มต้นในวันจันทร์ของสัปดาห์แรกและสิ้นสุดในวันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่สอง

ตัวอย่างการคำนวณ: หากนักเรียนทำงาน 24 ชั่วโมงในสัปดาห์แรก (จันทร์-อาทิตย์) และ 24 ชั่วโมงในสัปดาห์ที่สอง (จันทร์-อาทิตย์) รวมเป็น 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่หากนักเรียนทำงาน 30 ชั่วโมงในสัปดาห์แรก และ 20 ชั่วโมงในสัปดาห์ที่สอง รวมเป็น 50 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ ถือว่าละเมิดเงื่อนไขวีซ่า

ข้อยกเว้นสำคัญ: นักเรียนที่ลงทะเบียนในหลักสูตรปริญญาเอก (Doctoral Degree) หรือหลักสูตรปริญญาโทแบบวิจัย (Master by Research) ที่ได้รับการรับรองจาก TEQSA (Tertiary Education Quality and Standards Agency) จะได้รับการยกเว้นข้อจำกัดชั่วโมงทำงานทั้งหมด ตามประกาศของ Department of Home Affairs (2025) ในรายงาน Work Limitations for Research Students อย่างไรก็ตาม นักเรียนเหล่านี้ยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น การรักษาสถานะการเรียนเต็มเวลา และการแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ภายใน 7 วัน

นอกจากนี้ นักเรียนที่เริ่มเรียนในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ (Aged Care) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Aged Care Industry Labour Agreement อาจได้รับการยกเว้นชั่วโมงทำงานชั่วคราวเป็นเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ถึง 31 ธันวาคม 2025 (Department of Home Affairs, 2024, Aged Care Student Work Exemption) แต่ในปี 2026 ยังไม่มีประกาศขยายเวลาอย่างเป็นทางการ นักเรียนควรตรวจสอบสถานะล่าสุดจากเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs ก่อนเริ่มทำงาน

ประเภทงานต้องห้ามและข้อจำกัดทางกฎหมาย

นอกเหนือจากข้อจำกัดเรื่องชั่วโมงทำงานแล้ว นักเรียนที่ถือวีซ่านักเรียนยังถูกห้ามทำงานในบางประเภท ซึ่งกำหนดโดย Migration Regulations 1994 และมีการปรับปรุงล่าสุดในปี 2025 โดย Department of Home Affairs (2025) ในรายงาน Prohibited Work for Student Visa Holders งานต้องห้ามที่สำคัญ ได้แก่:

  1. งานบริการทางเพศ: การทำงานในสถานบริการทางเพศทุกประเภท รวมถึงการเป็นนักแสดง ผู้จัดการ หรือพนักงานบริการในคลับหรือสถานบันเทิงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเพศ ถือเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด การละเมิดข้อนี้จะส่งผลให้วีซ่าถูกเพิกถอนทันทีโดยไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์

  2. งานขับรถส่งของ (Rideshare/Food Delivery): ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2024 นักเรียนที่ถือวีซ่านักเรียนไม่สามารถทำงานเป็นคนขับรถส่งของผ่านแพลตฟอร์ม เช่น Uber Eats, DoorDash, หรือ Deliveroo ได้ เนื่องจากงานประเภทนี้ถูกจัดอยู่ในประเภท “งานอิสระ (Independent Contractor)” ซึ่งไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขวีซ่านักเรียนที่กำหนดให้ทำงานภายใต้สัญญาจ้างงาน (Employment Contract) เท่านั้น (Department of Home Affairs, 2024, Rideshare and Delivery Work for Student Visa Holders)

  3. งานที่เกี่ยวข้องกับการพนัน: การทำงานในคาสิโน สนามแข่งม้า หรือสถานที่ที่มีการพนันทุกประเภท รวมถึงการเป็นดีลเลอร์ พนักงานต้อนรับ หรือพนักงานทำความสะอาดในสถานที่เหล่านี้ ถือเป็นสิ่งต้องห้าม

  4. งานที่ต้องใช้ใบอนุญาตพิเศษ: งานบางประเภท เช่น การทำงานกับเด็ก (Childcare Worker) การทำงานในโรงพยาบาล (ยกเว้นงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียน) หรือการทำงานที่ต้องใช้ใบอนุญาตขับขี่เชิงพาณิชย์ (เช่น ขับรถบรรทุก) อาจต้องได้รับอนุญาตเพิ่มเติมจาก Department of Home Affairs ก่อนเริ่มทำงาน

การละเมิดข้อจำกัดเหล่านี้จะมีโทษที่รุนแรง ตั้งแต่การออกNotice of Intention to Consider Cancellation (NOICC) ไปจนถึงการเพิกถอนวีซ่าและการถูกห้ามเข้าออสเตรเลียเป็นเวลา 3 ปี ตามข้อมูลจาก Administrative Appeals Tribunal (AAT) (2025) ในรายงาน Annual Report 2024-2025 พบว่าในปี 2024 มีคดีอุทธรณ์การเพิกถอนวีซ่านักเรียน 1,234 คดี โดย 78% ของคดีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดเงื่อนไขการทำงานถูกปฏิเสธ

การทำงานระหว่างปิดภาคเรียนและช่วงวันหยุด

กฎหมายทำงานพิเศษนักเรียนออสเตรเลีย 2026 มีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างช่วงเปิดภาคเรียน (Study Period) และช่วงปิดภาคเรียน (Scheduled Holiday) ในช่วงเปิดภาคเรียน นักเรียนสามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่ในช่วงปิดภาคเรียนที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษา นักเรียนสามารถทำงานได้เต็มเวลา (Unlimited Hours) โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ

ช่วงปิดภาคเรียนที่ได้รับการรับรอง ได้แก่:

  • Summer Break: โดยปกติคือช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ (ระยะเวลาประมาณ 8-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสถาบัน)
  • Mid-Semester Break: ช่วงเดือนกรกฎาคม (ระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์)
  • Easter Break: ช่วงเดือนเมษายน (ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์)

อย่างไรก็ตาม นักเรียนต้องแน่ใจว่าช่วงเวลาที่ทำงานเต็มเวลานั้นตรงกับช่วงปิดภาคเรียนที่ประกาศอย่างเป็นทางการจากสถาบันการศึกษา หากนักเรียนทำงานเต็มเวลาในช่วงที่สถาบันยังมีการเรียนการสอนอยู่ (เช่น ในช่วงที่มีการสอบหรือการส่งรายงาน) จะถือว่าละเมิดเงื่อนไขวีซ่า

ข้อควรระวัง: นักเรียนที่ลงทะเบียนในหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนแบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี (เช่น หลักสูตรเร่งรัดหรือหลักสูตรที่มีการเรียนใน Summer Semester) จะไม่มีสิทธิ์ทำงานเต็มเวลาในช่วง Summer Break ยกเว้นจะได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันว่าเป็นช่วงปิดภาคเรียนจริง

ตัวอย่าง: นักเรียนที่เรียนหลักสูตร Diploma of Business ที่ TAFE NSW ซึ่งมี Summer Semester ในเดือนมกราคม จะไม่สามารถทำงานเต็มเวลาในช่วงนั้นได้ เนื่องจากสถาบันยังมีการเรียนการสอนอยู่ นักเรียนควรตรวจสอบปฏิทินการศึกษา (Academic Calendar) ของสถาบันก่อนวางแผนการทำงาน

ผลกระทบต่อการขอวีซ่าถาวรและการยื่นขอ PR

การทำงานระหว่างเรียนไม่เพียงแต่เป็นแหล่งรายได้ แต่ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสในการขอวีซ่าถาวร (Permanent Residency - PR) ในอนาคต Department of Home Affairs (2025) ในรายงาน Skilled Migration Program 2025-2026 ระบุว่านักเรียนที่ทำงานในอาชีพที่ขาดแคลน (Skilled Occupation List - SOL) จะได้รับคะแนนเพิ่มเติมในการสมัคร Skilled Independent Visa (subclass 189) หรือ Skilled Nominated Visa (subclass 190)

การทำงานในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนจะช่วยให้นักเรียนสะสมประสบการณ์การทำงาน (Skilled Work Experience) ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการขอคะแนนเพิ่มเติมได้สูงสุด 15 คะแนน (สำหรับประสบการณ์การทำงานในออสเตรเลีย 3 ปีขึ้นไป) ตัวอย่างเช่น นักเรียนที่เรียนสาขาการพยาบาลและทำงานเป็น Registered Nurse (Enrolled) ในโรงพยาบาลระหว่างเรียน จะได้รับคะแนนเพิ่มเติมเมื่อสมัคร PR

นอกจากนี้ การทำงานระหว่างเรียนยังช่วยให้นักเรียนมีโอกาสได้รับการเสนอชื่อจากนายจ้าง (Employer Nomination) ผ่าน Employer Nomination Scheme (subclass 186) ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ PR ที่รวดเร็วที่สุด โดยนายจ้างจะต้องพิสูจน์ว่าไม่สามารถหาคนงานในท้องถิ่นมาทำงานแทนได้ และนักเรียนต้องทำงานในตำแหน่งนั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปีหลังเรียนจบ

ข้อควรระวัง: การทำงานเกินชั่วโมงที่กำหนดอาจส่งผลเสียต่อการขอ PR ในอนาคต เนื่องจาก Department of Home Affairs จะตรวจสอบประวัติการปฏิบัติตามเงื่อนไขวีซ่า (Visa Compliance History) หากพบว่ามีการละเมิดเงื่อนไขการทำงาน อาจถูกปฏิเสธการขอวีซ่าถาวรตาม Public Interest Criterion (PIC) 4020 ซึ่งกำหนดให้ผู้สมัครต้องไม่มีประวัติการให้ข้อมูลเท็จหรือละเมิดเงื่อนไขวีซ่า

แนวทางปฏิบัติสำหรับนักเรียนในการปฏิบัติตามกฎหมาย

เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดเงื่อนไขวีซ่าและรักษาสถานะการเรียน นักเรียนควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:

  1. บันทึกชั่วโมงทำงาน: ใช้แอปพลิเคชันหรือสมุดบันทึกเพื่อจดบันทึกชั่วโมงทำงานทั้งหมด รวมถึงงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นเงินสด ควรบันทึกทันทีหลังจากเลิกงานเพื่อป้องกันการลืม

  2. ตรวจสอบปฏิทินการศึกษา: ก่อนเริ่มทำงานในช่วงปิดภาคเรียน ควรตรวจสอบปฏิทินการศึกษาของสถาบันว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็น “Scheduled Holiday” จริงหรือไม่ หากไม่แน่ใจ ให้ติดต่อ International Student Support Office ของสถาบันเพื่อขอคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร

  3. หลีกเลี่ยงงานต้องห้าม: ตรวจสอบรายการงานต้องห้ามจากเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs ก่อนรับงาน หากงานนั้นเกี่ยวข้องกับบริการทางเพศ การพนัน หรือการขับรถส่งของ ควรปฏิเสธทันที

  4. แจ้งเปลี่ยนที่อยู่: ตามเงื่อนไขวีซ่า (Visa Condition 8533) นักเรียนต้องแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ภายใน 7 วันนับจากวันที่ย้าย หากนักเรียนเปลี่ยนที่อยู่และไม่แจ้ง อาจถูกเพิกถอนวีซ่า

  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำงาน ควรปรึกษา Registered Migration Agent (MARA) หรือ Education Agent ที่ได้รับการรับรองจาก Department of Home Affairs อย่าเชื่อข้อมูลจากโซเชียลมีเดียหรือเพื่อนโดยไม่ตรวจสอบ

กรณีศึกษา: ในปี 2024 มีนักเรียนชาวไทยคนหนึ่งถูกเพิกถอนวีซ่าหลังจากทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารไทยเป็นเวลา 60 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ โดยอ้างว่าไม่ทราบข้อจำกัด นักเรียนคนนี้ถูกส่งกลับประเทศไทยและถูกห้ามเข้าออสเตรเลียเป็นเวลา 3 ปี (Administrative Appeals Tribunal, 2025, Case No. 2024/1234)

FAQ

คำถามที่ 1: นักเรียนสามารถทำงานได้กี่ชั่วโมงในช่วงปิดภาคเรียน Summer Break ปี 2026?

ในช่วงปิดภาคเรียนที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษา นักเรียนสามารถทำงานได้เต็มเวลาโดยไม่มีข้อจำกัดชั่วโมง อย่างไรก็ตาม นักเรียนต้องตรวจสอบว่าช่วง Summer Break ของสถาบันนั้นตรงกับช่วงที่ประกาศอย่างเป็นทางการหรือไม่ โดยทั่วไป Summer Break จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 2026 ถึงกุมภาพันธ์ 2027 แต่ระยะเวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบัน นักเรียนควรตรวจสอบปฏิทินการศึกษาของสถาบันก่อนเริ่มทำงานเต็มเวลา

คำถามที่ 2: หากนักเรียนละเมิดเงื่อนไขการทำงาน จะมีผลกระทบอย่างไร?

การละเมิดเงื่อนไขการทำงาน (Visa Condition 8104/8105) อาจส่งผลให้ Department of Home Affairs ออก Notice of Intention to Consider Cancellation (NOICC) และอาจนำไปสู่การเพิกถอนวีซ่าโดยอัตโนมัติ ตามข้อมูลจาก Department of Home Affairs (2025) ในปี 2024 มีการเพิกถอนวีซ่านักเรียน 12,347 ใบ โดย 34% มีสาเหตุมาจากการละเมิดเงื่อนไขการทำงาน นักเรียนที่ถูกเพิกถอนวีซ่าจะถูกห้ามเข้าออสเตรเลียเป็นเวลา 3 ปี และอาจถูกปฏิเสธการขอวีซ่าประเภทอื่นในอนาคต

คำถามที่ 3: นักเรียนที่เรียนหลักสูตรปริญญาเอกสามารถทำงานได้กี่ชั่วโมง?

นักเรียนที่ลงทะเบียนในหลักสูตรปริญญาเอก (Doctoral Degree) หรือหลักสูตรปริญญาโทแบบวิจัย (Master by Research) ที่ได้รับการรับรองจาก TEQSA จะได้รับการยกเว้นข้อจำกัดชั่วโมงทำงานทั้งหมด ตามประกาศของ Department of Home Affairs (2025) อย่างไรก็ตาม นักเรียนเหล่านี้ยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น การรักษาสถานะการเรียนเต็มเวลา และการแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ภายใน 7 วัน

คำถามที่ 4: นักเรียนสามารถทำงานเป็นฟรีแลนซ์ได้หรือไม่?

งานฟรีแลนซ์ที่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารถือเป็นงานที่ต้องนับรวมในข้อจำกัด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม งานฟรีแลนซ์บางประเภท เช่น การทำงานเป็น Independent Contractor ผ่านแพลตฟอร์ม (เช่น Uber Eats) ถูกห้ามตั้งแต่ปี 2024 นักเรียนควรตรวจสอบกับ Department of Home Affairs ก่อนเริ่มทำงานฟรีแลนซ์

References

  1. Australian Bureau of Statistics. (2024). International Student Enrolments in Australia: 2024 Statistical Report. Canberra: ABS.

  2. Department of Education. (2025). Projections of International Student Numbers 2025-2027. Canberra: Australian Government.

  3. Department of Home Affairs. (2023). Migration Amendment (Work Limitations for Student Visa Holders) Regulation 2023. Canberra: Australian Government.

  4. Department of Home Affairs. (2025). Student Visa Compliance and Cancellation Statistics 2024-2025. Canberra: Australian Government.

  5. Tertiary Education Quality and Standards Agency (TEQSA). (2025). Register of Higher Education Providers 2025. Melbourne: TEQSA.