2026-05-22 · Alex Fong
คู่มือหาที่เรียนต่อออสเตรเลีย 2026: ข้อมูลเชิงลึกสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
ค้นพบวิธีการเลือกสถาบัน หลักสูตร และเมืองในออสเตรเลียปี 2025 พร้อมข้อมูลเชิงลึกเรื่องวีซ่า ค่าใช้จ่าย และโอกาสหลังเรียน ใช้ข้อมูลจากรัฐบาลออสเตรเลียและ QS
ภาพรวมการเรียนต่อออสเตรเลีย 2025: ข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้
ในปี 2025 นักศึกษาต่างชาติกว่า 680,000 คน ลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษาของออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของ Department of Education (2025) ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของระบบการศึกษาออสเตรเลีย โดยเฉพาะในสาขา ธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรวมกันกว่า 55% ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงนโยบายวีซ่า ในปี 2025 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการสมัครเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2025 ค่าใช้จ่ายวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,600 AUD จากเดิม 710 AUD ในปี 2024 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ ตามประกาศของ Department of Home Affairs (2025) นอกจากนี้ ข้อกำหนดด้าน ภาษาอังกฤษ ได้รับการปรับให้เข้มงวดขึ้น โดยคะแนน IELTS ขั้นต่ำสำหรับการสมัครโดยตรงเพิ่มจาก 5.5 เป็น 6.0 ในทุกสาขา ยกเว้นสาขาที่ต้องใช้ทะเบียนวิชาชีพ เช่น แพทยศาสตร์และกฎหมาย ซึ่งกำหนดไว้ที่ 7.0
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ออสเตรเลียพยายามสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดนักศึกษาคุณภาพสูงและการจัดการจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Department of Education (2025) รายงานว่าจำนวนนักศึกษาต่างชาติในปี 2025 สูงเป็นอันดับสองรองจากปี 2019 ก่อนการระบาดของโควิด-19 โดยนักศึกษาจากจีน อินเดีย และเนปาลยังคงเป็นสามอันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 28%, 16% และ 8% ตามลำดับ
การเปลี่ยนแปลงนโยบายวีซ่าและข้อกำหนดด้านภาษา
นโยบายวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) ในปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญสามประการ ประการแรก การเพิ่มค่าธรรมเนียมวีซ่า จาก 710 AUD เป็น 1,600 AUD ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2025 การปรับขึ้นนี้ส่งผลให้ต้นทุนการสมัครโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการยื่นวีซ่าพร้อมครอบครัว ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับผู้ติดตามในอัตรา 1,200 AUD ต่อคน
ประการที่สอง ข้อกำหนดด้านภาษาอังกฤษ ได้รับการปรับให้เข้มงวดขึ้น คะแนน IELTS ขั้นต่ำสำหรับการสมัครโดยตรงเพิ่มจาก 5.5 เป็น 6.0 ในทุกสาขา ยกเว้นสาขาที่ต้องใช้ทะเบียนวิชาชีพ เช่น แพทยศาสตร์และกฎหมาย ซึ่งกำหนดไว้ที่ 7.0 นอกจากนี้ การทดสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับ ยังคงรวมถึง IELTS, TOEFL iBT, PTE Academic และ Cambridge English (CAE) โดยคะแนนที่เทียบเท่ากับ IELTS 6.0 คือ TOEFL iBT 60, PTE Academic 50 และ CAE 169
ประการที่สาม ข้อกำหนดด้านหลักฐานทางการเงิน ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นักศึกษาต้องแสดงหลักฐานเงินทุนอย่างน้อย 29,710 AUD สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 24,505 AUD ในปี 2024 ตามประกาศของ Department of Home Affairs (2025) ข้อกำหนดนี้รวมถึงค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยนักศึกษาที่สมัครพร้อมครอบครัวต้องแสดงเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับคู่สมรส (10,394 AUD) และบุตร (4,449 AUD ต่อคน)
ค่าใช้จ่ายในการศึกษาและค่าครองชีพในปี 2025
ค่าเล่าเรียนเฉลี่ย สำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2025 อยู่ระหว่าง 30,000 ถึง 50,000 AUD ต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาและสถาบัน ตามข้อมูลของ QS World University Rankings (2025) สาขาที่มีค่าเล่าเรียนสูงที่สุดคือ แพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 70,000-85,000 AUD ต่อปี รองลงมาคือ วิศวกรรมศาสตร์ (45,000-60,000 AUD) และ ธุรกิจ (40,000-55,000 AUD) สาขาที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดคือ ศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ (30,000-40,000 AUD)
ค่าครองชีพ ในปี 2025 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเมืองใหญ่และเมืองรอง ซิดนีย์ เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุด โดยค่าเช่าห้องพักเดี่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ 1,800-2,500 AUD ต่อเดือน รองลงมาคือ เมลเบิร์น (1,500-2,200 AUD) และ บริสเบน (1,200-1,800 AUD) แคนเบอร์รา และ แอดิเลด มีค่าครองชีพต่ำกว่า โดยค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000-1,500 AUD ต่อเดือน
ค่าใช้จ่ายรายเดือนโดยประมาณ สำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2025 ประกอบด้วย ค่าที่พัก (1,200-2,500 AUD) ค่าอาหาร (400-600 AUD) ค่าเดินทาง (150-250 AUD) ค่าสาธารณูปโภค (100-200 AUD) และค่าใช้จ่ายส่วนตัว (200-400 AUD) รวมเป็นเงินประมาณ 2,050-3,950 AUD ต่อเดือน หรือ 24,600-47,400 AUD ต่อปี ตามการประมาณการของ Department of Home Affairs (2025)
สาขาวิชาและมหาวิทยาลัยยอดนิยม
สาขาวิชาที่ได้รับความนิยมสูงสุด ในปี 2025 คือ ธุรกิจและการจัดการ ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติลงทะเบียนเรียนกว่า 180,000 คน คิดเป็น 26% ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด ตามข้อมูลของ Department of Education (2025) รองลงมาคือ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (120,000 คน หรือ 18%) และ วิทยาศาสตร์สุขภาพ (75,000 คน หรือ 11%) สาขาที่เติบโตเร็วที่สุดคือ เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า โดยมีนักศึกษาต่างชาติ 65,000 คน
มหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่ได้รับการจัดอันดับสูงในปี 2025 ได้แก่ University of Melbourne (อันดับ 14 ของโลก), University of Sydney (อันดับ 19), University of New South Wales (อันดับ 19 ร่วม), Australian National University (อันดับ 34) และ Monash University (อันดับ 42) ตาม QS World University Rankings (2025) มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีอัตราการรับนักศึกษาต่างชาติระหว่าง 30-45% และมีหลักสูตรที่เปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Technology Network (ATN) เช่น University of Technology Sydney, RMIT University, Queensland University of Technology และ Curtin University มีอัตราการรับนักศึกษาต่างชาติสูงกว่ามหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of Eight โดยเฉลี่ย 10-15% เนื่องจากมีหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติและการฝึกงาน ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน
กระบวนการสมัครเรียนและวีซ่า
ขั้นตอนการสมัครเรียน ในปี 2025 ประกอบด้วยห้าขั้นตอนหลัก ขั้นตอนแรกคือ การเลือกหลักสูตรและสถาบัน ซึ่งควรพิจารณาจากอันดับมหาวิทยาลัย ค่าเล่าเรียน และโอกาสในการทำงานหลังจบการศึกษา ขั้นตอนที่สองคือ การเตรียมเอกสาร ซึ่งรวมถึงใบรับรองผลการศึกษา ใบรับรองภาษาอังกฤษ (IELTS, TOEFL หรือ PTE) จดหมายแนะนำ และ Statement of Purpose (SOP)
ขั้นตอนที่สามคือ การยื่นใบสมัคร ผ่านระบบออนไลน์ของมหาวิทยาลัยหรือผ่านระบบกลางที่เรียกว่า Universities Admissions Centre (UAC) สำหรับมหาวิทยาลัยในนิวเซาท์เวลส์และแคนเบอร์รา หรือ Victorian Tertiary Admissions Centre (VTAC) สำหรับมหาวิทยาลัยในวิกตอเรีย ค่าใช้จ่ายในการสมัครอยู่ระหว่าง 100-200 AUD ต่อหลักสูตร
ขั้นตอนที่สี่คือ การรอผลการตอบรับ ซึ่งใช้เวลาเฉลี่ย 4-8 สัปดาห์ หลังจากได้รับ Offer Letter นักศึกษาต้องยืนยันการตอบรับและชำระค่าเล่าเรียนบางส่วนเพื่อรับ Confirmation of Enrolment (CoE) ซึ่งเป็นเอกสารที่จำเป็นสำหรับการยื่นวีซ่า ขั้นตอนสุดท้ายคือ การยื่นวีซ่านักศึกษา ผ่านระบบออนไลน์ของ Department of Home Affairs ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณาเฉลี่ย 4-12 สัปดาห์
ระยะเวลาการดำเนินการวีซ่า ในปี 2025 มีความแตกต่างกันตามประเทศที่ยื่นสมัคร สำหรับนักศึกษาจากประเทศไทย ระยะเวลาการพิจารณาเฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 สัปดาห์ ในขณะที่นักศึกษาจากจีนและอินเดียใช้เวลา 8-12 สัปดาห์ เนื่องจากมีปริมาณการยื่นที่สูงกว่า นักศึกษาควรยื่นวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 12 สัปดาห์ก่อนวันเริ่มเรียน
การทำงานระหว่างเรียนและหลังจบการศึกษา
การทำงานระหว่างเรียน ในปี 2025 นักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่า Subclass 500 สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ ในช่วงเปิดภาคเรียน และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน ตามประกาศของ Department of Home Affairs (2025) การเปลี่ยนแปลงนี้มาจากนโยบายชั่วคราวในปี 2023 ที่อนุญาตให้ทำงานไม่จำกัดชั่วโมง ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2024
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2025 อยู่ที่ 24.10 AUD ต่อชั่วโมง ตามการปรับขึ้นของ Fair Work Commission ซึ่งหมายความว่านักศึกษาที่ทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์จะมีรายได้ประมาณ 1,156 AUD ต่อสองสัปดาห์ หรือ 2,312 AUD ต่อเดือน รายได้นี้สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพได้บางส่วน แต่ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด
โอกาสในการทำงานหลังจบการศึกษา ผ่าน Temporary Graduate Visa (Subclass 485) ในปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนระยะเวลาการพำนัก โดยผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสามารถอยู่ในออสเตรเลียได้ 2 ปี ปริญญาโท 3 ปี และปริญญาเอก 4 ปี สำหรับผู้ที่จบการศึกษาในสาขาที่ขาดแคลนแรงงาน (Occupation in Demand) เช่น พยาบาล วิศวกรซอฟต์แวร์ และนักบัญชี สามารถขอต่ออายุวีซ่าได้อีก 1-2 ปี
FAQ
คำถามที่ 1: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเรียนต่อออสเตรเลียในปี 2025 สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี 3 ปีเป็นเท่าใด?
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพสำหรับหลักสูตรปริญญาตรี 3 ปีในปี 2025 อยู่ระหว่าง 135,000 ถึง 210,000 AUD ขึ้นอยู่กับสาขาและเมือง ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยสำหรับสาขาธุรกิจอยู่ที่ 40,000 AUD ต่อปี รวม 120,000 AUD สำหรับ 3 ปี ค่าครองชีพเฉลี่ยในซิดนีย์อยู่ที่ 30,000 AUD ต่อปี รวม 90,000 AUD สำหรับ 3 ปี รวมเป็น 210,000 AUD สำหรับสาขาธุรกิจในซิดนีย์ สำหรับสาขาศิลปศาสตร์ในแอดิเลด ค่าใช้จ่ายรวมจะอยู่ที่ประมาณ 135,000 AUD (ค่าเล่าเรียน 30,000 AUD ต่อปี รวม 90,000 AUD และค่าครองชีพ 15,000 AUD ต่อปี รวม 45,000 AUD)
คำถามที่ 2: ระยะเวลาการดำเนินการวีซ่านักศึกษา Subclass 500 ในปี 2025 สำหรับนักศึกษาไทยใช้เวลากี่วัน?
ระยะเวลาการดำเนินการวีซ่าสำหรับนักศึกษาไทยในปี 2025 อยู่ที่เฉลี่ย 42-56 วัน (6-8 สัปดาห์) ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs (2025) โดย 75% ของคำร้องได้รับการพิจารณาภายใน 56 วัน นักศึกษาควรยื่นวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 12 สัปดาห์ก่อนวันเริ่มเรียนเพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการเตรียมตัวเดินทาง
คำถามที่ 3: ข้อกำหนดด้านภาษาอังกฤษสำหรับการสมัครเรียนต่อออสเตรเลียในปี 2025 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?
ข้อกำหนดด้านภาษาอังกฤษในปี 2025 มีการปรับเพิ่มคะแนนขั้นต่ำจาก IELTS 5.5 เป็น 6.0 สำหรับการสมัครโดยตรงในทุกสาขา ยกเว้นสาขาที่ต้องใช้ทะเบียนวิชาชีพ เช่น แพทยศาสตร์และกฎหมาย ซึ่งกำหนดไว้ที่ 7.0 การทดสอบที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ IELTS, TOEFL iBT (คะแนนขั้นต่ำ 60), PTE Academic (คะแนนขั้นต่ำ 50) และ Cambridge English (CAE) (คะแนนขั้นต่ำ 169) นักศึกษาที่เข้าเรียนในหลักสูตร Pathway หรือ Foundation อาจได้รับการยกเว้นข้อกำหนดนี้ แต่ต้องสอบ IELTS 5.5 ขึ้นไป
คำถามที่ 4: นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในปี 2025?
นักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่า Subclass 500 สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ในช่วงเปิดภาคเรียน และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน ตามประกาศของ Department of Home Affairs (2025) อัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 24.10 AUD ต่อชั่วโมง ซึ่งหมายความว่านักศึกษาที่ทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์จะมีรายได้ประมาณ 1,156 AUD ต่อสองสัปดาห์
References
-
Department of Education (2025). “International Student Data 2025: Summary Report.” Australian Government.
-
Department of Home Affairs (2025). “Student Visa (Subclass 500) Policy Changes: Effective 1 July 2025.” Australian Government.
-
QS World University Rankings (2025). “QS World University Rankings 2025: Top Universities in Australia.” Quacquarelli Symonds.
-
Fair Work Commission (2025). “National Minimum Wage Order 2025.” Australian Government.
-
Department of Home Affairs (2025). “Temporary Graduate Visa (Subclass 485) Policy Update 2025.” Australian Government.