2026-05-22 · Marcus Whitlam
วิธีสมัครเรียนต่อออสเตรเลีย 2026: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักศึกษาต่างชาติ
คู่มือสมัครเรียนต่อออสเตรเลีย 2025 ครอบคลุมขั้นตอน เอกสาร วีซ่า และค่าใช้จ่าย พร้อมข้อมูลสถิติล่าสุดจากรัฐบาลออสเตรเลียและ QS
ภาพรวมการสมัครเรียนต่อออสเตรเลีย 2026: ตัวเลขและแนวโน้มสำคัญ
การสมัครเรียนต่อออสเตรเลียในปี 2026 ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นของนักศึกษาต่างชาติ จากข้อมูล Department of Education (2026) รายงานว่ามีนักศึกษาต่างชาติลงทะเบียนเรียนในออสเตรเลียมากกว่า 810,000 คน ในปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้น 8% จากปี 2024 ที่มีจำนวน 750,000 คน การเติบโตนี้ชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2024 ที่เพิ่มขึ้น 15% แต่ยังคงเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 6% ต่อปี
QS World University Rankings (2026) ระบุว่ามหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย 9 แห่งติดอันดับ 100 แรกของโลก โดย University of Melbourne อยู่ในอันดับที่ 13 (เพิ่มขึ้นจากอันดับ 14 ในปี 2025) University of Sydney อันดับที่ 18 (จากอันดับ 19) และ University of New South Wales อันดับที่ 19 (จากอันดับ 19 เท่าเดิม) การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอันดับสะท้อนถึงการลงทุนด้านการวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูดนักศึกษาต่างชาติ
แหล่งที่มาหลักของนักศึกษาต่างชาติในปี 2025 ยังคงเป็น จีน (22%), อินเดีย (16%), เนปาล (8%), เวียดนาม (5%) และ ฟิลิปปินส์ (4%) ตามข้อมูลจาก Department of Home Affairs (2026) อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของนักศึกษาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งเพิ่มขึ้น 12% และ 9% ตามลำดับเมื่อเทียบกับปี 2024
ขั้นตอนการสมัครเรียนต่อออสเตรเลีย 2026: ตั้งแต่เลือกหลักสูตรจนถึงขอวีซ่า
กระบวนการสมัครเรียนต่อออสเตรเลียในปี 2026 มีขั้นตอนหลัก 5 ขั้นตอนที่นักศึกษาต้องดำเนินการตามลำดับ ขั้นตอนแรกคือ การเลือกหลักสูตรและสถาบัน ซึ่งต้องตรวจสอบว่าโปรแกรมที่สนใจได้รับการรับรองจาก TEQSA (Tertiary Education Quality and Standards Agency) และอยู่ในทะเบียน CRICOS (Commonwealth Register of Institutions and Courses for Overseas Students) ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2026 มีหลักสูตรที่ลงทะเบียน CRICOS มากกว่า 12,000 หลักสูตรในสถาบันกว่า 1,200 แห่ง
ขั้นตอนที่สองคือ การยื่นใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้ระบบสมัครของตนเอง ยกเว้นมหาวิทยาลัยในรัฐควีนส์แลนด์และวิกตอเรียที่ใช้ระบบรวมศูนย์ เช่น QTAC (Queensland Tertiary Admissions Centre) และ VTAC (Victorian Tertiary Admissions Centre) ค่าธรรมเนียมการสมัครอยู่ระหว่าง AUD 50 ถึง AUD 150 ต่อหลักสูตร โดยมหาวิทยาลัย Group of Eight (Go8) มักคิดค่าธรรมเนียมสูงกว่ามหาวิทยาลัยนอกกลุ่ม
ขั้นตอนที่สามคือ การรอรับจดหมายเสนอเข้าเรียน (Offer Letter) ระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ยอยู่ที่ 2-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและช่วงเวลาสมัคร สำหรับหลักสูตรที่มีการแข่งขันสูง เช่น แพทยศาสตร์หรือสัตวแพทยศาสตร์ อาจใช้เวลานานถึง 12 สัปดาห์ เมื่อได้รับ Offer แล้ว นักศึกษาต้องยืนยันการตอบรับและชำระค่าเล่าเรียนบางส่วนเพื่อรับ Confirmation of Enrolment (CoE) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญสำหรับการยื่นขอวีซ่า
ขั้นตอนที่สี่คือ การยื่นขอวีซ่านักศึกษา (Student Visa Subclass 500) ผ่านระบบ ImmiAccount ของ Department of Home Affairs เอกสารที่ต้องใช้ประกอบด้วย CoE, หลักฐานการเงิน (ต้องแสดงเงินอย่างน้อย AUD 29,710 สำหรับค่าใช้จ่ายในปี 2026), หลักฐานการสอบภาษาอังกฤษ (IELTS, TOEFL, PTE Academic หรือ Cambridge English) และประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ (OSHC) ระยะเวลาดำเนินการวีซ่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4-8 สัปดาห์
ขั้นตอนสุดท้ายคือ การเตรียมตัวเดินทาง รวมถึงการจองตั๋วเครื่องบิน การหาที่พัก และการลงทะเบียนเรียน ข้อมูลจาก Study Australia (2026) แนะนำให้นักศึกษามาถึงออสเตรเลียอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันเปิดเรียนเพื่อปรับตัวกับสภาพอากาศและเวลาที่แตกต่าง
ข้อกำหนดวีซ่านักศึกษาออสเตรเลีย 2026: การเปลี่ยนแปลงล่าสุด
Department of Home Affairs (2026) ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ การปรับเพิ่มเกณฑ์ความสามารถภาษาอังกฤษ สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี ต้องมีคะแนน IELTS ขั้นต่ำ 6.5 (จากเดิม 6.0) โดยแต่ละทักษะต้องไม่ต่ำกว่า 6.0 ส่วนหลักสูตรปริญญาโทต้องมี IELTS 7.0 (จากเดิม 6.5) โดยแต่ละทักษะต้องไม่ต่ำกว่า 6.5
การเปลี่ยนแปลงที่สองคือ การปรับเพิ่มเกณฑ์ทางการเงิน นักศึกษาต้องแสดงหลักฐานเงินในบัญชีอย่างน้อย AUD 32,960 สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวในปี 2026 (เพิ่มขึ้นจาก AUD 29,710 ในปี 2025) สำหรับนักศึกษาที่มีคู่สมรสต้องมีเงินเพิ่มอีก AUD 11,520 และสำหรับบุตรคนละ AUD 3,840 เงินจำนวนนี้ต้องอยู่ในบัญชีอย่างน้อย 3 เดือนก่อนยื่นขอวีซ่า
การเปลี่ยนแปลงที่สามคือ การยกเลิกการต่อวีซ่าอัตโนมัติสำหรับนักศึกษาที่เปลี่ยนหลักสูตร ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 นักศึกษาที่เปลี่ยนหลักสูตรหรือสถาบันจะต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ทั้งหมด ไม่สามารถใช้ CoE ใหม่เพื่อขยายวีซ่าเดิมได้อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบต่อนักศึกษาที่ต้องการเปลี่ยนสาขาวิชาหรือย้ายมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ ข้อกำหนดเรื่องการทำงานระหว่างเรียน ยังคงอนุญาตให้ทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคเรียน และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน อย่างไรก็ตาม นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรปริญญาเอกสามารถทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายและทุนการศึกษา 2026: งบประมาณที่ต้องเตรียม
ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อออสเตรเลียในปี 2026 แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าเล่าเรียน, ค่าครองชีพ และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามข้อมูลจาก Study Australia (2026) ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 อยู่ที่ AUD 35,000 ถึง AUD 55,000 ต่อปีสำหรับหลักสูตรปริญญาตรี และ AUD 40,000 ถึง AUD 65,000 ต่อปีสำหรับหลักสูตรปริญญาโท โดยมหาวิทยาลัย Group of Eight มีค่าเล่าเรียนสูงกว่ามหาวิทยาลัยนอกกลุ่มประมาณ 20-30%
ค่าครองชีพในปี 2026 ตามเกณฑ์ของ Department of Home Affairs อยู่ที่ AUD 32,960 ต่อปี อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพจริงในเมืองใหญ่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ Sydney มีค่าครองชีพสูงที่สุดเฉลี่ย AUD 45,000 ต่อปี รองลงมาคือ Melbourne AUD 40,000, Brisbane AUD 35,000, และ Adelaide AUD 30,000 ตามข้อมูลจาก Numbeo (2026)
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมรวมถึง ประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ (OSHC) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ AUD 600 ถึง AUD 1,200 ต่อปี ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและความคุ้มครอง ค่าเดินทาง ไปกลับประเทศไทย-ออสเตรเลียประมาณ AUD 1,500 ถึง AUD 2,500 และ ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน ประมาณ AUD 500 ถึง AUD 1,000 ต่อปี
ทุนการศึกษา สำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 มีให้เลือกหลากหลาย ทุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย เช่น Australia Awards Scholarship ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าเดินทาง แต่มีการแข่งขันสูงมาก ทุนจากมหาวิทยาลัย เช่น University of Melbourne International Scholarship มอบส่วนลดค่าเล่าเรียน 25% ถึง 100% สำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่น และ University of Sydney International Scholarship มอบส่วนลด 20% ถึง 50%
การเลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรในออสเตรเลีย 2026: ปัจจัยที่ต้องพิจารณา
การเลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรในออสเตรเลียปี 2026 ต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน อันดับมหาวิทยาลัย เป็นปัจจัยแรกที่นักศึกษาส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ จาก QS World University Rankings (2026) มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียที่ติดอันดับ 50 แรกของโลกมี 6 แห่ง ได้แก่ University of Melbourne (อันดับ 13), University of Sydney (อันดับ 18), University of New South Wales (อันดับ 19), Australian National University (อันดับ 30), Monash University (อันดับ 37) และ University of Queensland (อันดับ 43)
สาขาวิชาที่เปิดสอน เป็นปัจจัยที่สอง มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน University of Melbourne มีความโดดเด่นด้าน การแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ University of Sydney ด้าน กฎหมายและธุรกิจ University of New South Wales ด้าน วิศวกรรมและเทคโนโลยี Australian National University ด้าน รัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ Monash University ด้าน เภสัชศาสตร์และเคมี และ University of Queensland ด้าน วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและการเกษตร
ที่ตั้งของมหาวิทยาลัย เป็นปัจจัยที่สาม เมืองใหญ่มีข้อดีคือมีโอกาสในการทำงานและกิจกรรมทางสังคมมากกว่า แต่มีค่าครองชีพสูงกว่า เมืองเล็กอย่าง Adelaide, Perth, Hobart หรือ Darwin มีค่าครองชีพต่ำกว่าและมีบรรยากาศที่เงียบสงบกว่า แต่โอกาสในการทำงานอาจจำกัดกว่า
อัตราการได้งานหลังสำเร็จการศึกษา เป็นปัจจัยที่สี่ จากข้อมูล Graduate Outcomes Survey (2026) โดย Department of Education อัตราการได้งานเต็มเวลาภายใน 4 เดือนหลังสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาต่างชาติในออสเตรเลียอยู่ที่ 72% โดยสาขาที่มีอัตราการได้งานสูงสุดคือ วิศวกรรม (85%), การแพทย์ (82%), เทคโนโลยีสารสนเทศ (78%) และ ธุรกิจ (75%)
กลยุทธ์การสมัครเรียนต่อออสเตรเลีย 2026: เพิ่มโอกาสได้รับการตอบรับ
การสมัครเรียนต่อออสเตรเลียในปี 2026 มีการแข่งขันสูงขึ้น เนื่องจากจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า กลยุทธ์แรกคือ การสมัครหลายหลักสูตรและหลายมหาวิทยาลัย นักศึกษาควรสมัครอย่างน้อย 3-5 หลักสูตรในมหาวิทยาลัยต่างกัน โดยรวมหลักสูตรที่ต้องการมากที่สุด (Dream), หลักสูตรที่มีโอกาสสูง (Target) และหลักสูตรที่มั่นใจได้ (Safety)
กลยุทธ์ที่สองคือ การเตรียมเอกสารให้สมบูรณ์และตรงตามข้อกำหนด เอกสารที่สำคัญที่สุดคือ Personal Statement หรือ Statement of Purpose ซึ่งต้องแสดงให้เห็นถึงแรงจูงใจในการเรียน ความรู้ความสามารถ และเป้าหมายในอนาคต ควรเขียนให้เฉพาะเจาะจงกับแต่ละมหาวิทยาลัยและหลักสูตร ไม่ใช้ template เดียวกันสำหรับทุกใบสมัคร
กลยุทธ์ที่สามคือ การสอบภาษาอังกฤษให้ได้คะแนนสูงกว่าขั้นต่ำ สำหรับหลักสูตรที่มีการแข่งขันสูง การมีคะแนน IELTS 7.0 หรือ 7.5 แทนที่จะเป็น 6.5 จะเพิ่มโอกาสในการได้รับการตอบรับอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก IDP Education (2026) ระบุว่านักศึกษาที่มีคะแนน IELTS สูงกว่าขั้นต่ำ 0.5 มีโอกาสได้รับการตอบรับสูงกว่า 25%
กลยุทธ์ที่สี่คือ การสมัครในช่วงต้น มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เปิดรับสมัครล่วงหน้า 6-12 เดือน การสมัครในช่วงแรก (Early Bird) มีข้อดีคือมีที่นั่งมากกว่า มีโอกาสได้รับทุนการศึกษามากกว่า และมีเวลาเตรียมตัวสำหรับวีซ่ามากกว่า สำหรับหลักสูตรที่เริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ควรเริ่มสมัครตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2026
กลยุทธ์ที่ห้าคือ การขอคำแนะนำจากศูนย์ข้อมูลการศึกษาในประเทศ เช่น Study Australia หรือศูนย์ข้อมูลการศึกษาของสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปออสเตรเลีย 2026: สิ่งที่ต้องทำก่อนออกเดินทาง
การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปออสเตรเลียในปี 2026 ต้องเริ่มต้นอย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันเดินทาง การขอวีซ่า ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเดินทาง เนื่องจากวีซ่านักศึกษาจะออกให้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือนก่อนวันเริ่มเรียน ระยะเวลาดำเนินการเฉลี่ยอยู่ที่ 4-8 สัปดาห์ ดังนั้นควรยื่นขอวีซ่าทันทีที่ได้รับ CoE
การหาที่พัก ควรเริ่มค้นหาล่วงหน้า 2-3 เดือน ตัวเลือกที่พักสำหรับนักศึกษาต่างชาติมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ หอพักมหาวิทยาลัย (On-campus accommodation) ค่าใช้จ่าย AUD 250 ถึง AUD 500 ต่อสัปดาห์ อพาร์ทเมนต์หรือบ้านเช่า (Off-campus rental) AUD 200 ถึง AUD 400 ต่อสัปดาห์ และ โฮมสเตย์ (Homestay) AUD 300 ถึง AUD 400 ต่อสัปดาห์รวมอาหาร
การทำประกันสุขภาพ นักศึกษาต่างชาติทุกคนต้องมี Overseas Student Health Cover (OSHC) ตลอดระยะเวลาที่ถือวีซ่านักศึกษา ผู้ให้บริการ OSHC ที่ได้รับการรับรองในปี 2026 ได้แก่ Medibank, Bupa, Allianz Care, NIB และ Australian Unity ควรเลือกแผนที่มีความคุ้มครองครอบคลุมการรักษาพยาบาลทั่วไป การรักษาในโรงพยาบาล และรถพยาบาล
การเตรียมเอกสารสำคัญ ต้องพกเอกสารดังนี้ติดตัวในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง: หนังสือเดินทางที่มีวีซ่า, CoE, จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย, หลักฐานการชำระค่าเล่าเรียน, หลักฐานการทำ OSHC, และที่อยู่ติดต่อในออสเตรเลีย
การเปิดบัญชีธนาคาร สามารถเปิดบัญชีธนาคารในออสเตรเลียล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ของธนาคารใหญ่ เช่น Commonwealth Bank, Westpac, ANZ หรือ NAB โดยสามารถเปิดบัญชีได้ 14 วันก่อนเดินทางและเปิดใช้งานเมื่อเดินทางถึงออสเตรเลีย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถาม 1: ต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษเท่าไหร่ในการสมัครเรียนต่อออสเตรเลียปี 2026?
สำหรับปี 2026 ข้อกำหนดคะแนนภาษาอังกฤษขั้นต่ำสำหรับวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) คือ IELTS 6.5 สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0) และ IELTS 7.0 สำหรับหลักสูตรปริญญาโท (แต่ละทักษะไม่ต่ำกว่า 6.5) อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจกำหนดคะแนนสูงกว่าขั้นต่ำของวีซ่า โดยเฉพาะหลักสูตรที่มีการแข่งขันสูง เช่น แพทยศาสตร์หรือกฎหมาย ซึ่งอาจต้องใช้ IELTS 7.5 ขึ้นไป
คำถาม 2: ค่าใช้จ่ายรวมในการเรียนต่อออสเตรเลียปี 2026 ประมาณเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณสำหรับนักศึกษาต่างชาติในปี 2026 ประกอบด้วยค่าเล่าเรียน AUD 35,000-55,000 ต่อปี ค่าครองชีพตามเกณฑ์ Department of Home Affairs AUD 32,960 ต่อปี (แต่จริงใน Sydney อาจสูงถึง AUD 45,000) ประกันสุขภาพ AUD 600-1,200 ต่อปี และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ AUD 2,000-4,000 ต่อปี รวมแล้วประมาณ AUD 70,000-100,000 ต่อปี
คำถาม 3: ระยะเวลาดำเนินการขอวีซ่านักศึกษาออสเตรเลียในปี 2026 นานเท่าไหร่?
ระยะเวลาดำเนินการขอวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) ในปี 2026 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4-8 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามประเทศที่ยื่นขอและช่วงเวลาของปี สำหรับนักศึกษาที่ต้องการเริ่มเรียนในภาคการศึกษาแรก (กุมภาพันธ์ 2027) ควรยื่นขอวีซ่าตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม 2026 เพื่อให้มีเวลาเพียงพอ
คำถาม 4: สามารถทำงานระหว่างเรียนในออสเตรเลียได้กี่ชั่วโมง?
ในปี 2026 นักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่านักศึกษา (Subclass 500) สามารถทำงานได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคเรียน และทำงานเต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียน นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรปริญญาเอกสามารถทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมง
อ้างอิง
- Department of Education, Australian Government (2026). “International Student Data 2025: Summary Report.”
- QS Quacquarelli Symonds (2026). “QS World University Rankings 2026: Methodology and Results.”
- Department of Home Affairs, Australian Government (2026). “Student Visa (Subclass 500) Requirements and Processing Times.”
- TEQSA (Tertiary Education Quality and Standards Agency) (2026). “National Register of Higher Education Providers.”
- Study Australia, Australian Government (2026). “Cost of Living and Scholarship Guide for International Students.”
Get an OSHC quote now
Loading… If the widget does not appear, please refresh the page.
FAQ
Q1: เอกสารอะไรบ้างที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครเรียนต่อออสเตรเลียปี 2025?
Answer: ต้องใช้เอกสารหลัก 5 รายการ ได้แก่ 1) หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน 2) ใบแสดงผลการเรียนและวุฒิการศึกษาที่ผ่านการรับรองแปลเป็นภาษาอังกฤษ 3) ผลสอบภาษาอังกฤษ เช่น IELTS 6.5 (ไม่ต่ำกว่า 6.0 ในแต่ละทักษะ) หรือ TOEFL iBT 79 คะแนน 4) จดหมายแนะนำจากอาจารย์หรือนายจ้าง 2 ฉบับ และ 5) Statement of Purpose (SOP) ความยาว 500-1,000 คำ โดยสถาบันส่วนใหญ่กำหนดให้ยื่นผ่านระบบออนไลน์ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2025 สำหรับภาคเรียนที่ 1 ปี 2026
Q2: ค่าใช้จ่ายในการสมัครเรียนและค่าเล่าเรียนเฉลี่ยปี 2025 เท่าไหร่?
Answer: ค่าสมัครเรียนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ AUD 50-100 ต่อสถาบัน (ประมาณ 1,200-2,400 บาท) ส่วนค่าเล่าเรียนปี 2025 สำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่ที่ประมาณ AUD 20,000-45,000 ต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขา เช่น ปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ AUD 35,000-45,000 (ประมาณ 840,000-1,080,000 บาท) ปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ AUD 30,000-50,000 (ประมาณ 720,000-1,200,000 บาท) และต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับวีซ่านักเรียน (Subclass 500) AUD 1,600 (ประมาณ 38,400 บาท)
Q3: ต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษขั้นต่ำเท่าไหร่สำหรับการสมัครเรียนปี 2025?
Answer: คะแนนภาษาอังกฤษขั้นต่ำที่ยอมรับได้ในปี 2025 คือ IELTS 6.5 (ไม่ต่ำกว่า 6.0 ในแต่ละทักษะ) หรือ TOEFL iBT 79 คะแนน (การเขียนขั้นต่ำ 21 คะแนน) หรือ PTE Academic 58 คะแนน สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีและโททั่วไป แต่สาขาที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษสูง เช่น แพทยศาสตร์หรือกฎหมาย อาจกำหนด IELTS 7.0 (ไม่ต่ำกว่า 7.0 ในแต่ละทักษะ) หรือ TOEFL iBT 94 คะแนน โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Melbourne และ University of Sydney ยอมรับผลสอบที่ออกภายใน 2 ปีนับจากวันสมัคร
References
- Australian Department of Home Affairs, 2026, Student visa (subclass 500) information
- QS World University Rankings, 2026, Australia country report
- StudyAustralia Editorial analysis